ข่าว

ชาวนาเสพติด'จำนำข้าว'เลิกเจอม็อบแน่

ชาวนาเสพติด'จำนำข้าว'เลิกเจอม็อบแน่

26 ก.ย. 2556

โพลล์ชี้ชาวนาเสพติด 'จำนำข้าว' ระบุความเป็นอยู่ดีขึ้น พร้อมก่อม็อบหากไม่สานต่อ สวนทางผู้ส่งออกจี้รัฐเลิก ชี้เหตุราคาสูงกระทบความสามารถแข่งขัน ฉุดส่งออกข้าวหดตัว

 

                              26 ก.ย. 56  นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจทัศนะต่อนโยบายการรับจำนำข้าวของรัฐบาลจากชาวนาจำนวน 1,228 ตัวอย่าง พบว่า ชาวนาส่วนใหญ่ร้อยละ 63.7 เห็นว่าภาพรวมโครงการรับจำนำข้าวส่งผลให้ชีวิตของครอบครัวดีขึ้น เนื่องจากช่วยลดภาระหนี้สินเดิมของชาวนา มีเงินใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากราคาข้าวที่ดีขึ้น ทำให้มีเงินออมมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน การดำเนินโครงการก็ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นตามราคารับจำนำ โดยเฉพาะจากการปรับขึ้นค่าเช่าที่ทำนา ทำให้ชาวนาส่วนใหญ่ เห็นด้วยในระดับปานกลางเท่านั้น ที่จะปรับลดราคารับจำนำข้าวนาปรัง

                              "ชาวนายังยืนยันให้รัฐบาลดำเนินนโยบายต่อไป แต่หากการรับจำนำในราคาสูง ไปกระทบต่อการขายข้าวแข่งกับประเทศอื่นๆ นั้น รัฐบาลควรจะหามาตรการช่วยเหลือผู้ส่งออกแทน" นายธนวรรธน์ กล่าวและว่า จากการสำรวจพบว่าชาวนาส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 35.2 เห็นว่า ไม่ควรยกเลิกโครงการรับจำนำเลย รองลงมาร้อยละ 22.8 เห็นว่า จะยกเลิกได้ต่อเมื่อราคาข้าวในตลาดสูงขึ้น ซึ่งหากรัฐบาลยกเลิกการจำนำชาวนาถึงร้อยละ 40.9 จะดำเนินการเรียกร้อง หรือประท้วงให้มีการขยายโครงการต่อทันที

                              ขณะเดียวกัน จากการสำรวจความคิดเห็นต่อสถานการณ์การส่งออกข้าวไทย จากผู้ประกอบการ 135 ตัวอย่างต่อนโยบายการรับจำนำข้าวของรัฐบาล พบว่า แม้เกษตรกรจะได้รับประโยชน์โดยตรง แต่ร้อยละ 70.6 เห็นว่า มีผลเสียต่อประเทศมากกว่า เพราะรัฐบาลตั้งราคารับจำนำสูงเกินไป ทำให้ไม่สามารถแข่งขันในด้านราคาได้ ทำให้การส่งออกข้าวไทยลดลงถึงร้อยละ 82 ขณะเดียวกันยังมองว่าทำให้คุณภาพข้าวแย่ลงด้วย ดังนั้น ควรยกเลิกโครงการรับจำนำทันที

                              ทั้งนี้ จากการประเมินเม็ดเงินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นในมือชาวนาโดยภาพรวมมีสูงถึง 1 แสนล้านบาท หรือรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 50,000 ต่อครัวเรือน แต่ผลกระทบจากประมาณการการส่งออกข้าวในปีนี้ที่เหลือเพียง 6 ล้านตัน จากเดิมเฉลี่ยปีละ 10 ล้านตันนั้น เม็ดเงินเข้าประเทศจะหายไปประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท ทำให้ยังไม่สามารถประเมินความคุ้มค่าของการดำเนินโครงการได้

                              "รัฐบาลควรมีการประเมินผลการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวให้ชัดเจนถึงความคุ้มค่า ที่เกษตรกรจะได้รับประโยชน์เมื่อเทียบกับการขาดทุนจากการดำเนินโครงการ และภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ" นายธนวรรธน์ กล่าว