ข่าว

'พท.'ซัด'ปชป.'ข่มขู่ยื่นถอดถอน'ปู'

'พท.'ซัด'ปชป.'ข่มขู่ยื่นถอดถอน'ปู'

26 ก.ย. 2556

'พท.' ยันโหวตวาระ 3 ซัด 'ปชป.' ข่มขู่ 'นายกฯ' ยื่นถอดถอน จี้ ตรวจสอบคลิปเสียบบัตรแทนก่อนยื่นศาลรธน.

 

                              26 ก.ย. 56  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาส.ว.ว่า วิปรัฐบาลเห็นว่าเราจะเดินหน้าโหวตในวาระ 3 แน่นอน ตามที่รัฐสภาได้มีคำสั่งนัดประชุมในวันที่ 28 ก.ย. เพราะเห็นว่าเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็เคยมีคำแนะนำว่าสามารถแก้ไขเป็นรายมาตราได้ และไม่ได้เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิไตยตามมาตรา 68 ดังนั้นพรรคเพื่อไทยและวิปรัฐบาลจะเดินหน้าในการทำหน้าที่ของผู้แทนปวงชนชาวไทยต่อไป เป็นการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา

                              ส่วนกรณีที่นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุทำนองข่มขู่สมาชิกที่จะลงมติในวาระ 3 และนายกฯว่า จะถอดถอนหากนำร่างแก้ไขนี้ขึ้นทูลเกล้าฯ เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีเกียรติยศของฝ่ายนิติบัญญัติและอำนาจของสมาชิกรัฐสภา แต่วันนี้กลับทำตัวปกป้องอำนาจของฝ่ายเผด็จการที่ไม่สนับสนุนการคืนอำนาจให้ประชาชน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้หาเสียงว่าหากได้รับการเลือกตั้งก็จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้กลับพูดในลักษณะกลืนน้ำลายตัวเอง โดยเฉพาะการข่มขู่นายกฯ เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องน่าจะผิดกฎหมายและผิดจริยธรรมทางการเมือง ความจริงพรรคประชาธิปัตย์และ 40 ส.ว. ก็สามารถใช้สิทธิ์ให้องค์กรต่างๆ ตรวจสอบได้ ไม่ใช่มาข่มขู่ ทั้งนี้จะยื่นตรวจสอบการกระทำของนายวิรัตน์ ว่าเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภาหรือไม่

                              นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีการยื่นเรื่องคลิป ส.ส.กดบัตรแทนกันให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นหลักฐานเพิ่มเติมว่า ถือเป็นการกระทำที่มีนัยทางการเมือง และมีเจตนาที่จะฉวยโอกาสเพื่อให้ระงับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะคลิปดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยนายจุรินทร์ ซึ่งเป็นวิปฝ่ายค้าน ถือว่ามีส่วนได้เสียในการคัดค้านแก้รัฐธรรมนูญอย่างเห็นได้ชัด เพราะมีการแถลงตอนค่ำและวันรุ่งขึ้นก็ยื่นศาลทันที ทั้งที่ยังไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคลิปและข้ามขั้นตอนการตรวจสอบของรัฐสภา ซึ่งมีคณะกรรมการจริยธรรมที่จะตรวจสอบก่อน

                              ส่วนกรณีที่นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาท้าทายให้ตนออกจากตำแหน่งหากตรวจสอบว่าคลิปดังกล่าวเป็นของจริงนั้น ตนขอท้ากลับถ้านายสาธิต ไม่ยื่นให้ตรวจสอบตามขั้นตอนของรัฐสภา แสดงว่าไม่บริสุทธิ์ใจ เห็นเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากประชาธิปัตย์ต้องการทำให้เป็นเกมการเมือง และขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ ถ้ามีวุฒิภาวะเพราะอยู่สภามาก่อนตน ก็ควรให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยต้องยื่นให้คณะกรรมการจริยธรรม ซึ่งหากคลิปเป็นจริงก็สามารถไปยื่น ป.ป.ช.ถอดถอนได้ แต่หากคลิปเป็นการตัดต่อ ก็จะฟ้องกลับเช่นกัน

 

 

ส.ส.เพื่อไทยแจ้งจับตุลาการศาล รธน.

 

                              ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายคารม พลพรกลาง ทนายความ พร้อมคณะ รับมอบอำนาจจาก นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายจรูญ อินทจาร นายเฉลิมพล เอกอุรุ นายนุรักษ์ มาประณีต นายบุญส่ง กุลบุปผา นายสุพจน์ ไข่มุกต์ และนายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

                              นายคารม กล่าวว่า การแจ้งความร้องทุกข์ครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง 8 คน ได้มีคำสั่งให้รัฐสภาชะลอการลงมติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในวาระ 3 หลังจากที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม กับพวก รวม 5 คน ได้เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยกล่าวหาสมาชิกรัฐสภาซึ่งร่วมกันยื่นคำร้องขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 291 ว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 68 เพราะเป็นการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลให้ต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครอง

                              นายคารม กล่าวต่อว่า ทางตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดทราบดีอยู่แล้วว่าคำร้องของ พล.อ.สมเจตน์ กับพวก เป็นการกล่าวหาสภาชิกรัฐสภา ซึ่งรวมถึงนายวรชัย ว่า กระทำการเพื่อมุ่งหมายล้มล้างการปกครอง และเป็นความผิดอาญา ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจพิจารณาคดีระหว่างที่สมาชิกรัฐสภาผู้ถูกกล่าวหายังอยู่ในสมัยประชุมรัฐสภา เพราะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 131 วรรค 3 แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กลับยังมีคำสั่งดังกล่าวออกมาจึงเป็นการกระทำที่เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

                              เมื่อถามว่าเหตุใดไม่ยื่นถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดด้วย นายคารม กล่าวว่า คณะของตนจะไม่ยื่นเรื่องถอดถอน เพราะหากถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปแล้วก็จะมีการสรรหาใหม่ ซึ่งก็คงพิจารณาคำร้องต่างๆ เช่นเดิม แต่คณะตนจะใช้การแจ้งความ และฟ้องต่อศาลในทุกครั้งที่มีการกระทำที่เข้าข่ายลักษณะนี้