
น้ำป่าพัดวัว-ควายตายลอยตามลำน้ำห้วย
ฝนตกหนักในขุนเขาทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากพัดเอาวัว-ควายชาวบ้านตายนับสิบลอยตามลำน้ำห้วยแม่สะเรียง
วันที่ 27 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้เกิดฝนตกหนักทั้งพื้นที่ราบและภูเขาทำให้เกิดน้ำป่าในลำห้วยแม่สะเรียงไหลหลากพัดเอาเศษสวะไหลมาตามกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก โดยเฉพาะบ้านป่ากล้วยหมู่ที่ 8 ตำบลแม่สะเรียง อำเภแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งออกมาดูน้ำและเฝ้าระวังอุทกภัย ทันใดนั้นชาวบ้านเห็นเหมือนกองขยะขนาดใหญ่ลอยตามน้ำมา เมื่อมาใกล้จึงพบว่าเป็นซากโคและกระบือ 8 ตัว ที่ชาวบ้านคงปล่อยเลี้ยงหากินตามลำห้วย และคงหนีน้ำที่พัดมาอย่างรุนแรงและเชี่ยวกราก จนสัตว์เลี้ยงทั้ง 8 ตัวเสียชีวิตและลอยตามน้ำมา โดยชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงได้หาเชือกลงผูกซากสัตว์ช่วยกันดึงเข้าฝั่งและชำแหละแล้วแบ่งกันนำไปปรุงเป็นอาหาร
สำหรับเหตุในลักษณะนี้เกิดเป็นประจำทุกปีชาวบ้านยังปล่อยให้สัตว์เลี้ยงออกหากินในขณะเกิดตกและทำให้สัตว์เลี้ยงต้องมาตายอย่างอนาถซึ่งในปีนี้ถือว่าน้ำป่ายังไม่รุนแรงเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา
พิษณุโลก-ฝนตกหนักตลิ่งแม่น้ำน่านกลางเมืองพังยุบตัวยาวกว่า 100 ม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ตลิ่งแม่น้ำน่านทรุดตัวเป็นระยะทางยาว เนื่องจากฝนตกหนักฉะหน้าดินประกอบกับแม่น้ำน่านกัดเซาะมานาน ส่งผลให้ริมตลิ่งแม่น้ำน่านที่บริเวณถนนวังจันทน์ อ.เมืองพิษณุโลก พังและยุบตัวลง ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบก็พบว่า ริมตลิ่งดังกล่าวถูกน้ำกัดเซาะกินถนนคอนกรีต ลึกกว่า 7 เมตร ยาวกว่า 100 เมตร จนต้นไม้ และสาไฟฟ้า หักโค่นลงไปในตลิ่งที่พัง นอกจากนี้น้ำยังได้กัดเซาะกินริมตลิ่งเข้าไปในรั้วบ้านของนายถาวร สิทธิสาร อยู่บ้านเลขที่ 98/5 ถนนวันจันทน์ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก อ.เมืองพิษณุโลก พังเสียหายยุบไปในตลิ่งด้วย เหลือแต่ท่อประปาหักเป็นท่อน
นายถาวร สิทธิสาร กล่าวว่า ตนเองได้สังเกตถนนหน้าบ้านมานานหลายเดือนแล้ว เนื่องจากมีการกัดเซาะของน้ำและค่อยๆ ยุบ จากนั้นเมื่อสองวันที่แล้ว ได้เกิดฝนตกหนัก ทำให้ตลิ่งเริ่มยุบตัวลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้สนใจเท่าไร จนกระทั่งเมื่อตนประมาณ 3 ทุ่มที่ผ่านมา ตนเองกำลังกินข้าวอยู่ในบ้าน ก็ได้ยินเสียดินถล่มอย่างดัง จึงลุกมาดูหน้าบ้านก็พบว่าน้ำได้กัดเซาะถนนและกำแพงบ้านของตนเองพังไปแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เทศบาลมาตรวจสอบทันที
จากการสำรวจเบื้องต้นมีบ้านเรือนราษฎร ที่ได้ถูกแม่น้ำกัดเซาะหน้าบ้านจนพังเสียหายจำนวน 3 หลังคาเรือน เสาไฟฟ้า 2 ต้น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า ได้มาตัดกระแสไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็จะมาเร่งซ่อมแซมถนนต่อไป
ปราจีนบุรี-น้ำป่าเขาใหญ่กับมวลน้ำจากสระแก้วหลากท่วมกบินทร์บุรี
น.ส.จิตรา พรหมชุติมา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า จากภาวะฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลกระบายลงแควหนุมานจาก อ.นาดี ที่ไหลลงสมทบกับมวลน้ำแควพระปรงที่ไหลมาจาก จ.สระแก้ว มาบรรจบรวมกันเป็นแม่น้ำปราจีนบุรี หรือต้นน้ำทำให้ ปริมาณน้ำที่ล้นตลิ่งสูงเกินวิกฤติจากเดิมที่เกิน 25 ซม.เพิ่มสูงขึ้นอีก วัดระดับน้ำที่ต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีใน อ.กบินทร์บุรีที่เป็นจุดน้ำท่วมวิกฤติ โดยน้ำในแม่น้ำสูงรวม 11.67 เมตร , พื้นที่น้ำท่วม อ.ศรีมหาโพธิ ระดับน้ำ9.76 เมตร และที่ อ.เมือง ระดับน้ำ 4.40เมตร ทำให้น้ำที่ท่วมหนักอยู่แล้วในรอบที่ 2 เพิ่มสูงล้นตลิ่งอย่างรวดเร็วเฉลี่ยที่ 1.50เมตร หลากเข้าท่วมซ้ำในชุมชน-บ้านเรือนติดกับต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี อาทิ ชุมชนตลาดเก่า ชาวบ้านรวมกว่า 220 ครัวเรือนต้องขึ้นไปอยู่บนชั้น 2 ของบ้าน โดยน้ำที่ท่วมสูงเฉลี่ย 2.00-2.50 เมตรเศษ
ขณะเดียวกันได้รับรายงาน จากทางเรือนจำกบินทร์บุรีที่ตั้งอยู่ติดกับต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี ได้ขนย้ายนักโทษ 300คน ไปอยู่เรือนจำแห่งอื่น จากที่รับผิดชอบทั้งหมด 743 คน โดยผู้ที่ถูกอพยพไปนั้น ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำที่ท่วมภายในเรือนจำสูงเฉลี่ย 1 เมตร ด้านการบรรเทาสถานการณ์ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีรวม 10 เครื่อง เร่งผลักดันน้ำไหลลงสู่อ่าวไทยต่อไป
อุทัยธานี-คันกั้นน้ำพังยังคงทะลักท่วม3หมู่บ้าน
คันกั้นน้ำริมตลิ่งข้างวัดบุญลือ หมู่ 1 ต.เนินแจง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ยังคงส่งผลให้น้ำทะลักท่วม 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1,6,8 ต.เนินแจง อ.เมือง จ.อุทัยธานี อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคันดินกั้นน้ำริมตลิ่งที่พังลงทางยาวประมาณ 50 เมตร ผลจากการเร่งระบายน้ำท้ายเขื่อนวังร่มเกล้า โดยยังคงมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก ไม่สามารถดำเนินการปิดกั้นคันกั้นน้ำได้ จึงทำให้กระแสน้ำยังคงทะลักเข้าท่วมพื้นที่ขยายวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่อง นาข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยวจมน้ำแล้วกว่า 5,000 ไร่ ยังไม่รวมบ้านเรือน วัด โรงเรียนอีกหลายแห่งพลอยได้รับผลกระทบ ประชาชนจำนวนมากยังต้องอพยพไปอาศัยนอกบ้าน ท่ามกลางความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก
ส่วนระดับน้ำท่วมในพื้นที่ด้านเหนือเขื่อนวังร่มเกล้าในพื้นที่ อ.สว่างอารมณ์ และ อ.ทัพทัน ล่าสุด ระดับน้ำได้ลดลง สถานการณ์คลี่คลายไประดับหนึ่งแล้ว คาดว่าถ้าไม่มีฝนตกหนักในพื้นที่ สถานการณ์จะเข้าสู่ปกติในเร็ววันนี้
ปทุมธานี-ชาวบ้านร้องผับตบชวาแน่นคลองหกวาสายล่าง
ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชุมชนคูคตพัฒนาริมคลองหกวา คลองสองสายล่าง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งมีนายบุญถม บริยศ อายุ 43 ปี ได้ชี้ให้ผู้สื่อข่าวดูในคลองหกวาสายล่าง เป็นเขตกั้นคลองระหว่าเขตคูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี กับเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ที่มีผักตบชวาขึ้นแน่นคลองเป็นจำนวนมากระยะทางยาวหลายร้อยเมตรเป็นช่วงๆ และก็ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแล ทำให้พักตบชวาขึ้นแน่นเต็มคลองอย่างที่เห็น และช่วงนี้มีฝนตกหนักทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างเชื่องช้า ทำให้น้ำในคลองเอ่อล้นท่วมบ้านริมคลอง และได้มีการแจ้งไปทางชลประทานและเขตพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ และปทุมธานี ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแล ทำให้ชาวบ้านต้องขอความช่วยเหลือมาทางสื่อ ให้ช่วยประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบมาช่วยกำจัดผับตบชวาให้ด้วยและช่วงนี้น้ำกำลังมาอาจจะทำให้การระบายน้ำไม่ดีและน้ำจะท่วมในพื้นที่ได้จึงฝากมาช่วยนำผักตบชวาออกให้ก่อนและยังสร้างปัญหาน้ำเน่าเสียและเป็นที่เพาะยุงลายในเวลาหัวค่ำจะมียุงลายบินออกมาจำนวนมาก
ปราจีนบุรี-พระสงฆ์ออกพายเรือประสบปัญหาการบิณฑบาต-เตรียมป้องกันจระเข้วัดหลุดบ่อ
ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี รายงานสถานการณ์น้ำท่วม จากที่มีฝนตกต่อเนื่องพบว่า พื้นที่น้ำท่วมได้ขยายวงกว้างถูกน้ำท่วมครบทั้ง7 อำเภอแล้วประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ
พื้นที่วิกฤติหนักได้แก่ อ.กบินทร์บุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่จุดรับน้ำ เป็นต้นกำเนิดต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี ที่เกิดจากแควพระปรงน้ำไหลมาจาก จ.สระแก้ว มาบรรจบรวมกันกับแควหนุมานที่น้ำไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มรดกโลก อ.นาดี รวมกันเป็นแม่น้ำปราจีนบุรี เมื่อฝนตกหนักหรือมีน้ำป่าไหลหลากที่จุดรวมน้ำดังกล่าวที่มีแควน้ำ 2 สายมาบรรจบกันจึงล้นทะลักท่วมชุมชน-หมู่บ้าน อ.กบินทร์ในทุก ๆ ปี ดังกล่าว อันได้แก่ชุมชนตลาดเก่า ที่อยู่ด้านเหนือติดต้นน้ำ ,เรือนจำกบินทร์บุรีติดต้นน้ำด้านทิศใต้ และในย่านค้าขาย ตลาดเทศบาลตำบลกบินทร์ ทั้ง 5 ชุมชน ที่ตั้งติดข้างฝั่งเดียวแควหนุมานเหนือต้นแม่น้ำ ทั้งนี้น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 19ก.ย.56 ที่ผ่านมาถึงปัจจุบันและมีฝนตกได้เพิ่มระดับสูงสุดรวม 3รอบในวันนี้นั้น น้ำท่วมเฉลี่ย1.50-2.00เมตร
ผลกระทบความเดือดร้อน นอกจากชาวบ้าน ที่วัดอรัญไพรษี หมู่ 3 ต.บ้านทาม พระสงฆ์ได้มาอาศัยนอน(จำวัด)ศาลาที่ตั้งติดริมถนนที่เป็นที่สูง กาง-แขวนกลดจำวัด (นอน) แทนกุฏิ ,ศาลาการเปรียญที่น้ำท่วมทั้งหมด
ที่วัดโพธิ์ทอง หมู่ 4 ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พื้นที่ต่อเนื่องกันพบพระสงฆ์-เจ้าอาวาส-ลูกวัดช่วยกันดูแลบ่อเลี้ยงปลา-เต่าที่กั้นคอกด้วยบ่อซีเมนต์ ใช้เลี้ยงเต่ารวมกว่า 100 ตัว รวมกับปลาแรดยักษ์ 4 ตัวน้ำหนักแต่ละตัว 7-8 กก. ,บ่อเลี้ยงจระเข้ รวม 2 ตัว ,วัวที่ถูกไถ่ชีวิต รวม 9 ตัว , ไก่บ้าน กว่า 100 ตัว, สุนัข 30 ตัว และแมว 1 ตัว และลูกศิษย์วัดอีก 4 คน เนื่องจากวัดถูกน้ำท่วมทั้งหมด เพื่อระวังไม่ให้สัตว์หลุดไปกับสายน้ำที่ท่วม โดยเฉพาะจระเข้
พระครูสมุอโณทัย อายุ41 ปี เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง กล่าวว่า น้ำท่วมวัดทั้งหมด พระสงฆ์รวม 9รูปที่ต้องพายเรือข้ามฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรีไปบิณฑบาตลำบาก และเสี่ยงเกิดอันตราย เนื่องจากน้ำไหลแรงเกรงเรือล่มเป็นอันตรายได้โดยเฉพาะพระสงฆ์ที่ห่มจีจรไม่สะดวกในการช่วยเหลือตัวเอง และจากที่ญาติโยมเองก็ถูกน้ำท่วมจึงเป็นการลำบากทั้ง 2 ฝ่ายที่จะให้ทาน-ทำบุญเช่นยามปกติ จึงอยากให้ญาติโยมบริจาค-ถวายจัดข้าวสาร-อาหารแห้ง,น้ำสะอาดมาถวายให้พระสงฆ์ในการหุงหาช่วงน้ำท่วมนี้
ในขณะนี้ ได้เร่งเตรียมตาข่าย หรือ อาจขนย้าย จระเข้ ขนาดยาว2.50เมตรน้ำหนักกว่า 100กก. รวม 2 ตัว เนื่องจากเกรงว่ามันจะจมน้ำตาย หรือหลุดบ่อ รวมถึงสัตว์อื่น ๆ ที่ทั้งหมดนี้ญาติโยมนำมาถวายทำบุญ-ปล่อยสะเดาะห์ตามความศรัทธาความเชื่อให้กับที่วัดที่พระต้องเลี้ยงดูให้,รวมถึงวัว 9 ตัวที่ญาติโยมไถ่ชีวิตถวายเช่นกันตอนนี้นำขึ้นที่สูงแล้ว
.......................................
(หมายเหตุ ภาพประกอบข่าว)



