ข่าว

'พงศ์เทพ'วอนศาลรธน.รู้กรอบอำนาจตัวเอง

'พงศ์เทพ'วอนศาลรธน.รู้กรอบอำนาจตัวเอง

26 ก.ย. 2556

'พงศ์เทพ' วอน ศาลรธน. รู้กรอบอำนาจตัวเอง รับวินิจฉัยค้านแก้ไข รธน. ที่มา ส.ว. หวังศาลรธน.วินิจฉัยร่างพ.ร.บ.งบฯ 57 อย่างรวดเร็ว

 

                              26 ก.ย. 56  เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องตีความร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็นที่มาส.ว. เข้าข่ายขัดมาตรา 68 แต่ไม่คุ้มครองฉุกเฉินลงมติในวาระ 3 ว่า การพิจารณาของสมาชิกรัฐสภา ตั้งแต่อดีตจนถึงขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็มีเรื่องที่เขาอาจจะได้และเสียประโยชน์เสมอ และการออกกฎหมายทุกฉบับก็นำมาใช้บังคับกับสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ดังนั้นกรณีที่ไปยื่นครั้งนี้ตามรัฐธรรมนูญจะเห็นได้ว่าถ้าบอกว่าส.ว.บางส่วน คือ ส.ว.เลือกตั้ง ได้ประโยชน์ ส.ว.สรรหาที่ร่วมพิจารณากฎหมาย ซึ่งเข้าไปมีส่วนร่วมในการพิจารณา ก็ถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสียว่าจะได้ดำรงตำแหน่งอยู่ต่อไปหรือไม่ด้วย แต่ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดว่า จะมีกรณีใดบ้างที่เขาจะไม่ให้ส.ว.ไปมีส่วนในการลงมติ ซึ่งทุกประเทศจะเหมือนกันหมดว่าส่วนได้เสียของสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนห้ามไว้ สมาชิกก็มีสิทธิ์ที่จะพิจารณาลงมติได้ ประเด็นเรื่องนี้อยู่ที่ว่า การมาอ้างว่ามีส่วนได้เสียเป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น เพราะหากรัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้สมาชิกรัฐสภาในกรณีที่มีส่วนได้เสียไม่ให้ลงมติในเรื่องใด จะเขียนไว้ชัดเจน

                              "ผมบอกได้เลยว่าถ้าเป็นอย่างนี้จะมีหลายเรื่อง ที่จะไม่มีสมาชิกรัฐสภาแม้แต่คนเดียวเข้าประชุมได้ ถามว่าแล้วจะออกกฎหมายกันอย่างไร เรื่องนี้ศาลต้องรู้ว่ากรอบอำนาจของศาลเป็นอย่างไร และระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีการแบ่งอำนาจ และเขารู้ว่าใครมีขอบเขตอำนาจอย่างไร และรัฐสภาเองก็ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับการวินิจฉัยคดีของศาล ดังนั้นศาลก็ต้องรู้ว่ากรอบอำนาจของศาลมีอยู่แค่ไหน เพราะศาลไม่ได้มาอยู่เหนือองค์กรอื่น เพราะศาลไม่มีความชำนาญ หรืออำนาจอะไรมาออกกฎหมายได้เอง ดังนั้นอะไรที่ไม่ได้ห้ามไว้ ก็สามารถทำได้หมด"

                              เมื่อถามว่าสมาชิกรัฐสภายังยืนยันที่จะโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ในวันที่ 28 ก.ย.นี้หรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องของสภาฯจะพิจารณา ส่วนที่มีข้อสงสัยว่าหากสมาชิกลงมติวาระ 3 อาจจะเข้าข่ายความผิดสำเร็จหรือไม่ หากมีการร้องเรียนในภายหลังอีก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "การลงมติของสมาชิกรัฐสภาถือเป็นเอกสิทธิ์ ไม่ผิดกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น และไม่มีอำนาจขององค์กรใดจะไปห้ามไม่ให้ลงมติได้" ต่อข้อถามว่าแต่สมาชิกพรรคเพื่อไทยยังลังเลยังไม่กล้าที่จะลงมติ นายพงศ์เทพ กล่าวย้ำว่า เป็นเรื่องของสภาฯพิจารณา ต้องไปดูว่าเขาเห็นอย่างไร

                              นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า สำหรับการแปรญัตติเสนอตัดลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 และมีการวิพากษ์วิจารณ์นั้น ต้องชี้แจงว่าเรื่องนี้รัฐบาลเป็นผู้เสนอกฎหมายเข้าไป ซึ่งศาลและองค์กรอิสระมีสิทธิ์จะเสนอขอแปรญัติโดยตรงไปที่กรรมาธิการอยู่แล้ว และการเสนองบประมาณที่ไม่ได้แปรญัตติ กรรมาธิการไม่ได้ไปลดรายการแต่จะดูว่าในรายการที่เสนอมานั้นมีจุดใดบ้างที่เกินราคากลางเท่านั้น แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้วินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เราก็ต้องรอก่อน ทำให้งบประมาณปี 2557 ที่จะต้องใช้ในวันที่ 1 ต.ค.ล่าช้าออกไป และงบลงทุนเพื่อใช้ในโครงการต่างๆ ก็จะช้าไป จึงหวังว่าศาลจะพิจารณาอย่างรวดเร็ว