ข่าว

สหรัฐเกือบแหลกเป็นจุณด้วยระเบิดปรมาณู

สหรัฐเกือบแหลกเป็นจุณด้วยระเบิดปรมาณู

28 ก.ย. 2556

เวิลด์วาไรตี้ : สหรัฐเกือบแหลกเป็นจุณด้วยระเบิดปรมาณูตัวเอง

 

                         23 มกราคม 2504 หรือ 3 วันหลังจอห์น เอฟ เคนเนดี สาบานตนรับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีลำดับที่ 35 ของสหรัฐอเมริกา ชาวอเมริกันแถบชายฝั่งตะวันออกของประเทศ เกือบกลายเป็นเหยื่อระเบิดปรมาณูร้ายแรงแบบที่โลกไม่เคยประสบมาก่อนด้วยน้ำมือตัวเอง

                         ในวันนั้น เครื่องบินทิ้งระเบิดบี 52 ของสหรัฐ ทะยานขึ้นจากฐานทัพอากาศซีมอร์ จอห์นสัน ในเมืองโกลด์สโบโร รัฐนอร์ทแคโรไลนาในภารกิจเฝ้าระวังทางอากาศตลอด 24 ชั่วโมงตามแนวชายฝั่งแอตแลนติก ในยุคสงครามเย็น ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติจนกระทั่งเครื่องบินเกิดรอยรั่วที่ปีกขวาระหว่างเติมน้ำมันกลางอากาศ แต่ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ว่าเครื่องบินหมุนคว้างกับลูกเรือ 5 ชีวิตกำลังตกลงมาบนโลก แต่เป็นของที่เครื่องบินบรรทุกอยู่ นั่นคือ ระเบิดไฮโดรเจน มาร์ค 39 จำนวน 2 ลูก หนัก 4 เมกะตัน หรือเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 4 ล้านตัน ที่มีอานุภาพทำลายล้าง 260 เท่าของระเบิดนิวเคลียร์ที่ถล่มฮิโรชิมาและนางาซากิ ราบเป็นหน้ากลองเมื่อ 17 ปีก่อนหน้านั้น

                         ลูกเรือส่วนใหญ่ดีดตัวออกมาได้ปลอดภัย ระเบิดที่เครื่องบินบรรทุกก็หลุดออกมาจากเช่นกัน และโหม่งลงรัฐนอร์ทแคโรไลนา แต่ระเบิดเหล่านี้แม้มีพลังทำลายล้างมหาศาล แต่ก็ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันไว้ด้วยกลไกความปลอดภัย 4 ชั้นและติดชูชีพ

                         ระเบิดลูกหนึ่งตกลงในไร่ยาสูบ ใกล้กับเมืองฟาโร รัฐนอร์ทแคโรไลนาแต่ร่มชูชีพเกี่ยวกับกิ่งไม้ไว้ ส่วนอีกลูกตกลงในโคลน แรงกระแทกมากพอทำให้ระเบิดจมหายลงไปในดิน

                         นับจากนั้นได้มีการคาดการณ์กันต่างๆ นานาว่า เหตุการณ์ที่โกลด์สโบโร หวุดหวิดฉิวเฉียดแค่ไหนต่อสหรัฐ แต่รัฐบาลปฏิเสธมาตลอดว่า คลังแสงนิวเคลียร์ของตนไม่เคยทำให้ชีวิตพลเมืองตกอยู่ในความเสี่ยง เพราะออกแบบมาเพื่อป้องกันการระเบิดโดยอุบัติเหตุ

                         ทว่า 8 ปีให้หลัง ปาร์คเกอร์ โจนส์ วิศวกรอาวุโส แห่งแซนเดีย เนชั่นแนล แลบอราทอรีส์ และเป็นหนึ่งในทีมผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยของอาวุธนิวเคลียร์ ได้เขียนรายงานเมื่อปี 2512 ว่า ระเบิดนิวเคลียร์ที่ตกในฟาโรนั้น พบว่ากลไกความปลอดภัยสามตัวไม่ได้ทำงานอย่างเหมาะสม เมื่อตกถึงพื้นสัญญาณยิงถูกส่งไปยังแกนหลักของระเบิดนิวเคลียร์ ดีที่สวิตช์ตัวสุดท้ายช่วยปัดเป่ามหันตภัยไว้ได้

                         "สวิตช์ไฟแรงต่ำเทคโนโลยีกำเนิดไฟฟ้าแบบง่ายๆ ตัวเดียวเท่านั้น ที่ขวางสหรัฐอเมริกากับหายนะเอาไว้" รายงานระบุก่อนสรุปว่า ระเบิดมาร์ค 39 มีกลไกความปลอดภัยไม่พอมากสำหรับบี-52

                         รายงานลับของโจนส์ชิ้นนี้ ใช้ชื่อว่า "ทบทวนโกลด์สโบโร หรือ ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ความไม่น่าไว้ใจของระเบิดไฮโดรเจนอย่างไร" หรือ "Goldsboro Revisited or How I learned to Mistrust the H-Bomb" ล้อชื่อภาพยนตร์เสียดสีการสังหารหมู่ด้วยนิวเคลียร์ของผู้กำกับชื่อดัง สแตนลีย์ คูบริก ปี 2507 เรื่อง Dr.Strangelove or : How I Learned to Stop Worrying and Love the Bomb รายงานฉบับนี้ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน กระทั่งนายเอริค ชลอสเซอร์ ผู้สื่อข่าวเชิงสอบสวน ได้ขอมาอยู่ในมือโดยอาศัยอำนาจกฎหมายเสรีภาพข่าวสาร เพื่อใช้ในการเขียนหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับการสั่งสมอาวุธนิวเคลียร์ และเผยแพร่ครั้งแรกทางเดอะการ์เดียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นี่จึงเป็นการเปิดเผยครั้งแรกว่า ครั้งหนึ่งชาวอเมริกันเกือบตกเป็นเหยื่อความเฉลียวฉลาดด้านเทคโนโลยีของตนเอง โดยหากระเบิดขึ้นมาจริงๆ วอชิงตัน บัลติมอร์ ฟิลาเดลเฟีย และนิวยอร์กซิตี้ ไม่น่าจะรอด คงพอนึกภาพออกว่า การทำลายล้างและความสูญเสียในชีวิตจะมากมายมหาศาลเพียงใด