ข่าว

'ปู'นำคณะตรวจน้ำท่วมที่ปทุมฯ

'ปู'นำคณะตรวจน้ำท่วมที่ปทุมฯ

28 ก.ย. 2556

'ปู'นำคณะตรวจน้ำท่วมที่ปทุมฯก่อนเข้าสภาโหวตที่มาส.ว.วาระ 3 รมช.คมนาคมตรวจน้ำท่วมอยุธยา

               28 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้เวลา 08.30น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีภารกิจลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและพบปะให้กำลังใจผู้ประสบภัย ที่วัดโบสถ์ ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) และนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ร่วมคณะไปด้วย

               โดยนายกรัฐมนตรีและคณะเข้าสักการะหลวงพ่อโต วัดโบสถ์ ก่อน จากนั้น นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวรายงานสรุปสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ โดยนายปลอดประสพบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมและแนวทางการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย จากนั้น นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีส่งมอบและปล่อยคาราวานรถและเรือพร้อมอุปกรณ์กู้ภัย จำนวน 360 ลำ พร้อมรับมอบเรือท้องแบน จำนวน 30 ลำและรถยนต์อำนวยการสื่อสาร จำนวน 1 คัน จากกองทุนฮอนด้า เคียงข้างไทยก่อน ส่งต่อให้นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมชมการสาธิตการใช้เรือและอุปกรณ์กู้ภัย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้พบปะและตรวจเยี่ยมประชาชนบริเวณวัดโบสถ์ และลงเรือเพื่อตรวจเยี่ยมและมอบสิ่งของให้กับประชาชนบริเวณวัดท้ายเกาะใหญ่ ก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อร่วมประชุมสภาเพื่อลงมติวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแก้ไขที่มา สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)

 

รมช.คมนาคมตรวจน้ำท่วมอยุธยา


               นายพ้อง ชีวานันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม  พร้อมด้วยนายชาติชาย พิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท และคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 27กันยายนที่ผ่านมา บนสายทาง ทล.3554, 3412 ,3501 ,3263 และสาย อย.4038, 4016  ทั้งนี้เพื่อติดตามความพร้อมของเส้นทางต่างๆ หากเกิดอุทกภัยขึ้นมาอีก จำเป็นต้องรักษาโครงข่ายเส้นทางคมนาคม ให้สามารถสัญจรลำเลียงและช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ทันสถานการณ์  อย่างไรก็ตามขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้ปรับปรุงยกระดับเส้นทางในพื้นที่ดังกล่าวให้พ้นระดับน้ำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ตั้งแต่พื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม ลงมาจนถึงกรุงเทพฯ  ซึ่งอยู่ภายใต้ “โครงการปรับปรุงเพื่อยกระดับโครงข่ายถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท” กระทรวงคมนาคม   เพราะรัฐบาลได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และให้ความสำคัญของระบบการคมนาคมขนส่ง ควรมีความพร้อมสำหรับการเดินทางและขนส่งหากเกิดปัญหาอุทกภัยขึ้น
 
               รมช. คมนาคม กล่าวถายหลังได้เดินทางไปสภาพลำน้ำเจ้าพระยา บริเวณ อ. พระนครีศรีอยุธยา  อ. บางบาล ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา ในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ อ. พระนครศรีอยุธยา บางบาล  บางปะอิน บางไทร คลองบางหลวง คลองโผงเผง และคลองลางบาล ระดับน้ำเพิ่มขี้น ในแม่น้ำน้อย ตั้งแต่ อ. ผักไห่ เสนา บางบาล  และบางไทร ระดับน้ำทรงตัว แม่น้ำลพบุรี ตั้งแต่ อ.บ้านแพรก มหาราช บางปะอิน พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ส่วนในแม่น้ำป่าสัก ตั้งแต่ อ.ท่าเรือ นครหลวง และพระนาครศรีอยุธยาระดับน้ำเพิ่มขี้น

               นายพ้องกล่าต่อว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทุกภัย  6 อำเภอ ประกอบด้วยเสนา  บางบาล   ผักไห่  พระนครศรีอยุธยา บางไทร และบางปะอิน รวม 81 ตำบล ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 25,665 ครัวเรือน มีวัด 34 แห่ง โรงเรียน 27 แห่ง ถนน 3 สาย พาน 7 แห่ง สถานที่ราชการ 4 แห่ง เป็นพื้นที่การเกษตร 3,955 ไร่  จึงได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เร่งประสานกับส่วนราชการแจ้งเตือนประชาชน หลังจากมีความชัดเจนว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีระดับน้ำในเขื่อนมากกว่า 93% และยังมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่เหนือเขื่อน  ซึ่งจะต้องมีการเพิ่มการปล่อยระบายน้ำ ลงท้ายเขื่อนมาตามแม่น้ำป่าสัก และไหลมาถึงเขื่อนพระรามหก ที่อำเภอท่าเรือ  จนต้องเร่งปล่อยน้ำท้ายเขื่อนพระรามหก เพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำล้นตลิ่งได้

               ส่วนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย พบว่าระดับน้ำยังท่วมสูง โดยกรมชลประทาน จะได้ผันน้ำเข้าทุ่งนา ที่ชาวบ้านเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังไปหมดแล้ว ในหลายทุ่งนาที่กำหนดเป็นพื้นที่แก้มลิง เขตอำเภอบางบาล เสนา และผักไห่  และช่วยเหลือประชาชนต่อไป