ข่าว

'ปชป.'ซัด'พท.'ลอกไทยเข้มแข็ง

'ปชป.'ซัด'พท.'ลอกไทยเข้มแข็ง

24 ก.ย. 2556

'ปชป.' ชี้ 'ไทยเข้มแข็ง' พัฒนาอย่างสมดุล สวน 'เพื่อไทย' ลอกโครงการเกือบทั้งดุ้น พุ่งเป้าชำแหละผลงาน 'ปู' โบว์ดำ บริหารล้มเหลว-โคตรโกง

 

                            24 ก.ย. 56  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึง การเปิดตัวโครงการอนาคตที่เลือกได้ ไทยเข้มแข็ง 2020 ว่า สามารถดำเนินการได้ทันที และเป็นแนวทางพัฒนาประเทศที่สมดุลเกิดประโยชน์ครบถ้วนทุกด้านและตรวจสอบได้ ซึ่งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จะมีการพัฒนาทั้งระบบคมนาคม ศึกษา วิจัย สาธารณสุข และชลประทาน แต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่เข้ามาบริหารประเทศกลับมาต่อยอดผิดทิศผิดทางเอาโครงการไปอยู่นอกระบบ มุ่งโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ละเลยด้านสาธารณสุข การศึกษา และชลประทาน

                            ดังนั้นจึงต้องบอกว่าพรรคเพื่อไทยยกโครงการของประชาธิปัตย์มาเกือบทั้งดุ้น ส่วนที่กล่าวหาเรื่องทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งนั้นไม่มีคนของพรรคถูกดำเนินคดีในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เป็นรัฐบาลมาสองปี มีแต่กล่าวหาอย่างเลื่อนลอย ไม่สามารถเอาผิดได้เลย เป็นวาทกรรมซ้ำซากของพรรคเพื่อไทย เรื่องทุจริตไม่มีใครสู้พรรคเพื่อไทยได้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย หนีคดีที่ดินรัชดาไปต่างประเทศ นายประชา มาลีนนท์ รองหัวหน้าพรรคไทยรักไทยก็หนีคดีรถดับเพลิง ไปต่างประเทศ เป็นผลงานด้านทุจริตที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่คิดจะสู้ จึงขอให้เลิกหยุดกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐานยืนยันได้แล้ว ขอให้เอาเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นสมบัติส่วนตัวของพรรคเพื่อไทย

                            นายชวนนท์ กล่าวว่า โครงการไทยเข้มแข็ง 2020 ชี้วัดวิสัยทัศน์ระหว่างประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยว่าใครเห็นโอกาสในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน หรือใครเห็นโอกาสในการสร้างฐานการเมืองทุจริตคอร์รัปชั่น โดยจะมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อทุกช่องทาง รวมทั้งจัดนิทรรศการคู่ขนานกับเวทีผ่าความจริงด้วย โดยเนื้อหาที่มีการรณรงค์ของพรรคนั้น เป็นการเปรียบเทียบการใช้เงิน 2 ล้านล้านบาท ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ให้เห็นรายละเอียดอย่างชัดเจนว่า ในขณะที่รัฐบาลกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทสร้างหนี้ 50 ปี รวมดอกเบี้ย 5.16 ล้านล้านบาท แต่ทุ่มเงินไปกับการพัฒนาด้านคมนาคมเพียงอย่างเดียว และราคาสูงเกินความจริง ขาดความคุ้มค่า แต่ถ้าทำตามโครงการสร้างอนาคตไทยเข้มแข็ง 2020 ไม่ต้องกู้เงินนอกระบบงบประมาณ สามารถตรวจสอบได้ โดยยังมีการพัฒนาได้ถึงสี่ด้านพร้อมกัน คือ คมนาคม 1.2 ล้านล้านบาท ด้านการศึกษา 4 แสนล้านบาท ด้านสาธารณสุข 2 แสนล้านบาท และด้านชลประทานเพื่อการเกษตรอีก 2 แสนล้านบาท

 

 

อ้างเลียนแบบโลโก้แค่เปรียบเทียบ

 

                            นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ลอกเลียนแบบโลโก้อนาคต 2020 ว่า การที่พรรคประชาธิปัตย์นำมาเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการวางอนาคตประเทศระหว่างพรรคเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์แตกต่างกันอย่างไร

                            นายชวนนท์ ยังกล่าวถึงกล่าวถึงกรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า โครงการส่วนใหญ่ในแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นโครงการเดิมที่พรรคประชาธิปัตย์ได้วางแผนไว้ในขณะที่เป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บทรถไฟรางคู่ หรือรถไฟความเร็วสูง ซึ่งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดึงออกมาจากระบบงบประมาณปกติ ไปใส่ไว้ในการกู้เงินนอกระบบงบประมาณ สะท้อนความตกต่ำของพรรคเพื่อไทย 2 เรื่อง คือ หมดปัญญาคิดโครงการดีๆ แล้วยังต้องกู้เงินสร้างหนี้ให้ประเทศ 50 ปีด้วย เพราะตามแผนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ไม่จำเป็นต้องกู้เงินนอกระบบ แต่เป็นการจัดสรรงบประมาณตามระบบปกติ ตรวจสอบได้ ไม่ส่งผลต่อหนี้สาธารณะ และสถานะการคลังประเทศ

 

 

พุ่งเป้าชำแหละผลงาน 'ปู' โบว์ดำบริหารล้มเหลว-โคตรโกง

 

                            นายชวนนท์ กล่าวถึงการแถลงผลงานของรัฐบาลในรอบ 1 ปี หลังจากที่ผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี ว่า ฝ่ายค้านยืนยันจะอภิปรายตามกรอบและเนื้อหาไม่ซ้ำซาก วกวน มีผู้เสนอตัวขออภิปราย 70 คน ถ้าเปิดโอกาสให้ได้แสดงความเห็นอย่างเต็มที่จะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลเอง และขอให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ สละเวลามารับฟังในสภาด้วยตัวเอง เพราะเป็นผู้บริหารสูงสุดของฝ่ายบริหาร เพื่อนำข้อคิดไปปรับปรุง ทั้งนี้พรรคแบ่งเป็นสองเรื่อง คือ ความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน สร้างสภาวะแพงทั้งแผ่นดิน จากนโยบายกระชากค่าครองชีพขึ้น ผ่านการขึ้นสินค้า อุปโภค บริโภค ไฟฟ้า แก๊สหุงต้ม และล้มเหลวในการพยุงราคาสินค้าเกษตร ทั้งยางพารา ปาล์ม และสินค้าเกษตรอื่น

                            เรื่องที่สอง คือ การทุจริตคอร์รัปชั่น และการทำผิดกฎหมายของรัฐบาล ทั้งการละเมิดกฎหมาย ป.ป.ช. ออกระเบียบขัดต่อข้อบังคับและกฎหมาย โดยจะมีสมาชิกอภิปรายหลายท่าน จึงขอย้ำว่ารัฐบาลอย่าใช้เวทีเป็นเวทีแจ้งเกิดประท้วงไร้สาระสกัดกั้นความจริงของฝ่ายค้าน แต่ขอให้ใช้เป็นเวทีให้แต่ละฝ่ายได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ ก็จะทำให้ความสงบเรียบร้อยในสภาเกิดขึ้นได้ ซึ่งก็อยู่ที่รัฐบาลว่าจะดำเนินการอย่างไร

 

 

เผย 'มาร์ค' ลุยน้ำเยี่ยมประชาชนปราจีนฯ หวั่นรัฐปกปิดข้อมูล

 

                            นายชวนนท์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในประเทศว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบน้ำท่วมจังหวัดปราจีนบุรี โดยพบว่าประชาชนมีความหวั่นวิตกว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ข้อเท็จจริง ไม่มีการประเมินอย่างแม่นยำเพื่อให้ข้อมูลกับประชาชน สร้างความเสียหายทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ประชาชนหนีออกไม่ทันเกิดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรเป็นอันตรายจนเสียชีวิต เป็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการ ทั้งที่เคยมีบทเรียนในปี 2554 แต่รัฐบาลกลับไม่ได้เรียนรู้เลย บริหารเหมือนไม่บริหาร ปล่อยให้น้ำมาบริหารชีวิตประชาชน

                            นอกจากนี้เงิน 3.5 แสนล้านบาท ผ่านมาเกือบ 22 เดือน แต่ไม่ได้ถูกไปใช้จ่ายแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างบูรณาการ แต่นำไปกองไว้รอการประมูลจากบริษัทเกาหลีใต้ และจีน ที่มีการล็อคสเปคไว้ และการทำโครงการไม่ผ่านผลกระทบสิ่งแวดล้อมจนถูกศาลปกครองสั่งระงับ ถือเป็นความอัปยศของรัฐบาลที่ทำให้เงินดังกล่าวไม่สามารถย้อนกลับมาช่วยเหลือประชาชนได้ ดังนั้นทุกชีวิตที่เสียไปกับน้ำท่วมขณะนี้รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เพราะมีอำนาจ เงิน แต่ไม่มีธรรมาภิบาลและไร้ประสิทธิภาพ จงใจทำผิดกฎหมาย จนประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศ

 

 

ค้าน 'ยรรยง' ใช้ข้าวจ่ายค่าเช่าโกดัง

 

                            นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่ นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เสนอใช้ข้าวในโกดังจ่ายเป็นค่าเช่าให้กับเจ้าของโรงสีแทนเงินว่า เป็นไอเดียที่แปลกมาก เพราะโครงการนี้มีสต็อกข้าว 19 ล้านตัน รัฐไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าโรงสี แต่แนวคิดของ รมช.พาณิชย์ คือ การเอาข้าวที่รับซื้อ 1.5 หมื่นบาทไปขายให้กับโรงสีในราคาตลาดโดยอ้างว่าเป็นการจ่ายค่าเช่า โรงสีก็สบาย และอาจมีการกดราคาลงไปอีก โดยโรงสีเหล่านี้จะนำข้าวไปขายในราคาที่สูงกว่า ได้กำไรสองต่อทั้งค่าเช่าโกดังและข้าวราคาถูก ประเทศบอบช้ำกับแนวคิดของพรรคเพื่อไทยอย่างมาก ถ้าทำต่อไปจะกลายเป็นว่าการทุจริตเป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้ และที่อ้างว่ามีออเดอร์จากต่างประเทศทำให้เอกชนไม่มีข้าวขายจึงต้องระบายให้เอกชนนั้น ถ้ามีออเดอร์จริง ทำไมรัฐบาลไม่ขายเอง เหตุใดต้องผ่านเอกชน จึงขอคัดค้านแนวคิดดังกล่าว เพราะจะสร้างความเสียหายต่อภาษีประชาชน ชาวนา และพี่น้องคนไทย