หนีฝนเมืองกรุงเข้าดงปลูกลำไย
หนีฝนเมืองกรุงเข้าดงปลูกลำไย สัมผัสเกษตรกรในปีแห่งรอยยิ้ม : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...ดลมนัส กาเจ
ฝนฟ้าถล่มเมืองกรุงตั้งแต่ค่ำคืนวันพฤหัสบดีวันที่ 19 กันยายน ยันเช้าของวันใหม่ จนเครื่องสายการบินโลว์คอสต์ "นกแอร์" ฝ่าสายฝน ทะยานขึ้นจากรันเวย์สนามบินนานาชาติดอนเมือง กรุงเทพฯ บินขึ้นสูงเหนือกลุ่มหมู่เมฆ มุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เวลาผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมงพบว่าเหนือน่านฟ้าของ จ.เชียงใหม่ ท้องฟ้าโปร่งราวกับอยู่คนละฟากฟ้า ขณะที่คณะของเรากว่า 40 คน เดินทางต่อสู่ จ.ลำพูน เป้าหลักไปดูและสัมผัสวิถีชีวิตเกษตรกรที่ปลูกลำไย ซึ่งว่ากันว่าปีนี้สถานการณ์ตลาดลำไยถือเป็นปีทองของเกษตรกรอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เกษตรกรล้วนแต่มีรอยยิ้มแย้ม แจ่มใสและอิ่มเอิบกับรายได้ที่มาจากผลผลิตลำไยในปีนี้ที่สูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา เฉลี่ยที่ กก.ละ 28-32 บาท
ลำพูนแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆ แต่ถือเป็นดินแดนแห่งการปลูกลำไยมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย เป็นรองเพียง จ.เชียงใหม่ จนลำไยกลายเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของเกษตรกรใน จ.ลำพูน มีพื้นที่ปลูกลำไยมากถึง 270,000 ไร่ ให้ผลผลิตตกปีละ 158,265 แสนตัน แต่ที่ผ่านมามักประสบปัญหาด้านราคามาโดยตลอด สำหรับในปี 2556 นี้ หลังจากที่ลำไยได้แทงช่อดอกและเริ่มติดผลอ่อนแล้ว สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้ประเมินผลผลิตลำไยปี 2556 ของ จ.ลำพูน ว่าจะมีผลผลิตถึง 175,850 ตัน หรือหากให้ผลผลิตเต็มที่จะมีมากถึง 2.2 แสนตัน
ไพรัตน์ เสมอเชื้อ สหกรณ์จังหวัดลำพูน บอกว่า ในช่วงที่ลำไยแทงดอกออกช่อตอนแรกคิดว่าน่าจะมีปัญหาการล้นตลาดแน่นอน เนื่องจากดอกดกมาก แต่พอเอากันจริงๆ ปรากฏว่าปีนี้ประสบภัยแล้งรุนแรง ทำให้ลำไยที่ติดผลร่วงลงมาและเหลือไม่มากดังที่คิด ประกอบกับตลาดลำไยในปีนี้ขยายกว้างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่รับประจำคือห้างสรรพสินค้าโลตัส ไปรณีย์ไทย ที่รับซื้อจากสหกรณ์ต่างๆ เพื่อส่งขายต่อทั่วประเทศในราคาเดียวกัน และล่าสุดมีพ่อค้าจากประเทศจีน เวียดนาม ที่ไปตั้งล้งซื้อผลผลิตลำไยทั้งจากที่สหกรณ์และรับซื้อจากเกษตรกรเองเพื่อส่งออกไปยังประเทศตัวเอง ทำให้ราคาลำไยปีนี้ดีมาก อย่างลำไยที่ออกปลายฤดูราคาตก กก.ละ 32 บาท ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 28 บาทขึ้นไป
"ที่จริงถ้าเราสังเกตมาตลอดปัญหาลำไยในภาคเหนือหากเป็นผลผลิตที่มีคุณภาพได้ เอเอ (AA) ซึ่งเป็นเกรดที่ประเทศจีนต้องการมาก ราคาจะไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากส่วนหนึ่งลำไยคุณภาพต่ำ เป็นลำไยตกเกรดเป็นเกรด บี หรือ ซี ตรงนี้แหละที่ไม่มีใครรับซื้อ ฉะนั้นขณะนี้สำนักงานเกษตรจังหวัดต้องสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกร ให้มีการดูแลลำไยอย่างถูกวิถี และแนะนำให้ปลูกลำไยนอกฤดูที่มีราดีกว่า ปรากฏว่าผลผลิตลำไยระยะหลังมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในต่างประเทศ ทำให้ลูกค้าจากจีนและเวียดนามซื้อถึงที่" สหกรณ์จังหวัดลำพูน กล่าว
สำหรับการเดินทางไปลุยสวนลำไยในครั้งนี้ จุดแรกที่คณะของเราเข้าไปสัมผัสสหกรณ์การเกษตรประตูป่า อยู่ที่หมู่ 9 ต.ประตูป่า อ.เมือง จ.ลำพูน ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2556 มีสมาชิกทั้งหมด 437 คน มีทุนดำเนินงาน 12.637 ล้านบาท สมาชิกมีพื้นที่ปลูกลำไยทั้งหมด 5,000 ไร่ สามารถผลิตลำไยได้ปีละประมาณ 2,000 ตัน แต่ปีนี้สหกรณ์รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกได้เพียง 1,300 ตันเนื่องจากปีนี้ประสบภัยธรรมชาติ ปริมาณฝนตกน้อยกว่าปกติทำให้เกิดภาวะแห้งแล้ง
มาลี เปรมมณี ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรประตูป่า บอกว่า สหกรณ์แห่งนี้ตั้งมาเพื่อแก้ปัญหาราคาผลผลิตลำไยตกต่ำ เนื่องจากผลผลิตล้นตลาดทุกปี เกษตรกรมีช่องทางระบายผลผลิตผ่านแม่ค้าคนกลางเท่านั้น กระทั่งปี 2548 หน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลช่วยในการแก้ปัญหา แต่หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในปี 2549 เกษตรกรต้องหันมาพึ่งตนเองอีกครั้ง กระทั่งในปี 2550 สหกรณ์สามารถหาตลาดในห้างสรรพสินค้าได้ โดยเฉพาะโลตัส เป็นต้น
ในปี 2553 ถือเป็นปีที่สถานการณ์ราคาลำไยกระเตื้องขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเราได้บุกเบิกตลาดมากขึ้น คือเราสามารถขยายตลาดที่ตลาดไทย ห้างสรรสินค้าโลตัส แม็คโคร และไปรษณีย์ไทย เฉพาะที่สหกรณ์ของเราสามารถขายได้ 796.363 ตัน มูลค่า 19,962,546 บาท พอมาปี 2554 ยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 940.715 ตัน มูลค่า 23,489,000 บาท ในปี 2555 เพิ่มขึ้นอีกเป็น 1,215.366 ตัน มูลค่า 27,877,717 บาท และในปี 2556 ประมาณการณ์ว่า จะมีผลผลิตลำไยเกือบ 2,000 ตัน ปรากฏว่าปีนี้ตลาดต้องการลำไยมากที่สุดทำให้ราคาดี เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์และชาวสวนทั่วไปต่างพอใจเป็นอย่างมาก เพราะเป็นราคาที่เกษตรกรมีกำไร และทำให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้บ้าง อย่างของไปรษณีย์ไทยปีนี้ไม่สามารถส่งผลผลิตได้ถึง 50 ตัน เพราะช่วงแรกของการออกผลผลิต สหกรณ์ได้รวบรวมผลผลิตจากสมาชิกได้เพียง 1,300 ตันเท่านั้น
หลังจากที่ฟังบรรยายสรุปที่สหกรณ์การเกษตรประตูป่าแล้ว คณะของเราเดินทางไปยังสวนลำไย ของ บุญมี คันธาทอง ประธานสหกรณ์การเกษตรประตูป่านั่นเอง เป็นสวนลำไยที่บุญมีบังคับให้ออกนอกฤดูพันธุ์ดอ (อีดอ) เนื่องจากราคาดีกว่า อย่างปีนี้ราคาลำไยนอกฤดูราคาตกที่กิโลกรัมละไม่ต่ำกว่า 32 บาท อย่างที่สวนของเขามีเพียง 2 ไร่ พอออกผลผลิตมา มีพ่อค้ารับเหมาซื้อเรียบร้อยแล้วในราคาไร่ละไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นบาท แต่เจ้าของสวนต้องทำหน้าที่ดูแลจนกว่าจะมีการเก็บเกี่ยวสิ้นสุดลง
ด้าน รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือ สวก.(องค์กรมหาชน) บอกว่า ที่ผ่านมาทั้งสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสวก.ให้ทุนสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการวิจัยลำไยอย่างต่อเนื่อง จนสามารถพัฒนาการผลิตลำไยที่ให้ผลผลิตสูงขึ้น และการผลิตนอกฤดู นอกจากนั้นมีการส่งการวิจัยด้านการแปรรูปอีกด้วย แม้กระทั่งปัจจุบัน สวก.ให้ทุนสนับสนุนด้านการวิจัยผลผลิตลำไยอย่างต่อเนื่อง ที่กำลังดำเนินการอยู่คือการผลิตเครื่องต้นแบบสกัดสารจากลำไย หรือน้ำตาลจากลำไย ขณะนี้ได้จดสิทธิบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลหลังจากที่ไปคลุกคลีสัมผัสกับเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ตลอดจนฟังแนวทางทางในปัญหาราคาลำไยโดยเกษตรกรใน จ.ลำพูน ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าราคาลำไยจะทะยานขึ้นอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเกษตรกรไทยอยู่ดีกินดีและมีรอยยิ้มตลอดไป!
..............................
(หนีฝนเมืองกรุงเข้าดงปลูกลำไย สัมผัสเกษตรกรในปีแห่งรอยยิ้ม : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...ดลมนัส กาเจ )



