ข่าว

'ปู'ยัน2ล้านล.โปร่งใสตรวจสอบได้

'ปู'ยัน2ล้านล.โปร่งใสตรวจสอบได้

24 ก.ย. 2556

'นายกฯ' ปัดนักธุรกิจ-นักการเมือง เอี่ยวผลประโยชน์โครงการ 2 ล้านล้าน ชี้ อย่ามองเพียงเป็นหนี้ 50 ปี วอนคิดถึงการพัฒนาในอนาคต มั่นใจน้ำไม่ท่วมเหมือนปี 54

 

                            24 ก.ย. 56  เมื่อเวลา 13.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงการแถลงโรดโชว์โครงการ 2 ล้านล้าน สร้างอนาคตไทย 2020 ในวันที่ 26 ก.ย. ว่า จะนำเรื่องโครงสร้างพื้นฐานไปเล่าให้กับประชาชนในแต่ละภาคฟัง ให้ฟังว่าหลักการแนวคิดของเราเป็นอย่างไร ที่สำคัญประโยชน์พื้นที่ในจังหวัด และกลุ่มจังหวัดข้างๆ มีอะไร ซึ่งจริงๆ แล้วเราอยากให้เห็นภาพว่า เมื่อมีโครงสร้างพื้นฐานลงไป นอกเหนือจากนั้นจะทำให้มีการพัฒนาอย่างอื่นเกิดขึ้นมา ซึ่งตรงนี้เราอยากให้เศรษฐกิจเจริญ และกระจายไปยังภูมิภาคมากขึ้น

                            ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านเปิดแผนงาน “อนาคตที่เลือกได้ ไทยเข้มแข็ง 2020” และพิมพ์เขียวประเทศไทย เปรียบเทียบกับรัฐบาล ซึ่งระบุว่า รัฐบาลมุ่งเน้นด้านคมนาคมอย่างเดียว นายกฯ กล่าวว่า ต้องเรียนอย่างนี้ว่า ในแง่ของการแก้ปัญหาโดยรวมโครงสร้างพื้นฐาน เราไม่ได้มองแค่คมนาคมอย่างเดียว โดยเฉพาะเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานสังคม ก็เป็นหนึ่งในนโยบายที่เรามีการแถลงไว้ต่อรัฐสภาอยู่แล้ว และยังเป็นยุทธศาสตร์ประเทศในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเรื่องของสาธารณสุข การศึกษา การดูแลประชาชนนั้น ก็เป็นหัวข้อที่เราได้มีการติดตามทำอย่างต่อเนื่อง ต้องเรียนว่า 2 ล้านล้าน เฉพาะที่เราคุยกัน คือเรื่องของเส้นทางคมนาคมขนส่ง แต่ในเรื่องของการศึกษา สังคม สาธารณสุข ยังอยู่ และอยู่ในงบประมาณของเราด้วย

                            เมื่อถามว่ามีการโน้มน้าวในเรื่องของหนี้สาธารณะ 50 ปี รัฐบาลจะชี้แจงอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเราคำนวณดอกเบี้ยทางตรงคงจะเป็นอย่างนั้น แต่อยากให้มองในภาพบวกบ้าง เพราะถ้ายกตัวอย่าง เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อก่อนเราบอกว่าสุวรรณภูมินั้นจำนวนผู้โดยสารไม่มาก ถ้าเรามองแบบนั้นก็อาจไม่เกิดการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ แต่เมื่อตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ขึ้นมา ก็ทำให้เราสามารถรองรับผู้โดยสาร ซึ่งจะเห็นว่าจำนวนผู้โดยสารมากว่าปริมาณที่คำนวณไว้ตั้งแต่ต้น

                            "อยากให้มองในมุมบวกบ้างว่า ถ้าเราคิดทางดอกเบี้ย ทางคณิตศาสตร์ ก็อาจจะเป็นตัวเลขที่คำนวณมา แต่ถ้าเรามองว่า ในอนาคตเศรษฐกิจต่างๆ นั้น มีการพัฒนาเติบโตขึ้นแล้ว ถ้าเกิดสร้างโครงสร้างพื้นฐานนี้ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน วันนี้เราไม่ได้มองแค่จำนวนประชากร 60 กว่าล้านคน ถ้าเรามองว่าเราเป็นศูนย์กลางจริงๆ ก็มีกลุ่มอาเซียน และมีประเทศอื่นๆ ที่มาลงทุนตรงนี้ โอกาสที่จะเกิดก็มากกว่านี้อีก และผลกำไรต่างๆ ฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องของอนาคตที่ไม่มีใครตอบได้ แต่เราเชื่อมั่นว่า โครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศมีการพัฒนาขึ้น และก่อให้เกิดรายได้ด้านอื่นๆ ทางอ้อมด้วย ไม่ได้เพียงแค่เกิดจากการคิดคำนวนในเรื่องของความคุ้มทุนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน"

                            เมื่อถามว่าจะให้ความมั่นใจในเรื่องของการทุจริตได้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เรื่องของการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่น ยืนยันว่า จะดำเนินการตามระเบียบทุกอย่างไม่มีการจะต้องมาเลี่ยง และทุกอย่างต้องมีหลักฐานปรากฏอยู่แล้ว ถ้าเราบอกว่ามีการทุจริตไม่สามารถจะมีรถไฟวิ่งได้ หรืออะไรต่างๆ นั้น ทุกอย่างมีการดำเนินการตามขั้นตอน และก็ยินดีให้มีการตรวจสอบ และเราได้ประกาศไว้ชัดเจน ว่าจะทำงานร่วมกับภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่จะมาช่วยกันคิดและทำงานกันตั้งแต่ต้น และมาสร้างกลไกให้ตรวจสอบรัฐบาล

                            ถามว่าการถูกยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ห่วงหรือไม่ว่าจะกระทบนักลงทุน นายกฯ กล่าวว่า ห่วงแน่นอน ต้องเรียนว่าวันนี้นักลงทุน ส่วนหนึ่งเขาต้องอยากเห็นประเทศไทยมีโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุน และที่สำคัญเขาต้องมองต้นทุนที่จะเป็นฐานในการประกอบกิจการ โดยเฉพาะต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน ถ้าเรามีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน จะทำให้ลดต้นทุนได้ระยะยาว ซึ่งตรงนี้จะทำให้ประเทศเรามีขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ

                            เมื่อถามว่า นายกฯ มองอย่างไรกรณีข้อโจมตีว่ามีนักธุรกิจไปกว้านซื้อที่ดินเพื่อสนับสนุนโครงการกู้ 2 ล้านล้านของรัฐบาล และนักการเมืองกำหนดหัวคิว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า " โห ต้องเรียนยืนยันว่า ขั้นตอนต่างๆ นั้นโปร่งใส และวันนี้จะมีการกักตุนได้อย่างไร เพราะเส้นทางต่างๆ ยังไม่ได้ประกาศเลย ดังนั้นใครเก็งอาจจะผิดด้วยซ้ำไป ต้องบอกอย่างนี้"

                            นายกฯ กล่าวต่อว่า เรียนว่าทุกอย่างทำตามขั้นตอน และโปร่งใส เราเอง เจ้าหน้าที่ทั้งหมดต้องมีการทำสำรวจอยู่แล้ว และทางด้านเส้นทางต่างๆ นั้น บางเส้นก็มีการประกาศอย่างชัดเจน ยืนยันว่าทุกอย่างโปร่งใส

                            เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้มีการวิเคราะห์ว่า หากเงินกู้ 2 ล้านล้าน ไม่ผ่าน จะมีการยุบสภา แต่หากผ่านไปได้ รัฐบาลจะอยู่จนครบวาระหรือไม่เพื่อจัดการให้โปร่งใส น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ้ม ก่อนตอบว่า นั่นแปลว่าสื่อมวลชนเห็นด้วยใช่หรือไม่ ว่าจะให้รัฐบาลนี้ดำเนินการต่อ ในการจะพิสูจน์โครงการ 2 ล้านล้าน

 

มั่นใจน้ำไม่ท่วมเหมือนปี 54

 

                            น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงการประเมิน และรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ว่า จากที่ได้รับฟังรายงานในเรื่องของสถานการณ์น้ำท่วมก็พบว่า ถ้าดูปริมาณน้ำฝนโดยรวมนั้นอาจจะน้อยกว่าปี 2554 ขณะเดียวกันฝนก็อาจจะตกหนักบางพื้นที่ เช่น พื้นที่ใต้เขื่อน จึงส่งผลให้บางจังหวัดมีปริมาณน้ำสูงขึ้น อย่างไรก็ตามด้วยการบูรณาการในการบริหารจัดการน้ำ เชื่อว่าจะสามารถชะลอน้ำในหลายๆ พื้นที่ ไม่ให้ลงมาในพื้นที่ปลายน้ำได้มากนัก นอกจากนี้จากการรายงานของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้เชิญผู้ว่าราชการทุกจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อประสานงานและบูรณาการในการทำงาน ให้การบริหารจัดการน้ำได้ดียิ่งขึ้นนั้น รัฐบาลจึงมีแนวทางในการชะลอไม่ให้น้ำทั้ง 2 ทางไหลมาบรรจบที่เดียว โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นรอยต่อ ทั้งนี้ต้องให้น้ำอยู่ข้างบนให้มากที่สุด เพื่อที่ปลายน้ำจะสามารถระบายได้ทัน

                            ผู้สื่อข่าวถามว่า มีพื้นที่ใดเป็นห่วงเป็นพิเศษหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อย่างในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ลงไปดูแล้ว โดยหลักการเบื้องต้นเราพยายามจะดูแลในเรื่องของการเปิดปิดประตูระบายน้ำ เพื่อให้มีข้อตกลงกับในพื้นที่ หากไม่ได้คุยกันน้ำจะเข้ามา 2 ทาง ซึ่งกว่าจะบรรเทาก็น่าจะประมาณ 3-4 วัน

                            เมื่อถามว่ามีความเห็นห่วงสถานการณ์ในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมใน จ.พระนครศรีอยุธยา 3 แห่งหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า มีความเป็นห่วงในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร เพราะสร้างเสร็จทีหลัง ส่วนอื่นๆ เชื่อว่าอยู่ในความพร้อม วันนี้ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ในการรับมือได้

                            ผู้สื่อข่าวถามว่าได้รับรายงานเรื่องกำแพงกั้นน้ำใน กทม.ที่มีลอยรั่วบางจุดหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ในรายละเอียดคงต้องดูสถานที่ สำหรับในส่วนของรอยรั่วในบางพื้นที่นั้น เนื่องจากต้องใช้เวลาในการก่อสร้างอย่างถาวรนาน ขณะเดียวกันเราทำให้แบบชั่วคราว เพื่อปะทังการรองรับไปก่อน ทั้งนี้เรื่องดังกล่างกบอ.ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการแล้ว

                            "แม้มีการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาลงมาจำนวนมาก ก็สามารถรับมือได้ ต้องเรียนว่า วันนี้ระบบที่เรามีอยู่บางส่วนก็เป็นระบบชั่วคราวอยู่ เราอยากเห็นประตูระบายน้ำที่สามารถเปิดปิดได้ และจะดูระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างถาวร ถึงเวลาสมมติว่าน้ำมากเราก็เปิดประตูระบาย แต่ถ้าน้ำน้อยและมีปัญหาน้ำท่วมขังเราก็ปิดได้ วันนี้บางส่วนยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างดำเนินงาน ซึ่งต้องใช้เวลา แต่บางส่วนก็ทำแบบชั่วคราวซึ่งอาจติดขัดบ้าง ก็ได้เร่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมดำเนินการ แต่มั่นใจว่าน้ำจะไม่ท่วมเหมือนปี 54 แน่นอน"

 

 

'นายกฯ' สั่ง รมต.แจงแถลงผลงานรัฐบาลกระชับชัดเจน - เน้น 16 นโยบายเร่งด่วน

 

                            นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวก่อนเข้าสู่วาระการประชุมถึงความพร้อมการแถลงผลงาน 1 ปีของรัฐบาลต่อสภาว่า ต้องใช้เวลาประมาณ 15 ชั่วโมง คาดว่าจะใช้เวลาต่อเนื่องไปถึงบ่ายวันที่ 25 ก.ย. โดยนายกรัฐมนตรีต้องการให้ชี้แจงด้วยความกระชับชัดเจนและเน้นที่16 นโยบายเร่งด่วนก่อน จากนั้นจึงจะลงมาที่นโยบายพื้นฐานต่างๆ ต่อไป

 

 

สำนักงบฯ แจง ครม.ใช้พ.ร.บ.งบปี 56 ช่วงรอศาลรธน.วินิจฉัย

 

                            นายธีรัตถ์ กล่าวว่า ในช่วงที่จะเข้าใกล้สิ้นปีงบประมาณ 56 แล้ว แต่เนื่องจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 57 มีผู้ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะรับเรื่องของผู้ร้องหรือไม่ ดังนั้นก่อนที่จะมีการวินิจฉัยออกมา ดังนั้นสำนักงบประมาณได้ทำเรื่องและแจ้งต่อที่ประชุมครม.ว่าเนื่องจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 57 ไม่สามารถประกาศใช้ได้ทันวันที่ 1 ต.ค. ดังนั้นตามรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 166 ระบุว่าให้ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณก่อนหน้านี้ คือ ปี56 ไปชั่วคราวก่อน

 

 

'นายกฯ' ขอบคุณ หัวหน้าส่วนราชการเกษียณอายุ

 

                            นายธีรัตถ์ กล่าวว่า การประชุมครม.ในวันนี้มีข้าราชการเกษียณหลายคน ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการในการประชุมครม.ที่จะเกษียณอายุในปีนี้ได้แก่ นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการกฤษฎีกา และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

 

 

ตั้ง 'วอร์รูม' บูรณาการกองทัพแก้ปัญหาน้ำท่วม-ช่วยเหลือประชาชน

 

                            นายธีรัตถ์ เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ขณะนี้มีการตั้งศูนย์ส่วนหน้าที่มีการเชื่อมโยงกับกองทัพในการช่วยเหลือประชาชน และให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการแก้ปัญหาให้กับประชาชน อย่างไรก็ตามนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี รายงานต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้มีปัญหาเรื่องปริมาณน้ำเหนือเขื่อนมีอยู่ปริมาณน้อย โดยเฉพาะเหนือเขื่อนภูมิพล โดยถ้าภายใน 7 วันน้ำไม่สูงมากกว่านี้ อาจจะต้องมีการทำฝนเทียมเหนือเขื่อนภูมิพล เนื่องจากมีปริมาณน้ำเพียง 42 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

                            นายธีรัตถ์ กล่าวอีกว่า นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ประชุมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทาน รวมทั้งหน่วยงานด้านการบริหารจัดการน้ำจะให้มีการรายงานตัวเลขที่ตรงกัน โดยจะรายงานพร้อมกันทุกวันในเวลา 06.00 น.และ 20.00 น. ทั้งนี้กระทรวงวัฒนธรรมก็จะเฝ้าระวังสถานที่ท่องเที่ยวและโบราณสถานทั่วไป โดยเฉพาะ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมได้เฝ้าระวังนิคมอุตสาหกรรม โดยให้การนิคมอุตสาหกรรมให้การช่วยเหลือ

 

 

สั่ง 'กบอ.' รับฟังข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ-ค้านเขื่อนแม่วงก์

 

                            นายธีรัตถ์ กล่าวว่า เรื่องปัญหาการคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ นายกรัฐมนตรีได้แจ้งให้ กบอ.ชี้แจงข้อมูลที่เป็นประเด็นข้อกังวลที่เป็นของผู้ได้รับผลกระทบต่อสาธารณะให้ชัดเจนและครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รัฐบาลเตรียมงบประมาณสำหรับปลูกป่า เพื่อชดเชยพื้นที่ป่าที่หายไป รวมถึงการวางระบบการระบายน้ำพื้นที่ใต้เขื่อน ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี ได้เสนอให้เชิญภาคประชาชน องค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) ที่เกี่ยวข้อง อาทิ มูลนิธิสืบนาคะเสถียร มารับฟังการชี้แจงด้วย