ข่าว

'ผบ.ตร.'มอบนโยบาย'ผบช.ภ.'

'ผบ.ตร.'มอบนโยบาย'ผบช.ภ.'

25 ก.ย. 2556

'ผบ.ตร.' มอบนโยบาย 'ผู้บัญชาการภาค' เน้นการทำงานประเมินผลทุก 3 เดือน

 

                      25 ก.ย.56 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานประชุมมอบนโยบายนายตำรวจระดับผู้บัญชาการภาค ที่จะเข้ารับตำแหน่งใหม่ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยมีผู้บัญชาการเข้าร่วมประชุม จำนวน 23 คน ทั้งนี้ ผบ.ตร.ระบุว่า สำหรับผู้บัญชาการ ที่จะเข้ารับตำแหน่งใหม่ ต้องทำการบ้านอย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่การศึกษาสภาพพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งจำนวนประชากร, สถานการณ์อาชญากรรมในพื้นที่ ,กำลังพล ,งบประมาณ ,รวมไปถึงงานที่เกี่ยวข้อง ต่างๆส่วนนโยบาย เน้นปฎิบัติงานตามนโยบาย ทั้ง 11 ข้อ เรื่องดูแลปกป้องสถาบันมหากษัตรย์ ,การแก้ไขปัญหายาเสพติดและการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นเรื่องความเป็นผู้นำการพัฒนาบุคคลากร ในการขับเคลื่อนนโยบาย

                      นอกจากนี้ ผบช.ภ. ต้องสร้างศูนย์อำนวยการภาค หรือ ศปก.ให้เข็มแข็ง ทั้งฝ่ายอำนวยการ ฝ่ายปฎิบัติการ เพื่อให้การบังคับสั่งการลงไประดับล่างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมสถานการณ์ได้ง่าย รวมไปถึงต้องให้ความสนใจและพัฒนาระบบการสืบสวน ,การพัฒนากำลังพล ,และศูนย์ฝึกอบรม

                      ด้าน พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำ เรื่องภาวะความเป็นผู้นำ ในทุกระดับชั้น โดยจะต้องมีการประเมิน ผลการปฎิบัติงาน ตามมาตรฐานตัวชี้วัด ทุก 3 เดือน จะต้องมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปแนวทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะจัดพิธีมอบนโยบาย ประจำปี 2557 ให้กับข้าราชการระดับผู้บังคับการ ในวันที่ 3 ตุลาคม นี้ โดยมี นายรัฐมนตรี เป็นประธาน

 

'ผบ.ตร.' ยัน 'รองสว.สส.สน.โคกคราม' ยิงตัวตาย

 

                      พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณี ร.ต.ต.วรพจน์ เสฎฐวัฒอังกูล รองสว.สส.สน.โคกคราม เสียชีวิตด้วยอาวุธปืนภายในรถยนต์ โดยภรรยาและญาติ ยังคงติดใจสาเหตุการตาย เนื่องจากไม่เชื่อว่าสามีจะยิงตัวเอง ซึ่งได้ร้องขอความเป็นเป็นธรรมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการสืบสวนข้อเท็จจริงว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว พร้อมยืนยันจะรับไปตรวจสอบ ทั้งในส่วนของประเด็นการเสียชีวิตและข้อสงสัยอันนำมาซึ่งการก่อเหตุในครั้งนี้ โดยเฉพาะเรื่องความขัดแย้งและผลประโยชน์ในการทำงาน แต่เบื้องต้นทราบว่าการเสียชีวิตเกิดจากการฆ่าตัวตาย ซึ่งจะต้องตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ ไปดำเนินการวิเคราะห์หาสาเหตุการฆ่าตัวตายของข้าราชการตำรวจ เพื่อหาแนวทางการป้องกันต่อไป

                      ด้าน พ.ต.อ.ฉัตรชัย นันทมงคล นักวิทยาศาสตร์ (สบ.4) กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการตรวจพิสูจน์สภาพศพ ร.ต.ต.วรพจน์ ว่า เบื้องต้นยังต้องรอผลการตรวจคราบเขม่าดินปืนภายในรถ และเศษหัวกระสุนปืน ขนาด 9 มม. มาเปรียบเทียบว่าเป็นปลอกกระสุนเดียวกันกับปืนที่ตกในที่เกิดเหตุหรือไม่ รวมถึงต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอ จากปืน, กระเป๋าหนังสีดำ ที่นำมาตรวจ และสารปนเปื้อนต่างๆ ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันอะไรได้ และอีกอย่างที่ยังเป็นปัญหาในการตรวจสอบ คือสภาพรถ บริเวณกระจกด้านซ้ายฝั่งข้างคนขับ มีลักษณะแตกละเอียด ทำให้ไม่สามารถเห็นร่องรอยรูกระสุนจากการยิง และภาพที่ได้จากการถ่ายไว้ก็เห็นไม่ชัดเจน

                      พ.ต.อ.ฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สำหรับอาวุธปืนภายในรถ เป็นอาวุธปืนขนาด 9 มม. ยี่ห้อบาเรซต้า กึ่งอัตโนมัติ สภาพปืนยังใช้ได้ปกติ และมีกระสุนที่ตกค้างอยู่รังปืนอีก 1 นัด อาจเป็นได้ว่า หลังยิงไป 1 นัด จึงเกิดการขัดลำกล้อง ซึ่งต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนลักษณะการยิงในลักษณะประชิด มีบาดแผลยิงเข้าขมับขวาทะลุซ้าย และอาวุธปืนยังติดอยู่ในมือ หรือหลุดจากมือนั้นก็เป็นไปได้ทั้ง 2 กรณี