
ตรวจแถวนิคมฯรับมือ'น้องน้ำ'
ตรวจแถวนิคมฯรับมือ 'น้องน้ำ' รัฐ-เอกชนประสานเสียงมั่นใจ 'เอาอยู่' : วัชร ปุษยะนาวิน ... รายงาน
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ เริ่มทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่าจะเกิดมหาอุทกภัยต่อภาคอุตสาหกรรมเหมือนช่วงปลายปี 2554 หรือไม่ เนื่องจากในครั้งนั้นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยคิดเป็นมูลค่ากว่า 493,000 ล้านบาท ยังไม่นับรวมถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างชาติที่ขวัญผวากันไประยะหนึ่ง ก่อนที่จะกลับเข้าร่องเข้ารอยในปีที่ผ่านมา และหากเหตุการณ์เช่นครั้งนั้น หวนกลับมาซ้ำเติมอีกครั้ง แน่นอนว่านักลงทุนต่างชาติจะไร้ซึ่งความเชื่อมั่นในประเทศไทยอย่างไม่อาจฟื้นคืนกลับมาได้
กนอ.มั่นใจทุกนิคมฯไม่เสี่ยง
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบความพร้อมในการรับมือต่อภัยน้ำท่วมในปีนี้ ถือได้ว่ามีความพร้อมมากเมื่อเทียบกับปีที่เกิดมหาอุทกภัย และสถานการณ์น้ำก็มีความรุนแรงต่ำกว่าในปี 2554 อยู่มาก โดยนายจักรรัฐ เลิศโอภาส รองผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้ความเห็นว่า จากการประเมินสถานการณ์น้ำ และการเตรียมความพร้อมของทุกนิคมอุตสาหกรรมมีความมั่นใจว่านิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งที่อยู่ภายใต้การดูแลของ กนอ. ไม่มีความเสี่ยงจากการถูกน้ำท่วมเลย และ กนอ. ยังได้ตั้งศูนย์ประสานงานที่สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เพื่อเฝ้าระวัง 6 พื้นที่อุตสาหกรรม โดยจัดส่งผู้บริหารเข้าพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และวางแผนรับมือหากน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้น
ในปี 2554 ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณมากถึง 5 พันลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ปริมาณน้ำในปัจจุบันนี้มีประมาณ 2 พันลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือต่ำกว่าปริมาณน้ำในปี 2554 ถึง 50% รวมทั้งเขื่อนต่างๆ ยังสามารถรับน้ำได้อีกพอสมควร นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมา หน่วยงานต่างๆ ยังได้ทำการขุดลอกคูคลองต่างๆ ตามแนวใต้เขื่อนทำให้สามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่าปี 2554
อย่างไรก็ตาม กนอ. ไม่ได้ประมาทจึงเข้าไปดูแลความพร้อมของแต่ละนิคมอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ซึ่งแม้ว่านิคมแห่งนี้ จะทำการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำถาวรได้เพียง 30-40% แต่ก็มั่นใจว่าจะสามารถป้องกันน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแนวป้องกันชั้นแรกจะใช้ถนนรอบนิคม 32 กิโลเมตร เป็นแนวป้องกั้นน้ำท่วม มีความสูงเฉลี่ย 6-6.7 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งในแนวถนนหน้านิคม 3 กิโลเมตร กรมทางหลวงชนบทได้ปรับให้มีความสูง 8.20 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ หรือมีแนวโน้มที่น้ำจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ จะทำการปิดประตูระบายน้ำ และท่อลอดถนนตลอดแนว 32 กม. เพื่อป้องกันน้ำท่วมเข้าพื้นที่นิคม และชุมชนโดยรอบกว่า 2,000 ครัวเรือน
นอกจากนี้ ยังมีการวางแนวป้องกันน้ำท่วม ตามแนวรอบคันดินระยะทาง 6 กม. โดย กนอ. ได้สร้างคันดินป้องกันน้ำท่วมโดยรอบพื้นที่ มีความสูงเฉลี่ยประมาณ 6.5 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งได้มีการสำรวจและปรับปรุงความมั่นคงแข็งแรงของคันดินให้ทนทานต่อกระแสน้ำ และยังได้ติดตั้งระบบสูบน้ำขนาด 1.5 ลบ.ม.ต่อวินาที จำนวน 3 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำขนาด 0.3 ลบ.ม.ต่อวินาที อีก 2 เครื่อง ทั้งนี้ ปัจจุบันในพื้นที่มีการวางระดับความปลอดภัยตามสีธงเทียบกับระดับน้ำ คือ สีเขียวระดับปกติ สีฟ้า สีเหลืองระดับเฝ้าระวัง สีเหลืองระดับเตรียมอพยพ และสีแดงระดับอพยพ ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระดับเขียว
รวมทั้ง กนอ.ยังเตรียมเขื่อนกั้นน้ำเคลื่อนที่เร็วความยาว 20 กิโลเมตร สูง 1.20 เมตร มาช่วยป้องกันน้ำให้กับนิคมสหรัตนนคร โดยใช้เวลาบรรจุทรายไม่เกิน 1 วัน หากน้ำมาประชิด รวมทั้งยังได้ตั้งศูนย์ประสานงานที่สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เพื่อเฝ้าระวัง 6 พื้นที่อุตสาหกรรม โดยจัดส่งผู้บริหารเข้าพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และวางแผนรับมือหากน้ำเพิ่มระดับสูงขึ้น
ส่วนนิคมและสวนอุตสาหกรรมต่างๆ ในเขตพื้นที่น้ำท่วมในปี 2554 แห่งอื่นๆ ได้แก่ นิคมบ้านหว้าไฮเทค, บางปะอิน, โรจนะ, นวนคร และบางกระดี ก็ได้ก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำถาวรเสร็จหมดแล้วทุกแห่ง จึงมีความพร้อม 100% ในการรองรับน้ำท่วม แม้ว่าจะมีปริมาณมวลน้ำสูงเท่ากับปี 2554 ก็ตาม เพราะทุกแห่งได้สร้างเขื่อนกั้นน้ำถาวรสูงกว่าระดับน้ำในปี 2554 มาก รวมทั้งยังได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ และระบบป้องกันต่างๆ ในระดับความพร้อมสูงสุด จึงมั่นใจว่าจะรับมือกับอุทกภัยได้อย่างแน่นอน
ขณะที่นายประภาศ หมู่เย็น ผู้จัดการทั่วไป บริษัทไทยมารูจูน เป็นบริษัทในเครือมารูจูน ประเทศญี่ปุ่น มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้มีความมั่นใจว่าจะไม่ได้รับผลกระทบเท่ากับปี 2554 ดังนั้น โรงงานจึงไม่มีแผนเตรียมการใดเป็นพิเศษ และมั่นใจว่าการสร้างเขื่อนดินของนิคมจะสามารถรับมือได้ โดยบริษัทยังคงกำลังการผลิตเท่าเดิม พนักงาน 1,300 คนยังทำงานเต็มเวลา 2 กะ ล่าสุดยังไม่มีคำสั่งชะลอออเดอร์สินค้าจากลูกค้า อย่างไรก็ตาม หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินจนไม่สามารถผลิตสินค้าได้ ทางโรงงานได้เตรียมย้ายฐานการผลิตชั่วคราวไปที่โรงงานใน อ.หนองแค จ.สระบุรี ทันที
เฝ้าระวังพื้นที่ภาคตะวันออก
สำหรับพื้นที่น้ำท่วมในภาคตะวันออกนั้น มีสวนอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ สวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค และสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ อ.กบินทร์บุรี โดยนายพูลศักดิ์ สุตัณฑวิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด กล่าวว่า สวนอุตสาหกรรม 304 ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่ง อ.ศรีมหาโพธิ มีน้ำท่วมทุกปี แต่ส่วนใหญ่อยู่บริเวณใกล่แม่น้ำบางปะกง และจุดน้ำท่วมปีนี้อยู่ในตัวอ.ศรีมหาโพธิที่อยู่ริมแม่น้ำบางปะกง ห่างจากสวนอุตสาหกรรม 304 ประมาณ 13 กิโลเมตร โดยตัวอำเภอเป็นที่ลุ่มในขณะที่ที่ตั้งสวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 20 เมตร จึงมั่นใจว่าจะไม่ถูกน้ำท่วม เพราะถ้าน้ำท่วมจะต้องมีปริมาณที่เยอะมากจึงจะท่วมพื้นที่สูงจากระดับน้ำ 20 เมตรได้
ทั้งนี้ ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา พื้นที่ดังกล่าวไม่เคยถูกน้ำท่วม และเมื่อพิจารณาจากภูมิศาสตร์แล้วมั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วม รวมทั้งระดับน้ำในคลองบริเวณใกล้กับสวนอุตสาหกรรมขณะนี้มีระดับน้ำสูงเพียง 10 เมตรเศษ จากระดับน้ำทะเล ซึ่งทำให้สถานการณ์เช่นนี้สวนอุตสาหกรรมไม่ต้องเตรียมตัวพิเศษในการป้องกันน้ำท่วม รวมทั้งทางหลวง 331 ที่ใช้ขนส่งสินค้าจากสวนอุตสาหกรรมไปท่าเรือแหลมฉบังก็ยังไม่มีปัญหา และทางหลวงสาย 304 ที่ใช้ขนส่งสินค้าเข้ากรุงเทพฯ ก็ยังไม่มีปัญหาเช่นกัน
ด้านนายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) หนึ่งในโรงงานที่ตั้งในสวนอุตสาหกรรม 304 กล่าวว่า พื้นที่โรงงานในส่วนของดั๊บเบิ้ล เอ ยังแห้งสนิท และสามารถดำเนินการผลิตและขนส่งสินค้าเข้าออกจากโรงงานได้ตามปกติ เชื่อมั่นว่าน้ำไม่ท่วมแน่นอน เพราะพื้นที่ในสวนอุตสาหกรรม 304 เป็นพื้นที่สูง ซึ่งเมื่อครั้งที่เกิดน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา พื้นที่แห่งนี้ก็ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
สำหรับสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ อ.กบินทร์บุรี นั้น นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความน่ากังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อ.กบินทร์บุรี เนื่องจากพื้นที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 20-48 เมตร ขณะที่ระดับน้ำในปัจจุบันอยู่ที่ 11 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แต่ที่ต้องระวังคือพื้นที่บ่อบำบัดน้ำเสียพื้นที่ 300 ไร่ โดยให้ทำการเสริมคันกั้นน้ำให้แข็งแรง เนื่องจากพื้นที่บ่อบำบัดอยู่สูงกว่าน้ำทะเลปานกลาง 15 เมตร โดยตอนนี้ทางสวนอุตฯสหพัฒน์ได้ทำคันกั้นแล้วในระดับความสูง 1 เมตร ยาว 1 กิโลเมตร
"ได้กำชับทางสวนอุตสาหกรรมฯ ว่าต้องไม่ให้น้ำในบ่อบำบัดไหลออกไปสู่พื้นที่ภายนอก ซึ่งสวนใหญ่เป็นพื้นที่เพาะปลูกของประชาชนเด็ดขาด จากที่ก่อนหน้านี้เกิดการรั่วไหลของตะกอนจากการบำบัดไหลออกไปสร้างความแตกตื่นให้ประชาชน และตะกอนดังกล่าวถูกบำบัดจนเป็นสารอินทรีย์ที่ละลายได้ตามธรรมชาติ จึงไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรแต่อย่างใด" นายณัฐพลกล่าว
สำรวจเขื่อนน้ำน้อยรับมือไหว
ในส่วนของสถานการณ์น้ำในเขื่อนต่างๆ นั้น ยังอยู่ในภาวะที่ปลอดภัย โดยล่าสุดการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รายงานปริมาณน้ำในเขื่อนล่าสุด เขื่อนสิรินธร มีปริมาตรน้ำ 1,723 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 88 มีช่องว่างสามารถรองรับน้ำได้อีก 244 ล้าน ลบ.ม. สำหรับเขื่อนอื่นๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชัน และมีปริมาณน้ำในอ่าง เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 80 ของความจุ คือ เขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำในอ่างร้อยละ 83 ของความจุ แต่ยังมีความจุรองรับน้ำได้อีกเกือบ 3,000 ล้าน ลบ.ม. จึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง
ด้านเขื่อนอุบลรัตน์ มีปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 55 ของความจุ และมีระดับน้ำในอ่างสูงกว่าระดับน้ำควบคุมกำลังปรับเพิ่มการระบายน้ำจากวันละ 3 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 10 ล้าน ลบ.ม. เพื่อเตรียมรับสถานการณ์พายุดีเปรสชันที่อาจจะส่งผลกระทบต่อเขื่อนอุบลรัตน์ได้ ส่วนเขื่อนอื่นๆ สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบปัจจัยต่างๆ ที่จะก่อให้เกิดอุทกภัยขั้นร้ายแรง พบว่ายังไม่มีปัจจัยที่เพียงพอจะก่อให้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เหมือนกับปี 2554 โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรมต่างๆ ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย เพราะพายุที่เกิดขึ้นจะเข้ามาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีพื้นที่อุตสาหกรรมไม่มาก ขณะที่ในภาคตะวันออกก็ได้รับผลกระทบบ้าง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ลงพื้นที่รับมือขั้นสูงสุด ประกอบกับขณะนี้อยู่ในช่วงปลายฤดูฝน จึงไม่น่าจะมีพายุเข้ามารุนแรง ทำให้มั่นใจได้ว่าในปีนี้น่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงกับภาคอุตสาหกรรมเหมือนกับในอดีต
-----------------------
(ตรวจแถวนิคมฯรับมือ 'น้องน้ำ' รัฐ-เอกชนประสานเสียงมั่นใจ 'เอาอยู่' : วัชร ปุษยะนาวิน ... รายงาน)



