ข่าว

'ปลอด'ลั่น!ขอ1วันงัดจม.แฉ'ปราโมทย์'

'ปลอด'ลั่น!ขอ1วันงัดจม.แฉ'ปราโมทย์'

24 ก.ย. 2556

'ปลอดประสพ'ขอเวลา 1 วันงัดจม.'ปราโมทย์'สมัยเป็นอธิบดีกรมชลฯหนุนสร้างเขื่อนแม่วงก์ พร้อมสั่งงดระบายน้ำเขื่อน'ขุนด่าน-คลองรังสิต'ลงแม่น้ำปราจีน 2 วัน

                 24 ก.ย.56 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ให้สัมภาษณ์กรณีนายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน ออกมาคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ว่า ตนไม่อยากตอบ แต่ขอเวลาตน 1 วัน โดยตนจะนำจดหมายที่อธิบดีกรมชลประทานในสมัยนั้นที่ชื่อ ปราโมทย์ ไม้กลัด ทำถึงอธิบดีกรมป่าไม้สมัยที่ตนเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ เรื่องเขื่อนแม่วงก์มาให้ดู

                “จุดยืนของผมคือ การบริหารประเทศโดยเอาคนส่วนใหญ่เป็นหลัก เอาความเดือนร้อนของคนในพื้นที่เป็นหลัก ถ้าไม่มีเขื่อนที่ต้นน้ำมันพยุงน้ำไว้ไม่ได้ก็เห็นอยู่ ส่วนความเห็นก็รับฟัง แนะนำมาก็รับฟัง โดยจะมีการพัฒนาปรับปรุงอีไอเอและอีเฮชไอเอก็ว่าไปเลยไม่ได้ขัดข้อง แต่ไม่ใช่มาบอกว่าไม่ให้สร้าง แต่ต้องมีเหตุผล”นายปลอดประสพ กล่าว

                เมื่อถามว่า จะลงไปพูดคุยกับทุกฝ่ายที่ออกมาคัดค้านหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ได้มีการให้มหาวิทยาลัย 4-5 แห่งไปทำผลสำรวจความเห็น ดังนั้นก็ให้เป็นหน้าที่หน่วยงานที่รับผิดชอบไปพูดคุย โดยตนคงไม่ลงไปพูดคุยด้วย อย่างไรก็ตาม จากนั้นก็จะมีการทำอีไอเอและอีเอชไอเออีกขั้นตอนหนึ่ง

                “ที่ออกมาคัดค้านโครงการกันอยู่ในขณะนี้เป็นการศึกษาของกรมชลประทาน โดยมีนายปราโมทย์เป็นอธิบดีกรมชลประทานในสมัยนั้นเอง หลังจากนั้นกบอ.จึงนำการศึกษามาวิเคราะห์ และทำแผนตามมาที่มีความใกล้เคียงกัน แต่เน้นเรื่องการระบายน้ำ ส่วนการศึกษาของกรมชลประทานในอดีตเน้นเรื่องกรมชลประทาน ซึ่งการศึกษาที่ผ่านมาเป็นของกรมชลประทานเดิม แต่กบอ.จะนำมาทำซ้ำอีกครั้ง เพราะฉะนั้นพวกคุณค้านผิดคน ไม่ควรมาค้านผม แต่ต้องไปค้านคุณปราโมทย์ ซึ่งคุณปราโมทย์แก่แล้วจึงลืมไปว่าเคยพูดไว้ว่าอย่างไร ทั้งนี้กรมชลประทานเป็นคนออกแบบนะ เป็นคนตั้งงบประมาณ เป็นคนทำอีไอเอและอีเฮชไอเอ ไม่ใช่ผม  เขาทำมา 20 ปี ผมเป็นคนมาดูว่าลำน้ำสายนี้ คือ สะแกกรังไม่มีอะไรไปควบคุมต้นน้ำจริงๆ พอเวลาหน้าน้ำ  ฝนตกลงมาปริมาณน้ำเต็มที่ 600-800 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงเห็นด้วยและนำเข้ามาทำเป็นโครงการ และมีการออกแบบใหม่ ไม่ใช่แบบที่ใช้อยู่ในขณะนี้" นายปลอดประสพ กล่าว             
                
               ทั้งนี้นายปราโมทย์  อดีตคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) กล่าวว่า ในมุมมองของตน เขื่อนแม่วงก์ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอุทกภัยได้เลย เพราะเขื่อนดังกล่าวมีความจุน้ำได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น และประเด็นสำคัญของเรื่องนี้คือ การศึกษาด้านต่างๆ ทั้งด้านวิศวกรรม และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ต้องนำมาตีแผ่กันในสังคม ไม่ใช่มาบอกว่าจะทำหรือไม่ทำ อย่างนี้ไม่ถูกต้อง
   
              "โดยหลักของการบริหารจัดการและพัฒนาแหล่งน้ำและเขื่อน ผมคิดว่านายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ไม่รู้เรื่อง เพราะเรื่องนี้ต้องเข้าสู่ระบบการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และ พ.ร.บ.อุทยานฯ ให้ผ่านออกมาก่อน เนื่องจากเขื่อนแม่วงก์อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ แต่นี่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการพิจารณาเลย" นายปราโมทย์กล่าว
   
              นายปราโมทย์กล่าวต่อว่า เขื่อนแม่วงก์จะเกิดหรือไม่เกิดจะต้องผ่านตามระบบ เพราะเขื่อนแม่วงก์ล้มเหลวมา 4-5 ครั้งแล้ว เพราะไม่ผ่านการศึกษาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ฝ่ายที่จะพัฒนาอย่างรัฐบาล กรมชลประทาน จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าผลกระทบต่างๆ มันคืออะไร ต้องไปศึกษามา และตอบคำถามเขาให้ได้ ที่สำคัญผลการศึกษาด้านผลกระทบจะต้องมาแสดง
   
              อดีตอธิบดีกรมชลประทานกล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องอยากให้รัฐบาลถอย อย่าคิดทำรูปแบบแบบนี้ ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งการสร้างเขื่อน, ฟลัดเวย์, แก้มลิง จะต้องพิสูจน์และศึกษามาให้เห็นก่อน หากรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ก็เกิดการตีกันตั้งแต่เริ่มแรก การคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ยังเป็นเพียงจุดเดียว แต่ยังมีอีกหลายเขื่อน               
 

 

งดระบายน้ำเขื่อนขุนด่าน-คลองรังสิต ลงแม่น้ำปราจีน 2 วัน

               
                นายปลอดประสพ  ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีหลายจังหวัดประสบปัญหาน้ำท่วมว่า ภาคตะวันออกในปีนี้น้ำมากกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมาก ซึ่งน้ำท่วมที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี น้ำท่วมสูงที่สุดในรอบ 26 ปี คือ มากกว่าปีที่แล้ว เพระว่าร่องความกดอากาศต่ำหรือร่องมรสุมเคลื่อนตัวอยู่บริเวณนี้เป็นเวลานาน นอกจากนี้ ยังมีพายุดีเปรสชั่นเข้ามาอีก 1 รอบ ส่วนเหตุผลที่สอง บริเวณนั้นเป็นภูเขาก็จะแบ่งน้ำออกเป็น 2 ซีก คือ ซีกที่ 1 ไปประเทศกัมพูชา และซีกที่ 2 ลงมาที่ประเทศไทยซึ่งภูเขามีความชัน   ดังนั้นภายในระยะเวลา 6 ชั่วโมงก็จะเข้าเมืองทันที ซึ่งแม่น้ำแถวนั้นคือ แม่น้ำปราจีนและแม่น้ำนครนายกเป็นแม่น้ำเล็กๆ รับน้ำได้น้อย ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนแถวปราจีนและกบินทร์บุรี โดนเฉพาะ อ.ศรีมหาโพธิ์ จะเห็นชัดเจน

                นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า บริเวณนั้นจะมีแม่น้ำอยู่ 3 สาย จึงขอให้ใช้แม่น้ำปราจีนโดยน้ำจะไหลลงแม่น้ำบางปะกงให้เต็มที่ และห้ามไม่ให้น้ำที่ จ.นครนายก เข้า คือ ที่เขื่อนขุนด่านฯ อย่างน้อย 2 วัน ส่วนการสูบน้ำที่คลองรังสิตก็ให้ใช้เครื่องสูบน้ำเพียง 2 เครื่องจากเดิมที่ใช้ทั้งหมด 10 เครื่อง เพื่อผลัดกันโดยภายใน 2 วันนี้ ให้เป็นหน้าที่ของแม่น้ำปราจีนเพื่อลดน้ำใน จ.ปราจีนบุรี ทั้งหมด ถ้าโชคดีไม่มีพายุเข้ามาอีกก็จะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ จ.ปราจีนบุรีได้ ทั้งนี้ภายใน 3 วันนี้ ถ้าไม่มีฝนมาเพิ่มฝั่งตะวันออกก็จะดีขึ้นแน่นอน

               “ส่วนปัญหาน้ำป่าถ้าไม่ต้องการไม่ให้ลงมาก็ให้สร้างเขื่อนหรือถ้าอยากให้ลงช้าก็ต้องทำแก้มลิง ยกตัวอย่างในแม่น้ำนครนายก ถ้าไม่มีเขื่อนขุนด่านฯ น้ำปริมาณ 280 ล้านลูกบาศก์เมตร จะนำไปใช้ประโยชน์ของเขื่อนที่ต้นน้ำ แต่แม่น้ำปราจีนเพราะไม่มีเขื่อนที่ต้นน้ำเลย ดังนั้นน้ำมีปริมาณเท่าไรก็จะไหลลงมาทั้งหมด”นายปลอดประสพ กล่าว

                นายปลอดประสพ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนจังหวัดภาคอีสานใต้ปริมาณน้ำเบาลง บริเวณ จ.ศรีษะเกศ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี และจ.นครพนม น้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำโขง ดังนั้น น้ำจะท่วมหรือไม่จึงอยู่ที่ระดับของแม่น้ำโขงมากกว่าปริมาณฝนตก ส่วนภาคกลางฝนตกมากกว่าปกติเหมือนภาคตะวันออกประมาณ 15-20 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นช่วงนี้ต้องระบายน้ำให้ออกทะเลให้ได้มากที่สุด แต่ติดปัญหาที่น้ำทะเลขึ้นสูง ซึ่งช่วงนี้เบาลงเนื่องจากเคลื่อนลมเบาลงดังนั้นจึงต้องเร่งจ่ายน้ำจากที่ลุ่มลงแม่น้ำเจ้าพระยาให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งประชาชนที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาก็ต้องขออภัยด้วย

                เมื่อถามว่า ปริมาณน้ำของปีนี้เทียบกับปี 2554 เป็นอย่างไร นายปลอดประสพ กล่าวว่า น้อยกว่ามาก ประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณน้ำของปี 2554 ประมาณ 1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ไม่เกิน 1.5 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งส่วนใหญ่ปริมาณน้ำมาจากน้ำฝน ทั้งนี้ปริมาณน้ำปี 2554 ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมทั้งหมดประมาณ 2.5 หมื่นล้าน-3 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อถามว่าห ลังจากนี้ปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทย นายปลอดประสพ กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงคือ พายุ อย่างไรก็ตามได้หารือกับอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาเเล้วทราบว่า 3 วันนี้ปลอดภัย หลังจาก 3 วันแล้วจะประเมินอีกครั้ง