
'บิ๊กตู่'ฉุน'กะเพรา'ราชินีสมุนไพรไร้ที่ยืนในทบ.
'บิ๊กตู่'ไล่กิน'กะเพรา'ที่อื่น ราชินีสมุนไพรไร้ที่ยืนในทบ. : ทีมความมั่นคงรายงาน
สร้างความฮือฮาในชั่วข้ามคืน หลังมีการแชร์ป้ายข้อความ "ลูกค้าโปรดทราบ ห้ามสั่งผัดกะเพรา" โดยระบุว่า ป้ายเจ้ากรรมถูกติดไว้ในบริเวณโรงอาหารของสำนักงานเลขานุการกองทัพบก (สลก.ทบ.) ภายในกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.)
แต่อายุขัยของป้ายเจ้าปัญหาจึงมีชีวิตอยู่ได้เพียงวันเดียว เพราะหลังจากแชร์กันลั่นทุ่งในโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 25 กันยายน รุ่งขึ้น 26 กันยายน ก็มีเจ้าหน้าที่ของ สลก.ทบ.มาเก็บป้ายไปเรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ห้องอาหารยังเปิดขายปกติ...เพียงแต่ไม่ได้ "ผัดกะเพรา" ขายเท่านั้น ส่วนลูกค้าที่ส่วนใหญ่ก็เป็นทหารใน ทบ. ก็ยังคงสั่งผัดกะเพราตามความเคยชิน แต่เมื่อแม่ค้าบอกว่า ผัดให้ไม่ได้ เพราะนายสั่ง...เล่นเอาลูกค้างงเป็นไก่ตาแตก
ส่วนทหารเด็กๆ ที่ถือโพยผัดกะเพรามาจากนายก็งงไม่แพ้กัน และต้องโทรถามนายกันจ้าละหวั่นว่าจะเปลี่ยนเป็นเมนูไหน ซึ่งเมนูยอดฮิตแทนผัดกะเพรายามนี้ คือ สุกี้ ต้มยำ ไข่เจียว ผัดซีอิ๊ว และราดหน้า เป็นต้น
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าขึงขัง และน้ำเสียงดุดันตามสไตล์หลังป้ายเคอร์ฟิว ห้ามสั่งผัดกะเพราดังกระฉ่อนไปทั้งประเทศว่า "ถ้าอยากรับประทานกะเพราร้อนๆ ผัดสดๆ ก็ให้ไปกินข้างนอก เพราะข้างใน ทบ.เป็นอาคารปิด ซึ่งเรามีระบบของเรา ร้านค้าก็รู้ แต่คงอยากจะบริการคนที่อยากกิน แต่ต้องเห็นใจคนอื่นบ้าง เพราะไม่ได้ชอบกันทุกคน ต้องเห็นอกเห็นใจข้อตกลงของทุกร้านค้าที่อยู่ในอาคารปิดหรือสถานที่คับแคบ ได้ตกลงกันแล้วว่าจะต้องทำเป็นอาหารสำเร็จรูป ไม่ปรุงสุกใหม่ข้างใน เพราะกลิ่นจะรบกวนคนอื่น ดังนั้นการอยู่ร่วมกันต้องนึกถึงคนอื่น ไม่ใช่ทุกคนเอาแต่ความสุขสบาย ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไปอยู่ที่อื่น"
นักข่าวซักต่อว่า ถ้าห้ามไม่ให้ทำอาหารปรุงสดทำไมต้องมีเครื่องดูดควัน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า เพราะกลิ่นอาหารมันมี เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปถอดเครื่องดูดควันออกให้หมด พอล่ะ อยากอยู่ก็อยู่ ไม่อยากอยู่ก็ไป ทำให้ก็ยังบ่น ทำไมต้องมีเหตุมีผล เครื่องดูดควันมีไว้เพื่อดูดควัน ถ้ามีไว้ไม่ดีกว่าหรอ ไม่อย่างนั้นก็ถอดออกให้หมด หรือไม่ก็ปิดร้านอาหารเท่านั้น ทุกวันนี้ผมมีเรื่องเยอะแยะ แต่ยังมีเรื่องไร้สาระให้ผมวุ่นวาย เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องไปลงสื่อให้ปวดหัว ถ้าอยากทานมากนักมาเอาเงินที่ผม แล้วไปทานข้างนอกจะได้ร้อนๆ"
ขณะที่ พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการกองทัพบก ยอมรับว่า มีคำสั่งห้ามจริง เพราะเป็นข้อตกลงที่ได้ทำไว้กับพ่อค้าแม่ค้า คือ อนุญาตให้ขายเฉพาะอาหารที่ปรุงสำเร็จเท่านั้น ซึ่งผู้ค้าทุกคนทราบกติกาดี ไม่อยากให้มาปรุงอาหารที่มีกลิ่นฉุนหรือรุนแรง เพราะเมื่อเปิดแอร์แล้วเมื่อปรุงอาหารที่มีกลิ่นรุนแรงจะไปรบกวนคนที่มาใช้บริการ
"กฎระเบียบทำขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ซึ่งทุกร้านเข้าใจดี แต่เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้คงจะต้องเรียกร้านค้าทั้ง 4 มาพูดคุยในรายละเอียดอีกครั้ง เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาอีก ผมยืนยันว่า การสั่งห้ามผัดกะเพราเป็นไปตามข้อตกลง ไม่ได้เพิ่งมาสั่งห้าม แต่เมื่อมีคนมาสั่งแม่ค้าเขาก็ผัดให้ และยืนยันว่าผัดกะเพราไม่ได้ส่งกลิ่นรบกวนไปถึงผู้บังคับบัญชา"
ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เมนูยอดฮิตอันดับ 1 ของชาวไทยคงจะถูกอัญเชิญออกจากโรงอาหารในทบ.เป็นแน่แท้ ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" จึงทดลองสืบค้นข้อมูลของเมนูที่จะว่าเป็นเมนูสิ้นคิดก็ได้ หรือจะว่าเป็นเมนูยอดฮิตก็ไม่ผิด พบว่า สรรพคุณของกะเพรา หรือเฉพาะเจาะจง คือ "ใบกะเพรา" มีมากกว่าที่คิดไว้เสียอีก
โดยข้อมูลในเว็บไซต์มูลนิธิหมอชาวบ้าน http://www.doctor.or.th/article/detail/5799 ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ใบกะเพราะมีกลิ่นฉุนเป็นพิเศษ เนื่องมาจากมีสารเซสควิเทอร์พีน ชื่อบีตาคาร์โยฟิลลีน (?-caryophyllene) ร้อยละ 30 และบีตาเอลิมีน (?-elemene) ทั้งยังมีพรีนิลโพรพานอยด์หลายตัว ได้แก่ เมทิลยูจีนอล (methyl eugenol) ร้อยละ 30 และเมทิลชาวิคอล (methylchavicol) ร้อยละ 10 ส่วนชื่ออื่นของกะเพรา (ในภาษาไทย) ก็มีหลากหลายตามแต่ละภูมิภาค เช่น กอมก้อดง, กอมก้อ, กะเพราขาว, กะเพราแดง, ห่อกวอชู, ห่อตูปลู, อิ่มคิมหลำ เป็นต้น
กะเพราเป็นพืชพื้นเมืองในเขตร้อนของทวีปเอเชีย และแอฟริกา การเพาะปลูกกะเพราเป็นไปเพื่อใช้งานทั้งด้านศาสนา และการแพทย์ การแพทย์อายุรเวท และศาสนาฮินดูมีการใช้กะเพรามากว่า 5,000 ปี
กะเพราจึงจัดเป็น "ราชินีสมุนไพร" (Queen of Herb) ใช้ทั้งด้านร่างกายและจิตวิญญาณ มีคุณสมบัติปรับธาตุ ช่วยภาวะสมดุลหลายกระบวนการของร่างกาย ช่วยให้เผชิญความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจได้ดีขึ้น
การแพทย์อายุรเวทเชื่อว่ากะเพราเป็นพืชที่ช่วยให้อายุยืน ใช้บรรเทาอาการหวัด ปวดศีรษะ อาการต่างๆ ของกระเพาะอาหาร อาการอักเสบ โรคหัวใจและหลอดเลือด ปรับสมดุลระบบภูมิต้านทาน บรรเทามาลาเรีย และขับสารพิษต่างๆ
นอกจากนี้ การศึกษาวิจัยสรรพคุณของกะเพราก็มีอยู่มากมาย เช่น ฤทธิ์ลดปริมาณไขมันในเลือด และปริมาณคอเลสเตอรอลสุทธิ, ฤทธิ์ต่อระบบหัวใจ ช่วยลดการเกิดลิพิดเปอร์ออกซิเดชั่นและการตายของกล้ามเนื้อหัวใจ, ฤทธิ์ขับลม ใช้น้ำต้มใบกะเพรา 2-3 หยด ผสมน้ำนมให้ทารกดื่ม ทำให้ทารกสบายท้อง เพราะน้ำมันหอมระเหยที่ได้จากกะเพราช่วยขับลมในท้อง เป็นต้น
นี่เป็นเพียงคุณสมบัติเสี้ยวหนึ่งของใบกะเพราอันเป็นวัตถุหลักในจานผัดกะเพรา ที่มีสรรพคุณยาวเหยียด คนไทยฮิตสั่งกันทั้งบ้านทั้งเมือง..แต่วันนี้ถูกกระชับพื้นที่ และไร้ที่ยืนใน ทบ.
เขตทหารห้าม"ใบกะเพรา"
ในสังคมออนไลน์ได้หยิบยกประเด็น "เขตทหารใบกะเพราห้ามเข้า" วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เพราะมองว่า นอกจากเป็นการลิดรอนสิทธิทางการค้าแล้ว คำสั่งดังกล่าวยังลิดรอนสิทธิในการบริโภคด้วย
ผู้ใช้ชื่อ "yanatchara_belle" ตั้งกระทู้ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เรื่อง "เปิดเฟซมาเจอข่าว ห้ามสั่ง ผัดกะเพรา โรงอาหาร ทบ.เหตุส่งกลิ่นฉุนรบกวนผู้ใหญ่ โหเป็นได้ขนาดนี้เลยหรือ" ระบุว่า ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (25 ก.ย.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ภายในอาคารสำนักงานเลขานุการ ทบ. ได้เกิดเรื่องฮือฮาขึ้นภายในโรงอาหาร เมื่อพบว่าร้านอาหารติดป้ายประกาศที่หน้าร้านอาหารตามสั่งว่า "ลูกค้าโปรดทราบ ห้ามสั่งผัดกะเพรา"
จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้า ทราบว่า เหตุที่ถูกสั่งห้ามขายผัดกะเพรา เพราะความฉุนจากกลิ่นใบกะเพรา ส่งกลิ่นไปไกลถึงห้องทำงานผู้ใหญ่ ส่งผลรบกวนจิตใจอันมีผลต่อการทำงาน
"ลูกทหารอย่างเราถอนหายใจค่ะ แค่กลิ่นกะเพรายังทนไม่ได้จะเอาอะไรมาปกป้องบ้านเมือง"
ด้าน "สมาชิกหมายเลข 909352" โพสต์ว่า บางทีผู้ใหญ่อาจแค่เปรยๆ แต่ลิ่วล้อมันอยากเอาใจนาย มาสั่งเองขยายความจนเว่อร์ เคยเจอมาแล้วพ่อค้าขายหมูทอดข้างตึก กลิ่นเข้าห้องนาย นายบอกให้ไปบอกพ่อค้าเลื่อนออกไปอีกนิด กลิ่นจะได้ไม่ต้องเข้าห้อง ปรากฏว่าลิ่วล้อมาสั่งไม่ให้ขาย ท่านเหม็นน้ำมัน จบ อดกินกันเลย (พอพ่อค้าหายไป ถามๆ กันถึงรู้สาเหตุ ตอนนี้กลับมาขายเหมือนเดิม)
"mander" บอกว่า ใจเย็นๆ เรื่องนี้มันมีที่มาที่ไป ข่าวก็บอกอยู่ว่าเครื่องดูดควันมันไม่มีประสิทธิภาพ แล้วผัดกะเพรา ทั้งพริก ทั้งกะเพรา ทั้งเครื่อง มันฉุนนะ วันๆ ไม่ได้ผัดจานเดียว ผัดกะเพรานี่มันอาหารสิ้นคิด ใครนึกไม่ออกก็สั่งผัดกะเพรา ไม่ต้องถึงนายทหารผู้ใหญ่หรอก คนทั่วไปก็ทนไม่ได้ คำสั่งนี้อาจมีมาในช่วงที่รอการปรับปรุงระบบดูดควัน หรือไม่นายทหารก็สั่งประชด ประมาณว่า ถ้าไอ้คนที่มีหน้าที่ไม่แก้ไข ก็ไม่ต้องกินกันทั้งหมด จะได้โดนคนอื่นด่าแล้วรีบๆ แก้ไข
ขณะที่ "supojsri" มองว่า เสพข่าวต้องคิดให้มาก คิดว่าไม่มีอะไรมากหรอก น่าจะเป็นการจัดการเรื่องกลิ่นไม่ดี ก็ต้องปรับปรุง คงจะแค่นั้นแหละ ผมคนหนึ่งละที่จะไม่ทนนั่งดมกลิ่นผัดกะเพราตอนกำลังปรุงแน่ๆ
นอกจากนี้ "สมาชิกหมายเลข 867614" ได้โพสต์กระทู้ "ROYAL THAI ARMY ติดป้ายห้ามแม่ค้าผัดกะเพรา ชี้ส่งกลิ่นฉุนรบกวนนาย" พร้อมแชร์ภาพบรรยากาศภายในห้องอาหาร มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นหลากหลาน บางรายมองในเชิงประชดประชันอย่าง "ตาเป๋า" ตั้งข้อสังเกตว่า "รบพิเศษ กล้าตาย....ต้องผ่านหลักสูตรผัดกะเพราทั้งนั้น ส่วนทหารธุรการ ในสำนักงานไม่ผ่านหลักสูตรนี้เลยปรับตัวไม่ได้"
.....................................
(หมายเหตุ : 'บิ๊กตู่'ไล่กิน'กะเพรา'ที่อื่น ราชินีสมุนไพรไร้ที่ยืนในทบ. : ทีมความมั่นคงรายงาน)



