ข่าว

จี้'ขุนค้อน'สอบ'สส.พท.'ปมกดบัตรแทน

จี้'ขุนค้อน'สอบ'สส.พท.'ปมกดบัตรแทน

25 ก.ย. 2556

"บุญยอด" จี้ "สมศักดิ์" ตั้งกรรมการสอบส.ส.เพื่อไทยเสียบกดแทนกัน เพื่อพิทักษ์ศักดิ์ศรีสภาฯไทย ย้ำหากไม่ทำเท่ากับละเว้นปฏิบัติหน้าที่


          วันที่ 25 ก.ย.56  นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกคำสั่งเพื่อตั้งกรรมการสอบส.ส.ที่มีการกดบัตรแทนกัน หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์นำคลิปพฤติกรรมดังกล่าวมาเปิดเผยต่อสาธารณะ หรือนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้เพื่อเป็นการปกป้องศักดิ์ศรีของสภาไทย และเพื่อให้ระบบการปกครองที่รัฐบาลเรียกร้องให้ยึดหลักการของรัฐสภามีความศักดิ์สิทธิ์ ถ้านายสมศักดิ์ไม่เร่งดำเนินการเรื่องดังกล่าวจะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ที่ต้องควบคุมดูแลเรื่องในสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
          
          นายบุญยอด ยังได้สอบถามถึงกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการร่วมรัฐสภาเพื่อตรวจสอบสมาชิกรัฐสภาที่มีพฤติกรรมการกดบัตรแทนกัน ด้วยว่าคณะกรรมการร่วมดังกล่าวมีการประชุมเพียง 2 ครั้งและหลังจากที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ได้ลาออกจากประธานกรรมการตรวจสอบฯ เพราะได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภา ก็ไม่มีการประชุมตรวจสอบอีกและจนถึงขณะนี้การตรวจสอบดังกล่าวไม่มีบทสรุปออกมาที่ชัดเจน ดังนั้นตนขอเรียกร้องให้มีการดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อเนื่องและจริงจังด้วย  นอกจากนั้นในส่วนของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็ต้องออกมาชี้แจงในประเด็นดังกล่าวทั้งนี้ส่วนตัวเชื่อว่าคนที่กระทำความผิดต้องมีมากกว่า 5 คนอย่างแน่นอน และเมื่อมีการพิสูจน์ได้ว่าหากมีการกระทำผิดจริงเชื่อว่าจะส่งผลให้การลงมติในวันนั้นเป็นโมฆะ




3ส.ว.เล็งยื่นป.ป.ช.สอบสส.กดบัตรแทน

          นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา เปิดเผยว่าในวันที่ 26 ก.ย.  เวลา 11.00 น. ตนพร้อมนายวันชัย สอนศิริ และนายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา จะเดินทางไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนสมาชิกรัฐสภาจำนวน 310 คน ที่ร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มที่มาของส.ว. เนื่องจากระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว พบพฤติกรรมของสมาชิกและประธานในที่ประชุม ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตราที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิและเสรีภาพ และมาตรา 122 ว่าด้วยเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะพบว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ได้มีผลประโยชน์ที่เอื้อกับส.ว.ชุดปัจจุบัน
    
          โดยเฉพาะนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภาที่ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จะมีการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ว.อีกครั้งหลังจากที่หมดวาระการดำรงตำแหน่งในปี 2556 และประเด็นที่สำคัญ คือการพบพฤติกรรมของส.ส.ที่มีการกดบัตรลงคะแนนแทนกันระหว่างการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มที่มาของส.ว. เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา ทั้งนี้การยื่นเรื่องดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 62 ว่าด้วยการร้องขอให้มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง




ปชป.หอบคลิปฉาว ส.ส.เสียบบัตรแทนกันร้อง "ศาลรธน."


   
          ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายราเมศ รัตนชเวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยกรณีที่กระทำขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กับพวกรวม 312 คน ได้กระทำการขัดรัฐธรรมนูญ ในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติม (ฉบับที่) พ.ศ. .... ในประเด็นเกี่ยวกับที่มาของส.ว. เนื่องจากมีการวางตัวไม่เป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา และไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา เนื่องจากมีการตัดสิทธิสมาชิกผู้สงวนคำแปรญัติเสียงข้างน้อย ไม่ให้อภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 มาตรา 125 ประกอบมาตรา 137
    
          นอกจากนี้ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยว่า การนับองค์ประชุมและการลงมติในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว เป็นการกระทำที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 122 ที่บัญญัติว่าส.ส. และ ส.ว. ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมาตรา 126 ที่บัญญัติว่าที่ประชุม ส.ส. ส.ว. และสมาชิกรัฐสภาต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะนับเป็นองค์ประชุม สมาชิกคนหนึ่งย่อมลงคะแนนได้เสียงหนึ่ง ดังนั้นการกดบัตรแทนกันทำให้เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญถูกละเมิดหรือไม่ เนื่องจากพบว่ามีคลิปวิดีโอที่ปรากฏว่ามี ส.ส.พรรคการเมืองหนึ่ง ใช้บัตรประจำตัวสมาชิกของผู้อื่นแสดงตนและทำการเสียบบัตรแทนกัน ในระหว่างการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว.ในมาตรา 9 เมื่อวันที่ 10 ก.ย. เวลา 17.33 น. และลงมติในมาตรา 10 วันที่ 11 ก.ย. เวลา 11.43 น. ที่ผ่านมา ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ และอาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะ หรือไม่
    
          โดยนายพีระพันธุ์ กล่าวว่า คลิปและหลักฐานดังกล่าวสามารถ ยืนยันได้ว่ามีการเสียบบัตรแทนกันเพื่อลงมติในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในการประชุมสภาช่วงที่ผ่านมา จนทำให้สามารถผ่านในวาระ 2 ได้ ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองโดยวิธีซึ่งไม่เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ และถือเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ พร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และขอให้ศาลมีคำสั่งไต่ส่วนเพื่อพิจารณากำหนดวิธีการคุ้มครองชั่วคราวด้วย เพื่อให้ทันก่อนที่ที่ประชุมสภาจะลงมติในวาระ 3 ในวันที่ 27 ก.ย.นี้
    
          ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.บรรจบ สุดใจ ประธานชมรมผู้พิทักษ์กฎหมายและความยุติธรรม ก็เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยยกคำร้องที่พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหากับพวก และน.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.กับพวก ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุติการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาส.ว. และยุบ 6 พรรคร่วมรัฐบาล โดยนายพ.ต.อ. บรรจบ เห็นว่า การยื่นคำร้องของ 2 กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่มีบทกฎหมายใดรองรับให้กระทำได้ อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของส.ว. เป็นการกระทำโดยสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติอยู่แล้ว และเป็นการแก้ไขเพียงให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งไม่ได้เป็นการแก้ไขรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้กลายเป็นรูปแบบอื่น ที่จะเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 รวมถึงร่างกฎหมายที่ส.ส.และส.ว.จะสามารถเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้เฉพาะ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหกเท่านั้น ดังนั้นเมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญก็ย่อมไม่มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัย หรือกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวสั่งระงับการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 แต่อย่างใด เพราะจะเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา ซึ่งไม่มีกฎหมายใดรองรับให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญกระทำได้ จึงควรยกคำร้องเสีย
    
          อย่างไรก็ตามในวันที่ 24 ก.ย.นี้ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีการประชุมตามปกติ โดยมีรายงานว่าจะมีการพิจารณาคำร้องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มาของส.ว.ที่มีการยื่นให้ศาลพิจารณาในก่อนหน้านี้ รวมทั้งเรื่องคุณสมบัติการเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์