
โลกลงโทษมะกันเสี่ยงเพิ่มวาตภัย
เวิลด์วาไรตี้ : โลกลงโทษมะกันเสี่ยงเพิ่มวาตภัย
สหรัฐอเมริกา ประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก กำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากการถูกวาตภัยในรูปแบบของพายุหลากหลายชนิดเข้าถล่มพื้นที่ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของประเทศมากขึ้น เป็นผลจากที่โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น เนื่องจากการสะสมของก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงอาทิตย์ไม่สามารถสะท้อนกลับออกไปยังอวกาศได้ จึงเกิดการกักขังอยู่ในชั้นบรรยากาศโลกและทำให้สภาพอากาศโลกเกิดการเปลี่ยนแปลง จนเป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงที่จะมีการก่อตัวของพายุมากขึ้นตามไปด้วย
การเกิดพายุมากขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของการปรับสมดุลใหม่ของสภาพอากาศ นอกเหนือไปจากการเกิดคลื่นความร้อน ความเย็น กระแสน้ำในมหาสมุทรเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในส่วนของทิศทางการไหลและอุณหภูมิ
ผลวิจัยการเกิดพายุในสหรัฐอเมริกาฉบับล่าสุด ชี้ว่า ในช่วง 30 ปีก่อนสิ้นศตวรรษนี้ พื้นที่ฝั่งตะวันออกของสหรัฐจะเผชิญกับพายุมากเฉลี่ยถึง 7.5 วัน คิดเป็นอัตราส่วนเพิ่มขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับสถิติในช่วงปัจจุบันที่พื้นที่ตอนกลางและฝั่งตะวันออกของสหรัฐเผชิญพายุเฉลี่ยปีละ 2.4 วัน ดังที่เกิดขึ้นในมลรัฐเท็กซัส โอคลาโฮมา และหลุยเซียนา
ตัวเลขดังกล่าวอาจจะคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงอยู่บ้าง เพราะเป็นการพยากรณ์สภาพการณ์ในอนาคตอีกกว่า 60 ปีข้างหน้า แต่นักวิจัยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ชาวอเมริกันจะต้องเผชิญกับพายุมากขึ้นอย่างแน่นอน
นักวิจัยทั้งสาม ได้แก่ นายโนอาห์ เอส.ดิฟเฟนเบาห์ และนายมาร์ติน เชอเรอร์ แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และนายโรเบิร์ต เจ. แทรป แห่งมหาวิทยาลัยเปอร์ดิว ร่วมกันจัดทำการวิจัยและเผยแพร่ในวารสารวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เมื่อวันจันทร์ (23 ก.ย.) ที่ผ่านมานี้เอง และยืนยันว่า การวิจัยนั้นทำขึ้นอย่างรอบคอบและครอบคลุม มีการใช้โมเดลการคำนวณรูปแบบของสภาพอากาศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกถึง 10 โมเดล เพื่อให้ผลออกมาแม่นยำและชัดเจนที่สุด
ปัจจัยพื้นฐานของการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองก็ไม่มีอะไรที่ซับซ้อนเกินความเข้าใจ นั่นคืออากาศร้อนจะนำพาความชื้นได้มากกว่าอากาศเย็น และเมื่ออากาศร้อนกระทบเข้ากับอากาศเย็นบนชั้นบรรยากาศก็จะก่อตัวขึ้นเป็นกลุ่มเมฆฝนและหากมีมวลอากาศร้อนและเย็นจำนวนมากเข้ามากระทบกันก็จะกลายเป็นพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรง ต่อไปในอนาคตสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปจะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น และมีมวลอากาศร้อนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นจุดเสี่ยงของการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองมากขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้สำนักงานสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา ประเมินว่า ในช่วงปี 2554-2555 มูลค่าความเสียหายที่เกิดจากพายุฝนฟ้าคะนองและทอร์นาโดรวม 13 ครั้งใหญ่ในสหรัฐนั้น สูงถึงกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.44 ล้านล้านบาท) และยังคร่าชีวิตชาวอเมริกัน 628 คน
นี่แค่ช่วงปีเดียว ความเสียหายและการสูญเสียยังสูงในระดับนี้ อนาคตที่จะมีพายุฝนฟ้าคะนองและพายุทอร์นาโดเพิ่มขึ้นนั้น ความสูญเสียจะมากขึ้นเป็นเท่าใด... ยังไม่มีใครกล้าฟันธง



