
'ปู'พร้อมรับฟังค้านเขื่อนแม่วงก์
'นายกฯ' ย้ำ 'กบอ.' ต้องฟังความคิดเห็นกลุ่มค้านเขื่อนแม่วงก์ แนะให้มองทุกมิติ คลอดโปรแกรมโรดโชว์ 2 ล้านล้าน ประเดิมที่หนองคาย ปิดท้ายที่สงขลา
25 ก.ย. 56 เมื่อเวลา 10.10 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ว่า รัฐบาลยินดีรับฟังข้อคิดเห็นรวมถึงข้อห่วงใยของพี่น้องประชาชน เรื่องดังกล่าวได้มอบหมายให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้เชิญตัวแทนผู้คัดค้านการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์มารับฟังและพูดคุยกัน ทั้งนี้ในจุดยืนของกบอ.และรัฐบาลเราจะยึดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน การพูดคุยกันเป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์มาก เพราะจะได้สะท้อนปัญหา ซึ่งคงจะต้องมองผู้ที่ได้รับผลกระทบทั้งผู้ที่บริเวณการสร้างเขื่อนและส่วนอื่นๆ ทั้งนี้โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลคือต้องการบริหารจัดการน้ำ ปกป้องไม่ให้มวลน้ำจากที่ข้างบนไหลลงมาทำความเสียหาย ซึ่งคงต้องดูวิธีการว่าจะทำอย่างไรในการบริหารจัดการน้ำเพื่อไม่ให้เกิดอุทกภัย ขณะเดียวกันหากการสร้างเขื่อนจะทำให้สูญเสียธรรมชาติไป เราก็เข้าใจและเชื่อว่าทุกคนก็รักและหวงแหนธรรมชาติ
"จึงอยากให้ กบอ.มองในทุกมิติ เพราะการบริหารจัดการน้ำเราไม่ได้มองแค่การสร้างเขื่อนเพียงอย่างเดียว เพราะต้องพูดคุยเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ว่าจะอย่างไรถึงจะสร้างสมดุลให้ธรรมชาติ ดังนั้นการพูดคุยรับฟังความคิดเห็นต้องยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง"
เมื่อถามว่านายปลอดประสพ ยืนยันว่า จะต้องสร้างเขื่อนแม่วงก์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในแผนการบริหารจัดการน้ำ เห็นว่าควรต้องมีเขื่อน แต่ในขั้นตอนของการปฏิบัตินั้นต้องรับฟังกัน หากก่อให้เกิดความเสียหายก็ต้องไปดูว่ากระทบตรงไหนบ้าง และจะสามารถมีวิธีอื่นแก้ไขได้หรือไม่ อยากให้มองทั้งระบบแล้วแก้ไขปัญหาอีกครั้ง
"เราจะให้ตัวแทนจาก กบอ.ไปรับฟังความคิดเห็นและสะท้อนตรงนี้ให้คณะกรรมการที่รับฟังความเห็น เพื่อที่จะสรุปออกมา ก็ได้มอบให้นายปลอดประสพ ไปพูดคุยกัน เพื่อจะได้ช่วยกันแก้ ถ้าคิดว่าได้ผลกระทบตรงไหน แก้ได้เราก็ยินดีอยู่แล้ว เราไม่อยากให้มีผลกระทบต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลย อะไรที่เป็นประโยชน์สูงสุดก็มาตัดสินใจร่วมกันดีกว่า การบริหารจัดการน้ำไม่ได้จะกระทบกลุ่มเดียวแต่จะกระทบทั้งหมด ก็ต้องช่วยกันคิด"
เมื่อถามว่าหากสรุปแล้วการสร้างเขื่อนแม่วงก์มีผลลบมากกว่าผลบวกรัฐบาลจะยอมถอยหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เชื่อว่ามีทางออกอื่น มีหลายทางเลือก ต้องให้โอกาสฝ่ายเทคนิคได้เสนอทางออกหลายๆ ทาง ที่ไม่มีผลกระทบบ้าง ก็ต้องพูดคุยกัน เมื่อถามว่าโครงการดังกล่าว ครม.อนุมัติไปแล้วหากจะสร้างหรือไม่สร้างต้องเข้า ครม.อีกหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ต้องมีการเข้า ครม.อยู่แล้ว อย่างไรก็ต้องเราต้องรับฟังความคิดเห็นก่อนหากข้อคิดเห็นนั้นไม่เห็นด้วยเราคงต้องรอ เพราะหากมีผลกระทบต่อคนหมู่มาก คงต้องคุยกัน ต้องเข้าใจร่วมกันด้วยว่า ถ้ารอจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องดังกล่าวต้องช่วยกันชี้แจ้งว่า อะไรจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ รัฐบาลพยายามหาแนวทางเทคนิคด้านอื่นๆ ว่าสามารถตอบโจทย์ได้หรือไม่ หากไม่มีก็ต้องชี้แจงว่าจะทำอย่างไร รัฐบาลคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ
เมินข้อเสนอถอนคำสั่งโยก 'ถวิล' ตอบสั้นๆ 'ต้องรอคำวินิจฉัยก่อน'
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ถึงกรณีตุลาการผู้แถลงคดีศาลปกครองสูงสุด เสนอเพิกถอนคำสั่งโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้กลับไปดำรงตำเเหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า เท่าที่รับฟังมานั้นเป็นความเห็นของผู้พิพากษาศาล ยังไม่ใช่คำวินิจฉัย ต้องรอคำวินิจฉัยออกมาก่อน
มอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจดีเด่น
ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นประธานพิธีมอบรางวัลผู้ประกอบธุรกิจดีเด่น (Prime Minister's Business Enterprise Award) และเป็นประธานพิธีเปิดงาน Thailand Design and Innovation Expo 2013 เพื่อสนับสนุนและให้ความสำคัญแก่ผู้ส่งออกสินค้าและบริการที่มีผลงานดีเด่น
โดยนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้นำไปสู่ความก้าวหน้า ซึ่งเห็นผู้ผลิตมีการเพิ่มมูลค้าโดยใช้งานวิจัย ให้ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย เพื่อตอบสนองผู้บริโภค โดยใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาปรับปรุงความต้องการของตลาด นอกจากนี้ยังอยากให้มีการเพิ่มมูลค่าของสินค้าการบริการ ดังนั้นการทำการตลาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายเพื่อที่จะส่งเสริมงานวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษาเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติเชื่อมโยงไปยังยุทธศาสตร์ของประเทศ ในส่วนของการออกแบบผลิตภัณฑ์ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงกระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการ เพื่อสร้างสรรค์ให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น และส่งเสริมให้เอกชนทำแบรนด์ดิ้ง เพื่อรองรับการเปิดอาเซียนที่จะมีขึ้น
"ทั้งนี้ในส่วนของการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ต้องทำงานหนักมากขึ้น เพื่อที่จะเพิ่มช่องทางในการส่งออก เผยแพร่ผลิตภัณฑ์สินค้าไทยสู่นานาประเทศ อย่างไรก็ตามการจัดงานครั้งนี้จะทำได้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกัน และกันถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
นอกจากนั้นนายกฯ ยังได้เป็นสักขีพยานการลงนามความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นด้วย
คลอดโปรแกรมโรดโชว์ 2 ล้านล้าน ประเดิมที่หนองคาย ปิดท้ายที่สงขลา
เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล <www.thaigov.go.th> นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ ด้วยการเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ของประเทศนั้น ทำให้ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม เตรียมการที่จะจัดการเสวนาและนิทรรศการ รวมถึงเปิดการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ใน 12 จังหวัดทั่วประเทศ โดยงานดังกล่าวจะใช้ชื่อว่า “สร้างอนาคตไทย 2020” โดยมุ่งหวังที่จะชี้แจงทำความเข้าใจถึงรายละเอียดของโครงการ และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง โดยสถานที่จัดงานคาดว่าประกอบไปด้วย จังหวัดหนองคาย วันที่ 4 - 6 ตุลาคม จังหวัดนครราชสีมา 11 - 13 ตุลาคม จังหวัดชลบุรี 15 - 17 ตุลาคม จังหวัดอุบลราชธานี 18 - 20 ตุลาคม จังหวัดขอนแก่น 25 - 27 ตุลาคม จังหวัดนครสวรรค์ 1 - 3 พฤศจิกายน จังหวัดฉะเชิงเทรา 1- 3 พฤศจิกายน จังหวัดเพชรบุรี 8 - 10 พฤศจิกายน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 8 - 11 พฤศจิกายน จังหวัดเชียงใหม่ 15 - 17 พฤศจิกายน จังหวัดนครศรีธรรมราช 22 - 24 พฤศจิกายน และจังหวัดสงขลา 29 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม
นายธีรัตถ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเนื้อหาของนิทรรศการและการเสวนา นอกเหนือจากการเน้นการทำความเข้าใจและรายละเอียดของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมแล้ว ยังให้ความสำคัญกับผลต่อเนื่องที่จะตามมา เช่น ประโยชน์จากมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจทั้งในประเทศและการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งการเดินทาง การขนส่ง การพัฒนาสินค้าและบริการ การพัฒนาเมืองในรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ยังจะชี้แจงและเปิดรับฟังผลกระทบทางสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในแต่ละกลุ่มจังหวัด ที่จะร่วมพัฒนาต่อเนื่องกันไปจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า จังหวัดหนองคาย จะเป็นจังหวัดแรกที่จัดนิทรรศการและเสวนา ดังนั้นจะมีการแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นถึงความเกี่ยวเนื่องกับกลุ่มจังหวัดที่อยู่โดยรอบ ทั้งอุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองบัวลำภู เพื่อให้เห็นภาพของการพัฒนาที่จะเคียงคู่กันไปในทุกพื้นที่ อันเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในทุกภูมิภาคของประเทศไทยหลังจากโครงการเริ่มดำเนินการ ทั้งนี้รัฐบาลหวังว่าประชาชนทั่วประเทศจะได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ความต้องการ และนำความรู้ความเข้าใจที่ได้รับจากนิทรรศการและการเสวนาไปพัฒนาต่อยอด รวมทั้งวางแผนอนาคตของตนเอง ครอบครัว และชุมชน ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการที่รัฐบาลมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบคมนาคมขนส่ง ที่ใช้วงเงินกู้จากพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้วงเงิน 2 ล้านล้านบาท



