
มติเอกฉันท์!'ยูเอ็น'สั่งซีเรียทำลายอาวุธเคมีทั้งหมด
'สหประชาชาติ' มีมติเป็นเอกฉันท์ครั้งประวัติศาสตร์ สั่งให้ซีเรียทำลายอาวุธเคมีทั้งหมด ด้าน 'ผู้นำสหรัฐฯ' ถือเป็นชัยชนะของมวลมนุษยชาติ
28 ก.ย.56 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือ UNSC โดยสมาชิกทั้ง 15 ชาติ เห็นพ้องในการประชุมที่มหานครนิวยอร์ค ของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ ในร่างเอกสารให้ประณามเหตุการณ์ใช้อาวุธเคมีสังหารหมู่ประชาชนกว่า 1,400 ศพ บริเวณชานกรุงดามัสกัส เมื่อวันที่ 21 ส.ค. พร้อมกับออกคำสั่งเด็ดขาด ให้รัฐบาลซีเรียทำลายอาวุธเคมีที่ครอบครองอยู่ทั้งหมดภายในกลางปี 2557
เลขาธิการยูเอ็น บัน คี มุน กล่าวว่า การตัดสินใจเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ทั้ง 15 ชาติ เช่นนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ และค่ำคืนนี้ ประชาคมโลกได้มีมติร่วมกัน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลซีเรีย ให้เดินหน้าแก้ไขปัญหาอย่างละเอียด สุจริต และไม่ควรรอช้า พร้อมกำหนดวันหารือกันอีกครั้งในกรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้
ด้านประธานาธิบดีบารัค โอบามา เปิดเผยว่า มติของยูเอ็นครั้งนี้ เป็นชัยชนะของมวลมนุษยชาติ
นับเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม สำหรับการแก้ปัญหาด้วยวิถีทางการทูตอย่างสันติ เพื่อเป็นการร่วมกันแก้ไขวิกฤตสงครามกลางเมืองซีเรียที่ยืดเยื้อมานานกว่า 30 เดือน และทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 110,000 ศพ
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้รัสเซียและจีน ซึ่งเป็น 2 ใน 5 ประเทศที่เป็นสมาชิกถาวรของยูเอ็นเอสซี ใช้สิทธิ์คัดค้าน (วีโต้) ร่างหลักการของที่ประชุมที่เกี่ยวข้องกับซีเรียมาตลอด จนกระทั่งนายจอห์น แคร์รี รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย สามารถ "ตกลงกันได้" ในการประชุมร่วมกันที่นครเจนีวา ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว
แต่แม้ที่ประชุมทั้ง 15 ประเทศจะเห็นพ้องให้มีการผ่านร่างมติด้วยคะแนนเอกฉันท์ แต่เนื้อหาส่วนหนึ่งที่ระบุให้มีมีการแทรกแซงทางทหารได้หากจำเป็น ซึ่งรัสเซียยังคงคัดค้าน



