
'บรรหาร'นั่งฮ.ดูน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
'บรรหาร' นั่งเฮลิคอปเตอร์ตรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา สั่งกำจัดผักตบชวา เพื่อการระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพ ด้าน 'ผบ.ทร.' สั่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ
25 ก.ย. 56 นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกรทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท พร้อมด้วย นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน และนายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา กรมชลประทาน โดยได้เข้ารับฟังรายงานสถานการณ์และการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จากนายฎรงศ์กร สมตน ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 12 ว่าขณะนี้เขื่อนเจ้าพระยาได้ระบายน้ำจำนวน 2,200 ลบ.ม./วินาที เนื่องจากปริมาณน้ำเหนือที่ไหลมาจากจังหวัดนครสวรรค์ รวมกับน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมที่จังหวัดชัยนาทเหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีจำนวน 2,400 ลบ.ม/วินาที เขื่อนเจ้าพระยาจึงต้องเร่งระบายน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกในช่วงวันที่ 25-28 กันยายนนี้
หลังรับฟังรายงาน นายบรรหาร กล่าวว่า สถานการณ์น้ำขณะนี้ยังไม่น่าเป็นห่วง ปริมาณน้ำยังน้อยกว่าเมื่อปี 2554 มาก อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมหนักเหมือนครั้งก่อน ได้เน้นย้ำให้ชลประทาน บริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ที่สำคัญต้องควบคุมปริมาณน้ำเหนือที่ไหลมาจากจังหวัดนครสวรรค์ รวมกับน้ำในแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี มาสะสมที่จังหวัดชัยนาทด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต้องไม่เกินกว่า 3,600 ลบ.ม./วินาที และเขื่อนเจ้าพระยาต้องระบายน้ำไม่เกิน 2,840 ลบ.ม./วินาที ซึ่งหากควบคุมปริมาณไว้ได้ตามนี้ ก็จะไม่มีโอกาสเกิดน้ำท่วม ทั้งนี้หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาก็จะลดลงตามลำดับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ลงจากเฮลิคอปเตอร์ นายบรรหาร ศิลปอาชา ได้กำชับให้สำนักชลประทานที่ 12 ด้วยความหงุดหงิดที่นั่งบนเฮลิคอปเตอร์ แล้วเห็นผักตบชวาเต็มหน้าบานประตูเขื่อน สั่งให้เร่งกำจัดผักตบชวา บริเวณประตูระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาออกให้หมด ให้กำจัดทุกวัน เพื่อให้การระบายน้ำมีประสิทธิภาพ
'ผบ.ทร.' สั่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ
น.อ.วิพันธุ์ ชมะโชติ รองเลขานุการกองทัพเรือ กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดอุทกภัยขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ได้สั่งการให้หน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาในพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์แก่พี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงทีในส่วนของการป้องกันอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ผู้บัญชาการทหารเรือจึงได้สั่งการให้กรมอู่ทหารเรือ จัดเตรียมเครื่องผลักดันน้ำ และนำไปติดตั้งตามที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ขอรับการสนับสนุน จำนวน 24 เครื่อง พร้อมทั้งจัดกำลังพลเฝ้าประจำตามจุดต่างๆ จำนวน 10 จุด ดังนี้ จังหวัดปราจีนบุรี 2 จุด จำนวน 8 เครื่อง แยกเป็นตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 5 เครื่อง , ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 3 เครื่อง รวมถึงคลองบางเขน 6 จุด จำนวน 12 เครื่อง แยกเป็นบริเวณติดถนนวิภาวดี (ฝั่งตะวันตก) จำนวน 2 เครื่อง , บริเวณติดถนนวิภาวดี (ฝั่งตะวันออก) จำนวน 2 เครื่อง , บริเวณติดคลองเปรมประชากร จำนวน 2 เครื่อง , บริเวณติดคลองประปา (ฝั่งตะวันออก) จำนวน 2 เครื่อง , บริเวณติดคลองประปา (ฝั่งตะวันตก) จำนวน 2 เครื่อง , บริเวณใต้ทางด่วนขั้นที่ 2 จำนวน 2 เครื่อง
น.อ.วิพันธุ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังติดตั้งบริเวณคลองทวีวัฒนา 1 จุด บริเวณสะพานถนนเพชรเกษม จำนวน 2 เครื่อง , คลองพระยาราชมนตรี 1 จุด บริเวณวัดนิมานรดี ติดคลองภาษีเจริญ จำนวน 2 เครื่อง โดยเครื่องผลักดันน้ำของกองทัพเรือมี 3 ขนาด คือ ขนาด 320 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 150,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน ขนาด220 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 100,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน ขนาด 120 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 30,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน พร้อมกันนี้ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กำชับให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมจัดส่งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่ขอรับความช่วยเหลือมายังกองทัพเรืออีกด้วย



