
'จารุพงศ์'ลงเรือแจกถุงยังชีพที่ต.โผงเผง
"จารุพงศ์" ลงพื้นที่ อ.โผงเผง เพื่อรังฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง และแจกถุงยังชีพ
วันที่ 26 ก.ย.56 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะเดินทางที่ อบต.โผงเผง เพื่อฟังการสรุปเหตุการณ์น้ำท่วมและรับฟังปัญหาหาความเดือนร้อนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง โดยพบว่าที่ตำบลโผงเผงประสบปัญหาน้ำท่วมแล้ว10 หมู่บ้าน ประชาชนเดือดร้อน 449 ครัวเรือน ไร่นาเสียหาย 207 ไร่ จากนั้นนายจารุพงศ์ ได้ออกไปเยี่ยมประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมพร้อมทังนำถุงยังชีพแจกจ่ายให้กับประชาชนถึงหัวบันใดบ้านโดยได้นั่งเรือไปพร้อมกับคณะและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดอ่างทอง
ทั้งนี้นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ลงพื้นที่ในตำบลโผงเผงเพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนซึ่งก็พบว่าในพื้นที่ตำบลโผงเผงมีน้ำท่วมสูงประชาชนต้องมานอนในเต้นกลางริมถนน ตอนนี้ตนได้สั่งให้ทางจังหวัดเข้ามาดูแลประชาชนอย่างดีจัดหาเรือ จัดหาเต้นให้เพียงพอ โดยเฉพาะเรื่องรถสิบล้อที่วิ่งบนถนนจะสั่งให้หยุดวิ่งในเวลากลางคืนเพื่อให้ประชาชนได้หลับนอนนอกจากนั้นยังให้ทางจังหวัดจัดหาสุขาเคลื่อนที่เตรียมไว้ให้ประชาชนด้วย
ส่วนพื้นที่ในพื้นที่ ต.บ้านแห อ.เมือง หลังเมื่อวานนี้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้พังคันดินและทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนล่าสุดระดับน้ำได้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องชาวบ้านต่างเร่งหาไม้มาทำสะพานเข้าออกจากบ้านนอกจากนั้นยังเป็นที่น่าเวทนาสนุกตามบ้านเรือนต่างหาที่สูงหลบน้ำ นอกจากนั้นจากนั้นน้ำเจ้าพระยาที่ถูกปล่อยมาจากเขื่อนเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำเจ้าพระยาในพื้นที่จังหวัดอ่างทองในหลายจุดเริ่มจะรับกับระดับน้ำไม่ไหวโดยเฉพาะที่บริเวณตลาดเทศบาลไชโยที่น้ำเริ่มดันกลับเข้ามาในท่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนจนทางเทศบาลไชโยต้องระดมเครื่องสูบน้ำออก
อุทัยธานี-สถานการณ์น้ำท่วมเขตเนินแจงยังวิกฤต
รายงานข่าวจาก จ.อุทัยธานี แจ้งว่าขณะนี้ชาวบ้านบุญลือ หมู่ 6 และ ชาวบ้านหมู่ที่ 8 ต.เนินแจง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ต้องดำรงชีวิตด้วยความยากลำบาก หลังน้ำที่หลากตามแม่น้ำตากแดด ที่มีระดับสูง ผลจากการเร่งระบายน้ำของเขื่อนวังร่มเกล้า ต.ทุ่งใหญ่ อ.เมือง ได้เกิดทะลักคัดกั้นน้ำริมตลิ่งแม่น้ำตากแดด เนื่องจากคันกั้นน้ำทนแรงน้ำไม่ไหวพังลง ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนในระดับสูงกว่า 1.5 เมตร ชาวบ้านต้องอพยพไปอาศัยศาลาประชาคมหมู่บ้าน หรือไปตั้งเต็นท์พักอาศัยบนถนน และนาข้าวที่อยู่ในช่วงใกล้เก็บเกี่ยวอย่างรวดเร็ว พบนาข้าวถูกน้ำท่วมเสียหายเป็นบริเวณกว้าง
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมอุทัยธานี เหนือเขื่อนวังร่มเกล้า เขต อ.สว่างอารมณ์ และ อ.ทัพทัน ระดับน้ำเริ่มทรง บางพื้นที่ลดลง ส่วนท้ายเขื่อนวังร่มเกล้า ในเขต ต.เนินแจง ต.หนองไผ่แบน อ.เมือง ระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเร่งระบายจากเขื่อน
บุรีรัมย์-สองหมู่บ้านน้ำท่วมสูงติดเกาะกว่า 5 วัน
สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดบริเวณบ้านสวายสอ หมู่ 8 และบ้านสวรรค์น้อย หมู่ 6 ต.ชุมแสง อ.กระสัง ระดับน้ำท่วมถนนทางเข้า-ออกหมู่บ้านสูง 2-3 เมตร ล้อมรอบหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านกว่า 200 หลังคาเรือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกมานานถึง 5 วัน และเริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและอาหาร ทาง อบต.ชุมแสงต้องประสานไปยังจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ ให้มาช่วยเหลือ โดยการนำเรือท้องแบนบรรทุกอาหาร น้ำดื่มฝ่าความมืดและสายฝน เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านช่วงกลางดึกเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านในเบื้องต้น
ชาวบ้านที่ประสบภัย ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา น้ำป่าจากเทือกเขาพนมดงรัก และน้ำที่ท่วมขังในเขตพื้นที่ จ.สุรินทร์ ที่ไหลลงลำน้ำชี ได้เอ่อล้นตลิ่งทะลักเข้าท่วมบ้านเรือน ถนนทางเข้า-ออกหมู่บ้านเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนไม่สามารถเข้าออกได้ ต้องอาศัยเรือในการเดินทางซึ่งใช้เวลานานนับชั่วโมง ทั้งที่ระยะทางออกจากหมู่บ้านเพียง 3 กิโลเมตร เท่านั้น แต่ระดับน้ำที่เอ่อล้นจากล้ำน้ำชีได้ไหลทะลักเข้ามาท่วมถนนและไร่นาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ บางช่วงสูงกว่า 5 เมตร
นอกจากบ้านเรือนราษฎรที่ถูกน้ำท่วมแล้ว ยังมีวัด และโรงเรียนบ้านสวายสอไกรปัญญานุเคราะห์ ที่ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร จนทางโรงเรียนต้องประกาศปิดเรียนชั่วคราว
นายประยูร สุภาศัย นายก อบต.ชุมแสง อ.กระสัง กล่าวว่า ได้รวบรวมข้อมูลรายงานส่งอำเภอ และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทราบแล้ว เพื่อให้เข้ามาดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อน เพราะทาง อบต.ไม่มีงบประมาณเพียงพอ
ชัยภูมิ-น้ำท่วมหนักวันที่4จมข้าว2หมื่นไร่
สถานการณ์น้ำท่วมจากลำน้ำชีทะลักล้นตลิ่งซัดฝายดินและอ่างเก็บน้ำเสียหายไปแล้วรวม 4 แห่งในเขต อ.บ้านเขว้าและจัตุรัส อีกที่เขื่อนลำปะทาว อ.เมืองชัยภูมิ และเขื่อนลำคันฉู เขตอ.บำเหน็จณรงค์ ยังขยายวงล้นสันเขื่อนหลากเข้าท่วมบ้านเรือนเสียหายจำนวนมากกว่า 1,200 หลังคาเรือน ใน 5 อำเภอที่อ.หนองบัวระเหว,บำเหน็จณรงค์,บ้านเขว้า,จัตุรัส และเขตโซนเศรษฐกิจเทศบาลเมืองชัยภูมิ เสียหายไปแล้วรวม 4 ชุมชน ซึ่งระดับน้ำเข้าท่วมล่าสุดน้ำชียังทะลักหนุนสูงโดยเฉพาะเขต อ.บ้านเขว้าและอ.จัตุรัสยังมีระดับน้ำท่วมบ้านสูงเพิ่มขึ้นจากวันท่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมีระดับน้ำเฉลี่ยท่วมบ้านเรือนราษฎรเสียหายไปแล้วสูงสุดกว่า 1-1.5 เมตร
และล่าสุดระดับน้ำวันที่ 26 ก.ย. ยังหลากท่วมเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้นสูงอีกกว่า 1 เมตรต่อเนื่อง ทำให้มีระดับน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรเสียหายเป็นวงกว้างอีกกว่า 1,200 หลังคาเรือน มีระดับน้ำท่วมขังสูงสุดมาอยู่ที่กว่า 2.8 เมตรแล้ว และจ่อจะขยายวงหลากเข้าท่วมในเขตอ.เนินสง่าอีก 1 อำเภอล่าสุดในไม่เกิน 1-2 วันนี้ด้วย จึงฝากเตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเตรียมรับมือน้ำท่วมหลากอีกครั้งใหญ่ในปีนี้ด้วย
และในโซนเขตเศรษฐกิจเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ อีก 4 ชุมชน ระดับน้ำล้นสันเขื่อนลำปะทาว หลากเข้าท่วมตัวเมืองยังมีระดับสูงเพิ่มขึ้นอีกต่อเนื่องสูงจากระดับ 1 เมตรเพิ่มสูงขึ้นอีกกว่า 30 ซม.ด้วยเช่นกัน เข้าลำเชียงทาหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรสูงกว่า 1 เมตรเสียหายหนักอีกใน 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วยมีโรงเรียนในพื้นที่ทั้งหมด 5 อำเภอถูกสั่งปิดไม่มีกำหนดไปแล้วรวม 7 แห่ง และมีพื้นที่การเกษตรนาข้าวถูกน้ำท่วมจมลึกกว่า 3 เมตรไปแล้วรวมอีกกว่า 20,000 ไร่
ราชทัณฑ์จับตาน้ำท่วมศรีสะเกษพร้อมย้ายนักโทษไปจังหวัดใกล้เคียง
นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมเรือนจำโดยได้รับรายงานเรือนจำที่ได้รับผลกระทบจนต้องย้ายผู้ต้องขังไปคุมขังเรือนจำใกล้เคียงบางส่วนแล้วมีเพียงเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีเท่านั้น แต่ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทราบว่ามีน้ำผุดขึ้นภายในเรือนจำ ทำให้ต้องย้ายผู้ต้องขังออกไปเรือนจำอื่นเพิ่มเติมอีก 150-200 คน ดังนั้น จึงเหลือผู้ต้องขังในเรือนจำอำเภอกบินทร์บุรี ประมาณ 100 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องขังประพฤติดี โดยสมัครใจอยู่ในเรือนจำเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ดูแลป้องกันน้ำท่วมเรือนจำ
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องจับตาสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้รับรายงานว่ามีน้ำท่วมที่สถานกักขังด้านหน้าเรือนจำจังหวัดศรีสะเกษ จึงย้ายผู้ถูกกักขังไปควบคุมรวมอยู่ในเรือนจำไว้ก่อน เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำด้านนอก หากมีความจำเป็นก็จะย้ายผู้ต้องขังไปยังเรือนจำจังหวัดใกล้เคียงที่ไม่เคยมีประวัติน้ำท่วม เช่น ในพื้นที่จ. สกลนคร ยโสธร อำนาจเจริญ
เร่งป้องกันวัตถุโบราณหลังระดับน้ำมูลเพิ่มสูง
สถานการณ์น้ำภายในลำน้ำมูล อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ล่าสุดปริมาณน้ำในลำน้ำมูลยังคงมีปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของอำเภอพิมาย จ.นครราชสีมา และเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่อยู่ติดกับลำน้ำมูล ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ต้องจัดเวรในการเดินตรวจเช็กระดับน้ำอยู่ตลอดเวลาพร้อมกับเตรียมนำกระสอบทรายเสริมคันกั้นน้ำเก่าให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำจากลำน้ำมูลที่อาจจะไหลทะลักเข้าท่วมวัตถุโบราณล้ำค่าได้ หลังจากที่ระดับน้ำห่างจากขอบตลิ่งเพียง 20-30 เซนติเมตร แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ของทางพิพิธภัณฑก็ได้มีการนำถุงพลาสติกมาห่อวัตถุโบราณที่อยู่เก็บไว้บริเวณโดยรอบตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ เพื่อป้องกันหากปริมาณน้ำได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามรารถขนย้ายได้ทัน
ขณะที่บริเวณสะพานข้ามลำน้ำมูลที่ไหลผ่านตัวเมืองอำเภอพิมาย เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลพิมาย กว่า 20 คน เร่งนำเรือท้องแบน ทำการกำจัดผักตบชวาที่ถูกกระแสน้ำพัดพามาจากพื้นที่ต่าง แล้วมาติดอยู่ที่บริเวณคอสะพาน เพื่อให้น้ำในลำน้ำไหลลงสู่พื้นที่ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น อีกทั้งเพื่อป้องกันปริมาณน้ำที่จะไหลจากลำตะคอง , ลำเชียงไกร , ลำบริบูรณ์ และลำมูลที่จะไหลมาสมทบกับปริมาณน้ำในพื้นที่ ก็ทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดกับลำน้ำได้



