ข่าว

'40ส.ว.-ปชป.'แห่ร้องชะลอทูลเกล้าฯแก้รธน.

'40ส.ว.-ปชป.'แห่ร้องชะลอทูลเกล้าฯแก้รธน.

28 ก.ย. 2556

'40 ส.ว.'ยื่นหนังสือ'ปธ.รัฐสภา'หวังยื่นศาลรธน.ตีความ ตามรธน. ม.154 'ไพบูลย์'เผยจ่อยื่นหนังสือแจ้ง'นายกฯ'ชะลอขึ้นทูลเกล้าฯ 30 ก.ย.นี้ ด้าน'จุรินทร์'นำทีมยื่นด้วย

                         28 ก.ย.56 เมื่อเวลา 12.00 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา นายสมชาย แสวงการ พร้อมกลุ่ม 40 ส.ว. ได้ยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อ ส.ว. 68 คน ต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ประธานรัฐสภา ส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 วรรคหนึ่ง ว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. มีความขัดแย้งต่อหลักการและเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากเห็นว่ากระบวนพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเนื้อหาสาระ มีการกระทำที่มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญหลายประการ จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ร่างรัฐธรรมนูญ ที่แก้ไขเพิ่มเติมเป็นอันตกไป

                        ทั้งนี้ นายไพบูลย์ กล่าวว่า การยื่นเสนอความเห็นดังกล่าว เพราะเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมีความไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งในส่วนของสาระเนื้อหาใน 4 ประเด็น และกระบวนการดำเนินการอีก 5 ประเด็น รวมเป็น 9 ประเด็น ดังนั้นจึงขอให้ประธานรัฐสภาเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยและแจ้งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลามโหม ทราบโดยเร่งด่วน นอกจากนี้ ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ พวกตนจะเข้ายื่นหนังสือต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อแจ้งว่าได้มีการยื่นคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 ให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จึงขอให้ชะลอการนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อมกันนี้จะเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักราชเลขาธิการว่าได้แจ้งต่อนายกฯ แล้วให้ชะลอการนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไป

                        ด้านนายสมชาย กล่าวว่า การที่ น.ส.ทัศนา เสนอญัตติเลื่อนการลงมติวาระ 3 ในที่ประชุมออกไป เนื่องจากร่างดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฯ แต่ประธานรัฐสภากลับไม่ปฏิบัติตามให้ถูกข้อบังคับ แต่กลับเร่งลงมติทันที เราจึงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ตนและเพื่อสมาชิก ส.ว.จำนวนหนึ่งจึงไม่อาจร่วมสังฆกรรมลงมติได้ นอกจากนี้ จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องของ พล.อ.สมเตจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา ไว้พิจารณานั้น แสดงว่าคำร้องดังกล่าวมีมูลเหตุที่จะนำไปสู่การล้มล้างการปกครอง ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคหนึ่ง อีกทั้งการที่ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้ผู้ร้องทำเอกสารคำร้องแจกผู้ถูกร้อง 310 คน เท่ากับว่าศาลรัฐธรรมนูญเริ่มกระบวนการไต่สวนพิจารณาคดีแล้ว

 

 

"จุรินทร์"นำทีมยื่นปธ.รัฐสภาส่งศาลรธน.ตีความร่างแก้รธน.ที่มาส.ว.

 

                        เมื่อเวลา 12.15 น. คณะกรรมการพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อสมาชิก 143 คน ต่อนายนิคม เพื่อให้ส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 154 เนื่องจากเนื้อหาและกระบวนการพิจารณา ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ

                        โดยนายจุรินทร์ กล่าวว่า เราได้ดำเนินการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 2 กรณี คือ เนื้อหาและกระบวนการตราว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเราเห็นว่าไม่ชอบ ซึ่งประธานรัฐสภาก็มีหน้าที่ที่จะส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบโดยไม่ชักช้า เพื่อให้นายกรัฐมนตรีระงับการนำขึ้นทูลเกล้าฯไว้ก่อน ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าในรัฐธรรมนูญ 154 ระบุเฉพาะร่าง พ.ร.บ.จะสามารถเทียบกับรัฐธรรมนูญได้หรือไม่นั้น ตนมองว่า แม้แต่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญก็ยังระบุเป็นกรณีพิเศษว่า ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ หรือหลังผ่านวาระ 3 จะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความชอบโดยรัฐธรรมนูญก่อน ดังนั้น ยิ่งตัวรัฐธรรมนูญ ยิ่งมีความสำคัญกว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ แม้ไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญไว้โดยตรง แต่ก็คงจะสามารถเทียบเคียงได้ในประเด็น มาตรา 154 นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญ ยังระบุว่า ประธานรัฐสภามีหน้าที่ส่งศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนการวินิจฉัยอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้อยู่ที่ประธาน ประธานจึงต้องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย

                        ผู้สื่อข่าวถามว่า การดำเนินการ ตามช่องทางของรัฐธรรมนูญ มาตรา 154(1) จะขัดกับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2554 ที่วินิจฉัยไว้ในกรณีเดียวกันนี้ หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนคิดว่าการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น คงต้องดูเป็นกรณีไป ส่วนกรณีนี้ก็เป็นอีกกรณีหนึ่งที่พวกเรามีรายละเอียดและข้อมูลที่ชัดเจน โดยเนื้อหาที่ขัดรัฐธรรมนูญ เช่น กรณีของการลิดรอนสิทธิ์ของผู้สงวนคำแปญัตติ การพิจารณาในวาระที่ 2 ว่ามีการขัดกันเรื่องผลประโยชน์ ระหว่างผู้เสนอแก้รัฐธรรมนูญและผู้พิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ อีกทั้ง กลุ่มที่ลงมติเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เป็นกลุ่มเดียวกัน ที่ก่อให้เกิดสภาผัวเมีย และการที่ไม่ชอบในการพิจารณาในวาระที่ 2 เช่น การกดบัตรแทนกัน ก็จะสะท้อนให้เห็นถึงความไม่ชอบ ซึ่งเมื่อผลรัฐธรรมนูญนี้มีผลบังคับใช้ ก็จะทำให้รัฐธรรมนูญขัดกันเอง เช่น การไม่ต้องสรรหาวุฒิสมาชิกใหม่ที่เดิมต้องให้สรรหาหากว่างลง ก็จะทำให้รัฐธรรมนูญมี 2 บทบัญญัติที่ขัดแย้งกันเอง

                        นายจุรินทร์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าภายใน 20 วัน ว่านายกฯ ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯนั้น ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ตนจะแสดงความเห็นในที่ประชุมแต่ไม่ได้รับสิทธิ์ โดยตนจะเรียนให้ที่ประชุมทราบว่า อยากให้ชะลอการพิจารณาในวาระที่ 3 ไปก่อน เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งให้รับเรื่องของ พล.อ.สมเจตน์ และนายวิรัตน์ ไว้ และมีคำสั่งว่ากรณีนี้มีมูลเป็นเรื่องของการแสวงหาอำนาจโดยมิชอบตามวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญ และล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญก็มีคำสั่งรับเรื่องของนายพีระพันธุ์ ไว้อีกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้อาจจะขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และศาลมีคำสั่งให้แจ้งเลขาธิการรัฐสภา เพื่อให้เลขาธิการรัฐสภาแจ้งประธานรัฐสภาทราบว่า ศาลได้มีคำสั่งให้รับคำร้อง การสั่งตรงนี้มีนัยยะสำคัญที่รัฐสภาต้องรับทราบว่า หากจะมีการลงมติในวาระ 3 ต่อไป ควรจะมีการนำความเห็นของศาลมาประกอบการพิจารณาด้วยว่าสมควรลงมติในวาระ 3 หรือไม่ ซึ่งการชะลอออกไปก็ไม่ได้ทำให้ขัดรัฐธรรมนูญ สามารถทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญระบุว่าการจะลงมติในวาระ 3 จะลงมติเมื่อพ้น 15 วัน จะพ้น 15 วันไปกี่เดือนก็สามารถทำได้

                        “การดึงดันลงมติในวาระ 3 ประธานรัฐสภา ต้องส่งเรื่องให้นายกฯ ทำให้นายกฯต้องทูลเกล้าฯภายใน 20 วัน ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญยังวินิจฉัยไม่เสร็จภายใน 20 วัน ก็จะกลายเป็นว่านายกฯ นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีข้อสงสัยว่าจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งเป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง จึงอยากให้ประธานสภาและนายกฯใช้ดุลพินิจที่จะเลื่อนการพิจารณา หรือนายกฯในฐานะสมาชิกรัฐสภาขอเลื่อนการพิจารณา โดยอาศัยข้อบังคับที่ 32 (4) เพื่อป้องกันเผือกร้อนที่จะตกไปถึงมือนายกฯ แต่ประธานรัฐสภาและนายกฯก็ไม่ได้ร้องขอในทางตรงกันข้ามนายกฯกลับลงมติเห็นชอบ เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบต้องอยู่ในมือของนายกฯ”นายจุรินทร์ กล่าว

                        เมื่อถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องเร่งพิจารณาให้ทันภายใน 20 วัน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีต้องยื่นทูลเกล้าฯ หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนไม่ขอก้าวล่วงศาล แต่เรามีหน้าที่ควบคุมการบริหารงานของรัฐบาล และในฐานะสมาชิกของรัฐสภา เราจะดูแลเฉพาะในส่วนของการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร ประเด็นที่สำคัญอีกอันหนึ่ง คือ ก่อนการลงมติในวาระที่ 3 นางทัศนา บุญทอง ส.ว.สรรหา ได้เสนอญัตติ ตามข้อบังคับที่ 32 (4) ให้เลื่อนการพิจารณาไปก่อน ซึ่งสามารถทำได้ แต่นายสมศักดิ์ ไม่รับญัตติดังกล่าว โดยการไม่รับญัตติดังกล่าว ถือว่าเป็นการทำผิดข้อบังคับและจะเลยไปถึงการกระทำผิดรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งประเด็นนี้ก็จะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นเพิ่มเติมต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการวินิจฉัยต่อไป