ข่าว

'ชิลีเฮ้าส์ -บ้านพริก'ความหวังของครอบครัว'คอปป์'

'ชิลีเฮ้าส์ -บ้านพริก'ความหวังของครอบครัว'คอปป์'

26 ก.ย. 2556

'ชิลีเฮ้าส์ -บ้านพริก'ความหวังของครอบครัว'คอปป์' : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน

              สามเดือนก่อน ชาวบ้านแถบชุมชนทุ่งสว่าง ชุมชนเล็กๆ ชานเมืองโคราชต่างพากันแปลกใจที่ครอบครัวเขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์วัยทำงาน พร้อมกับลูกที่กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่น ลูกชายวัย 11 ปีและลูกสาว 9 ขวบ มาตกแต่งอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นทำร้านอาหารสวยหรู ชื่อ ชิลีเฮ้าส์ หรือ บ้านพริก แปลกแตกต่างจากร้านอื่นที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็นอาหารตามสั่งและเนื้อย่างเกาหลี

               สเต๊ก, สปาเกตตี, พิซซ่า และสลัด อาจเป็นอาหารที่ไม่คุ้นชินสำหรับคนที่นี่ และแน่นอนสามีภรรยาก็เป็นคนแปลกใหม่ของชุมชน แต่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการดำเนินชีวิต เมื่อเวลาเดินไปข้างหน้าทุกสิ่งก็หล่อหลอมเป็นเนื้อเดียว ถึงวันนี้ "พัชรา-อเลกซานเดอร์ คอปป์ "  และลูกๆ อยู่ร่วมในชุมชนอย่างมีความสุข

               สิ่งที่สุขใจกว่านั้นเมื่อลูกค้าก้าวเข้ามาสั่งอาหาร สามีภรรยาต่างช่วยกันอย่างกุลีกุจอคล่องแคล่ว เพราะนอกจากจะได้ทำในสิ่งที่รักและถนัดแล้ว การเป็นเชฟทำให้ทั้งสองพบรักและครองคู่กันจนถึงทุกวันนี้

               13 ปีที่แล้ว พัชรา ลูกย่าโม สาวผิวคล้ำร่างเล็ก ในวัย 22 ปี ได้เดินทางในฐานะตัวแทนประเทศไทย เพื่อจัดบูธทำอาหารไทยแสดงโชว์ในงานแสดงนิทรรศการนานาชาติ หรือ World Exposition 2000 ที่เมืองฮันโนเวอร์ สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างเดือนมิถุนายน- ตุลาคม 2543 เธอทำงานด้วยความตั้งใจอย่างเต็มที่ ระยะเวลาที่ยาวนานหลายเดือนทำให้มีความคุ้นเคยกับสถานที่และผู้คนที่ต้องพบเจอกันทุกวัน โดยเฉพาะที่บูธพิซซ่าที่อยู่ตรงข้ามกัน ทุกเช้าถึงเย็น พัชรา กับ อเลกซานเดอร์ ต้องเห็นกัน เมื่อคุ้นเคยก็พูดคุยแลกเปลี่ยนเทคนิคการโชว์สินค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้สนิทสนมกันมากขึ้น เมื่อจบงานต่างแยกย้ายกลับแต่ได้ติดต่อกันเรื่อยมา

               จากคนรักในอาชีพเดียวกัน หัวข้อการสนทนาที่เกี่ยวกับอาหารทำให้เกิดเป็นความผูกพัน ที่สุดทั้งสองก็ตกลงจะคบหากัน

                "ตอนนั้นผมอายุประมาณ 31 ปี เป็นชาวเมืองดุสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี ด้วยความที่เป็นคนชอบทำอาหาร และเห็นพัชราเป็นคนทำอาหารเก่งมาก เราทั้งคู่จึงคุยกันได้อย่างสนุกสนานตลอด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมเลือกเธอเป็นคู่รัก จนตกลงแต่งงานกันเมื่อเดือนกันยายน 2544 ที่ประเทศเยอรมนี"

                หลังแต่งงานทั้งสองครองรักกันที่ประเทศเยอรมนี ทั้งคู่เป็นเชฟอยู่ในร้านอาหารชื่อดังหลายแห่ง งานก็ราบรื่นด้วยดี ลูกชายเป็นนักกีฬาสเกตบอร์ดที่เก่งมาก ได้รับรางวัลชนะเลิศรายการใหญ่หลายครั้ง ส่วนลูกสาวคนเล็กก็กำลังเข้าเรียนระดับประถมศึกษา ทั้งคู่ก็เริ่มปรึกษากันว่าจะย้ายครอบครัวกลับมาบ้านเกิดของภรรยาที่โคราช อยากเปิดร้านอาหารเล็กๆ มีกิจการของตัวเองมากกว่า ลูกโตแล้ว พ่อแม่จะเป็นลูกจ้างอยู่อย่างนี้คงไม่ได้

               "ช่วงนั้นคิดถึงบ้าน อยากพาครอบครัวมาอยู่ที่บ้านเกิดเมืองนอน และสามีก็เห็นด้วย คิดว่าการได้มาอยู่เมืองไทยเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวเรา รวมทั้งลูกๆ ทั้ง 2 คนด้วย เพราะเมืองไทยให้ความอิสระเสรีมาก ทั้งในเรื่องการเรียน และการประกอบอาชีพ ที่สำคัญคนไทยทุกคนมีอัธยาศัยดีมาก เจอกันเมื่อไหร่ ต้องทักทาย และมีรอยยิ้มให้กันเสมอ อเลกซานเดอร์ชอบเมืองไทยมาก ด้วยความที่เคยเป็นสตันต์แมนให้กับภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่อง จึงสอนให้ลูกๆ ทั้ง 2 คนเล่นกีฬาสเกตบอร์ด ลูกชายคนโต ถือว่าเป็นนักสเกตบอร์ดรุ่นเยาว์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในเมืองดุสเซลดอร์ฟ จนสื่อมวลชนของเยอรมันสัมภาษณ์ลงหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง ตอนแรกก็กังวลกลัวว่าจะไม่มีที่ให้เล่นในเมืองไทย แต่เมื่อได้ไปที่ลานย่าโม ก็เห็นว่าที่นี่ก็มีกลุ่มเยาวชนเล่นสเกตบอร์ดอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน จึงทำให้พวกเขารู้สึกสนุกและชอบเมืองโคราชขึ้นมาทันที"

               แล้วก็ไม่ผิดหวังเมื่อมาอยู่เมืองไทย...

                อเลกซานเดอร์ ชอบเมืองไทยมากจนถึงขั้นเรียกว่า "รัก" ขนาดเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ เพื่อให้ได้เข้าวัดทำบุญเหมือนคนไทยทั่วไป

               พัชราพูดถึงอนาคตว่า วันนี้เรามาอยู่ในเมืองไทยก็วาดอนาคตว่าจะซื้อบ้านสักหลัง ขนาดไม่ใหญ่โตนัก และอยากจะส่งลูกๆ ทั้ง 2 คน เรียนให้จบปริญญาตรี ในสาขาที่พวกเขาชื่นชอบ ส่วนกิจการร้านอาหารฝรั่งก็คงจะทำต่อไป เพราะเป็นสิ่งที่เราทั้งคู่ชื่นชอบ และทำให้ได้พบรักกันในทุกวันนี้ จะใช้ประสบการณ์ที่ผ่านมากกว่า 15 ปี มาใช้ในร้านในธุรกิจของเราเอง ราคาขายก็ต้องปรับเป็นแบบไทยๆ 70-100 บาทเท่านั้น ซึ่งก็เริ่มมีลูกค้าประจำหลายรายแล้ว"

               ปัจจุบันครอบครัวคอปป์เริ่มปรับตัวกับการใช้ชีวิตในเมืองไทยได้แล้ว นาธาน บุตรชายวัย 11 ปี และลาร่า น้องสาววัย 9 ขวบ ก็มีเพื่อนใหม่ ชีวิตไม่เหงาแม้จะพูดหรือฟังภาษาไทยไม่ได้ แต่หากพบคนที่พูดภาษาเยอรมันด้วย เด็กทั้งสองก็จะพูดจ้อไม่หยุด โดยบอกว่า ชอบเมืองไทย ชอบเพื่อนใหม่และบ้านใหม่มาก

               
...............................

 ('ชิลีเฮ้าส์ -บ้านพริก'ความหวังของครอบครัว'คอปป์' : คอลัมน์เขยฝรั่ง สะใภ้อินเตอร์ : โดย...เรื่อง-ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ // เรียบเรียง-เสาวลักษ์ คงภัคพูน )