ข่าว

พระเทพฯพระราชทานของช่วย'น้ำท่วม'

พระเทพฯพระราชทานของช่วย'น้ำท่วม'

24 ก.ย. 2556

พระเทพฯพระราชทานของช่วย'น้ำท่วม' น้ำชีชัยภูมิยังทะลักซัดฝายขาด ท่วมขยายวงกว่า 200 หลัง นาข้าวจมอีกกว่าหมื่นไร่ใน 3 ตำบล 2 อำเภอสูงเพิ่มขึ้นกว่า 50 ซม.ต่อเนื่อง

   
          เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 ก.ย.2556 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น แก่ราษฎรที่ประสบภัยน้ำท่วม ในตำบลพระขาว และตำบลบ้านคลัง อำเภอบางบาล จังหวัดพระนคร- ศรีอยุธยา จำนวน 1,200 ถุง   ในการนี้ นายสำเริง เอี่ยมสะอาด รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นผู้นำสิ่งของพระราชทานดังกล่าวไปมอบให้ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน  พร้อมกันนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานข้าวสารจำนวน 5,000 กิโลกรัมแก่ราษฎรที่อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วย

 

น้ำท่วมปราจีนบุรีชาวบ้านประท้วงเปิดประตูระบายน้ำ

              น.ส.จิตรา พรหมชุติมา ผวจ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วม จ.ปราจีนบุรี มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมรวม 5 อำเภอได้แก่ อ.กบินทร์บุรี,อ.นาดี,อ.ศรีมหาโพธิ ,อ.เมืองปราจีนบุรี และ อ.ประจันตคาม จาก 7 อำเภอ ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้วนั้น

              ที่ อ.กบินทร์บุรีต้นน้ำของแม่น้ำปราจีนบุรี ที่เป็นจุดบรรจบระหว่างแควหนุมานกับแควพระปรง จากที่ไม่มีฝนตก พบว่าระดับน้ำที่ล้นสูงเกินตลิ่งลดลงมา 2ซม.จากเดิม สูง 47 ซม. แต่จุดวิกฤติที่ชุมชนตลาดเก่า ติดกับริมต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีน้ำยังท่วมทั้งชุมชนกว่า 200 ครัวเรือนท่วมทั้งหมดน้ำท่วมสูงประมาณ 1.50 เมตร ต้องใช้เรือสัญจรในชุมชนแห่งนี้อย่างเดียว และในย่านการค้าตลาดเทศบาลตำบลกบินทร์ ทั้ง 5 ชุมชนน้ำยังสูงทั้งหมดเฉลี่ยกว่า 1 เมตรเศษ
              
              สำหรับข้อขัดแย้งระหว่างชาวบ้านตลาดเทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรีที่ถูกน้ำท่วมตลาดทั้งหมดสูงกว่า 1.50เมตร ค้าขายไม่ได้ และได้ชุมนุมปิดถนนเรียกร้องให้ขอเปิดประตูระบายน้ำชลประทานพื้นที่หมู่ 7 ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี ลงสู่พื้นที่นาข้าวของชาวนา แต่ทางราชการเกรงกระทบนาข้าวเสียหายนั้น ล่าสุดหลังจากนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรีได้พบพูดคุยกับแกนนำชาวตลาดกบินทร์เมื่อวานนี้ได้ตกลงสั่งการให้ชลประทานให้เปิดบานประตูระบายน้ำที่ปิดกั้นน้ำอยู่ 1บานสูง 50ซม.โดยให้กำนัน ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรีดูแล การปิด-เปิดได้ยุติความขัดแย้งของชุมชนระหว่าชาวตลาดเทศบาลกับชาวนาข้าวจากปัญหาน้ำท่วมแล้ว



พายุฝนกระหน่ำยอดฉัตรทองพระธาตุหนองคายเสียหาย

              จากกรณีที่เกิดพายุหมุนแลฝนตกลงมาอย่างหนักในตัวเมืองหนองคายนานเกือบ 1 ชั่วโมง ด้วยความแรงของพายุนทำให้ยอดหมุฉัตรทองเหนือองค์พระธาตุอรหันต์ หรือ พระธาตุยักษ์ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าพระอุโบสถ ที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปบ้านคู่เมืองหนองคาย วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง ในเขตเทศบาลเมืองหนองคายหลุดออกจากยอดพระธาตุตกลงมาจนได้รับความเสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ยังพัดเอาป้ายและต้นไม้ใหญ่ภายในวัดล้มระเนระนาดอีกหลายต้น  ทำให้ชาวหนองคายแตกตื่นกันทั้งเมือง เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.00 น.ของวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา
    
              สำหรับความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 24 กันยายน นายวิรัตน์  ลิ้มสุวัฒน์  ผวจ.หนองคาย พร้อมด้วยนายเผด็จ  สุขเกษม ผอ.สำนักงานวัฒนธรรม จ.หนองคาย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปตรวจสอบความเสียหาย พบว่ายอดฉัตรทองที่ตั้งอยู่บนยอดพระธาตุรวมทั้งยอดพระธาตุหักโค่นตกลงมากองที่พื้นได้รับความเสียหายทั้งหมด


    
ศรีสะเกษน้ำท่วมหนักระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 4.50 เมตร
 
              สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดศรีสะเกษเริ่มหนักขึ้นเนื่องจากมวลน้ำได้ไหลมาสมทบกันในหลายด้าน ทั้งจากห้วยเสนง จังหวัดสุรินทร์ ห้วยสำราญ อำเภอภูสิงห์ ขณะที่แม่น้ำมูลได้หนุนเข้ามาในลำห้วยสำราญเพิ่มด้วย ทำให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยเพิ่มขึ้นเป็น จำนวน 19 อำเภอ ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 85,934 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย
    
              ขณะนี้ระดับน้ำที่ลำห้วยสำราญ เขตอำเภอเมือง ระดับน้ำได้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนล่นเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ รอบตัวศาลากลางจังหวัด ซึ่งทุกฝ่ายได้พยายามจัดทำแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ทั้ง 4 แนว ในระดับความสูงของแนว 2.59 เมตร พร้อมทำการอพยพราษฎรบางส่วนไปจุดรองรับผู้อพยพที่จัดเตรียมไว้ คาดว่าปริมาณน้ำจะขึ้นสูงสุดที่สะพานขาว ประมาณ 13.00 - 13.50 ม. ในวันที่ 25 - 26 กันยายน 2556  ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงที่ท่วมสูงสุดในรอบ 20 ปี
    
              ล่าสุด ระดับน้ำที่สะพานขาว อยู่ที่ระดับน้ำที่ 13.05 ม. สูงล้นตลิ่งอยู่ที่ 4.05 ม. ทำให้ระดับน้ำยังคงท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ และใน 16 ชุมชนของเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เนื่องจากปริมาณน้ำจากสาขาด้านบนของห้วยสำราญยังคงเพิ่มสูงอยู่ โดยจังหวัดได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ ซึ่งได้ประกาศให้ประชาชนรับทราบถึงสถานการณ์ของน้ำตลอดทั้งวัน และยังได้ใช้รถยนต์ติดเครื่องขายเสียงของเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ออกประกาศไปตามชุมชนพื้นที่เสี่ยงให้เฝ้าระวัง อพยพขนข้าวของหลบขึ้นมายังที่สูง และได้รับความร่วมมือจากหน่วยทหารปืนใหญ่ ร.พัน6 จากจังหวัดร้อยเอ็ด นำกำลังมาช่วยขนของขึ้นมายังที่ศูนย์อพยพพักพิงด้วย
    
              สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดศรีสะเกษ ยังถือว่าหนักหน่วงอยู่มาก เนื่องจากมวลน้ำในปริมาณที่มาก ได้ไหลมารวมกันในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษ และใน 8 ตำบลของอำเภอเมือง คือ ตำบลทุ่ม, ซำ, หนองครก, หญ้าปล้อง, หนองไผ่, คูซอด, น้ำคำ และตำบลโพนเขวา นอกจากบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมแล้ว ยังมีนาข้าวที่เสียหายไปแล้วกว่าแสนไร่
    
              นางไสว ระยับศรี หลานของคุณยายละมูล มูดจัด  เจ้าของจระเข้ ที่เป็นข่าวว่าหลุดออกมาจากฟาร์มและมีคนจับได้ขณะที่น้ำท่วมฟาร์ม อยู่บ้านเลขที่ 55 บ้านบ่อ หมู่ที่ 8 ตำบลหนองเชียงทูล อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ เล่าว่า ตามที่มีกระแสข่าวออกไปว่าจระเข้หลุดออกไปขณะที่น้ำท่วมเมื่อ 2 วันที่แล้วขอยืนยันว่าจระเข้เลี้ยงในกรงเหล็กเป็นอย่างดี ไม่ได้หลุดออกไป กรงแน่นหนาเป็นเหล็กขนาดใหญ่ และที่สำคัญจระเข้ตัวนี้คุ้นเคยกับคนมาก เนื่องจากเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเล็กๆ แรกเกิดขณะนี้อายุ 8 ปีแล้ว อาหารที่เลี้ยงใช้ปลาดุกสดเลี้ยงวันละ 1 กิโลกรัม  



บุรีรัมย์พิษน้ำท่วมรางรถไฟทำยอดผู้โดยสารลดฮวบ

              จากสถานการณ์น้ำท่วมรางรถไฟสายอีสานหลายจุดจนไม่สามารถใช้การได้  และทางการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ประกาศหยุดเดินรถสายปลายทางอุบลราชธานี เป็นการชั่วคราว เนื่องจากขณะนี้ขบวนรถไฟที่วิ่งปลายทางอุบลราชธานี สามารถรับส่งผู้โดยสารได้ถึงแค่สถานีรถไฟศรีขรภูมิ และสถานีสำโรงทาบ จ.สุรินทร์ เท่านั้น

              จากกรณีดังกล่าวส่งผลให้บรรยากาศที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากประชาชน  พ่อค้าแม่ค้า และนักเรียน นักศึกษา ที่เคยมาใช้บริการรถไฟในการเดินทางไปยัง จ.ศรีสะเกษ  และจ.อุบลราชธานี
ต้องหันไปใช้บริการรถโดยสารประจำทาง และเช่าเหมารถยนต์ในการเดินทางแทน ซึ่งทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากผลกระทบดังกล่าวทำให้ยอดผู้โดยสารที่มาใช้บริการที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์  ลดลงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์  จากปกติมีผู้มาใช้บริการเฉลี่ยวันละกว่า 1,000 คน   ขณะที่ทางสถานีก็ได้มีการประกาศเสียงตามสาย เพื่อแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหรือผู้โดยสารที่จะมาใช้บริการ ได้รับทราบอย่างต่อเนื่องถึงเหตุขัดแข้งหรือความจำเป็นที่จะต้องหยุดเดินรถสายปลายทางอุบลฯ เป็นการชั่วคราว พร้อมแนะนำช่องทางให้ประชาชนที่ต้องการจะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางด้วย

              ด้านนายบรรจง   จันทร   นายสถานีรถไฟบุรีรัมย์   ระบุว่า หลังเกิดภาวะน้ำท่วมรางรถไฟหลายจุดจนไม่สามารถเดินรถสายปลายทางอุบลราชธานีได้นั้น   ก็ทำให้ยอดผู้โดยสารลดลงกว่าครึ่ง เพราะประชาชนต้องหันไปใช้บริการรถโดยสารประจำทางแทน ซึ่งช่วงนี้ก็ได้มีผู้โดยสารทั้งโทรศัพท์และเดินทางมาสอบถามถึงขบวนรถที่จะไปศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามคาดว่าหากสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลง หรือรางรถไฟสามารถใช้งานได้ตามปกติ ผู้โดยสารก็จะกลับมาใช้บริการรถไฟในการเดินทางตามปกติด้วยเช่นกัน



ผู้ว่าฯนครสวรรค์สรุปน้ำท่วมในพื้นที่ครอบคลุม 9  อำเภอ

              นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า   สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดนครสวรรค์  มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 9 อำเภอ  โดย   อ.พยุหะคีรี น้ำท่วมพื้นที่ทางการเกษตร ในต.น้ำทรง , อ.โกรกพระ น้ำท่วม  3 ตำบล , อ.ลาดยาว น้ำหลากเข้าท่วมเขตเทศบาลลาดยาว และนีน้ำท่วม รวม 8 ตำบล มีประชาชนได้รับผลกระทบ กว่า 2,000 ครัวเรือน
    
              อ.ไพศาลี น้ำหลากเข้าท่วม 3 ตำบล เดือนร้อน 3,226 ครัวเรือน  , อ.หนองบัว น้ำป่าเอ่อท่วมในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว , องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกลับ และบริเวณสี่แยกหนองบัว ระดับน้ำสูงกว่า 30 เซนติเมตร  ,อ.ชุมตาบง มีน้ำท่วมขังพื้นที่เกษตร อ.ท่าตะโก มีน้ำท่วม 2 ตำบล ,  อ.แม่วงก์   น้ำท่วม 4 ตำบล   เดือดร้อน กว่า 6, 619 ครัวเรือน  และอ. แม่เปิน  น้ำท่วม 1 ตำบล ล่าสุด จังหวัดนครสวรรค์ ได้เร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยจัดส่งเครื่องสูบน้ำเร่งระบายในจุดที่ได้รับผลกระทบ จัดส่งเครื่องทำน้ำสะอาดให้บริการน้ำสะอาดแก่ผู้ประสบภัย พร้อมทั้งเปิดศูนย์รับบริจาคสิ่งของ ยังชีพ ที่จำเป็น
 

 

น้ำชีทะลักซัดฝายขาดนาข้าวจมกว่าหมื่นไร่

 

         สถานการณ์น้ำท่วมมีความคืบหน้าล่าสุด หลังวันที่ 23 ก.ย.56 เกิดเหตุน้ำชีทะลักซัดฝายดินขนาดใหญ่ท่าสลิดขาดหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในช่วงรอยต่อ 2 อำเภอ ที่อ.บ้านเขว้า และอ.จัตุรัส  ขยายวงเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างรวดเร็วใน 5 หมู่ 3 ตำบล ของหมู่บ้านท่าจั่นและบ้านท่าโก ต.ตลาดแร้ง อ.บ้านเขว้า และที่หมู่บ้านหนองบัวบาน ต.หนองบัวบาน หมู่บ้านส้มป่อย,หนองม่วงและบ้านตูม ต.ส้มป่อย อ.จัตุรัส จนชาวบ้านต้องเร่งขนของหนีน้ำกันวุ่นแบบตั้งตัวไม่ทันมาตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา
    
          ล่าสุดระดับน้ำยังคงทะลักท่วมบ้านเรือนราษฎรเป็นวงกว้างเสียหายไปแล้วมากกว่า 200 หลังคาเรือนซึ่งยังมีระดับน้ำหลากเข้าท่วมสูงมากเพิ่มขึ้นอีกกว่า 50 ซม.ต่อเนื่องในพื้นที่ ซึ่งยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลง แต่ยังมีระดับน้ำหลากเข้าท่วมพื้นที่ดังกล่าวยังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง และสร้างความเสียหายให้พื้นที่การเกษตรนาข้าวถูกท่วมเสียหายเป็นวงกว้างไปแล้วมากกว่า 7,000 ไร่และยังมีชาวนาอีกกว่า 100 ครอบครัวต้องพากันเร่งลงไปเกี่ยวข้าวหนีน้ำในนาที่เสียหายไปแล้วมากกว่า 2,000 ไร่ ที่ดีกว่าปล่อยต้นข้าวออกรวงแล้วและเตรียมที่จะเก็บเกี่ยวได้ในอีกไม่กี่วันนี้ แต่ต้องมาถูกน้ำท่วมสูงเสียก่อนในครั้งนี้ด้วยดีกว่าปล่อยต้นข้าวถูกน้ำท่วมทิ้งเสียหายและยังมีระดับน้ำหลากเข้าท่วมที่นาสูงขึ้นต่อเนื่องยังไม่หยุดในครั้งนี้ยังได้ขยายวงเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรที่นาเสียหายเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากตามมาอีกมากกว่า 10,000 ไร่แล้วในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน




สุพรรณบุรี-ตลาดร้อยปีเก้าห้องท่วมแล้ว

          นางสมเจตน์  พรหมสุนทร  ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ขณะนี้น้ำเข้าท่วม 4 อำเภอ และได้รับความเสียหาย 7 ตำบล คือ ต.ดอนกำยาน ต.ท่าระหัด ต.ทับตีเหล็ก ต.สนามชัย ต.โพธิ์พระยา ต.พิหารแดง และ ต.รั้วใหญ่ ซึ่งประชาชนในพื้นที่ต่ำจะได้รับผลกระทบเป็นส่วนใหญ่  ส่วนอำเภออู่ทอง น้ำเข้าท่วม 3 ตำบล คือ ต.ยุ้งทะลาย ต.เจดีย์ ต.จรเข้สามพัน ส่วน อ.บางปลาม้า น้ำมากกว่าอำเภออื่น ท่วม 4 ตำบล  คือ ต.โคกคราม ต.บางปลาม้า ต.บ้านแหลม และ ต.ตะค่า ส่วนตลาดร้อยปีเก้าห้องน้ำก็ได้เข้าท่วมแล้วเช่นกัน แต่ทางเทศบาลได้น้ำเครื่องสูบน้ำและปิดรอบรั่วได้ทัน โดยตอนนี้ได้เข้าสู่สถานการณ์ปกติ ด้าน อ.สองพี่น้อง ท่วม 3 ตำบล คือ ต.บางตะเคียน  ต.ต้นตาล ต.บางพลับ ส่วนใหญ่น้ำที่เข้าท่วมบริเวณบ้านเรือนประชาชนจะอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนประมาณ 8,000 ครอบครัว




ชาวบ้านสองฝั่งแม่น้ำท่าจีนเร่งกรอกกระสอบทรายกั้นน้ำ

          นางรัตนา นุชเจริญ อยู่บ้านเลขที่ 45/1 หมู่ 4 ตำบลสนามชัย อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า เมื่อกลางดึกของวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนเริ่มมีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้น้ำสูงประมาณ 1.30 เมตร ต้องใช้เรือพายรับส่งเด็กนักเรียนและมีชาวบ้านกว่า 100 หลังคาเรือนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนตำบลก็ให้ความช่วยเหลือระดับหนึ่ง แต่ต้องการถุงยังชีพเพื่ออุปโภคบริโภค
    
          ด้านนายชัยรัตน์ เหมือนพลอย ผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า น้ำท่วมปีนี้เป็นน้ำที่ฝนตกจากพื้นที่ของลุ่มน้ำท่าจีนเป็นหลัก ตั้งแต่ทุ่งชัยนาท ทุ่งบางส่วนของจังหวัดสิงห์บุรี น้ำป่าตะวันตกติดกับจังหวัดกาญจนบุรี จากสภาพของแม่น้ำท่าจีน ที่ระบายได้ช้ามาก เพราะตอนล่างของแม่น้ำคดเคี้ยว ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมผันน้ำลงสู่ทุ่งบางปลาม้าและทุ่งสองพี่น้อง เนื่องจากเกษตรได้เก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังสัตว์เลื้อยคลานมีพิษ ที่อาจหนีน้ำขึ้นบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ขบกัดทำร้าย หรือที่ปลอดภัยจากน้ำท่วมและขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด
เวลา




ผวจ.อุบลฯประกาศแล้ว 15 อำเภอเขตภัยพิบัติทางธรรมชาติ
    
          พันเอก อัครภณ  ทองสุทธิ์  ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า   ขณะนี้สถานการณ์ของอำเภอเดชอุดมยังน่าเป็นห่วง แม้ว่าถนนจะสามารถสัญจรไปมาได้บ้างแล้ว แต่ในหมู่บ้านยังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องใช้เรือในการสัญจรไปมาและต้องขนย้ายอุปกรณ์ขึ้นที่สูง เนื่องจากระดับน้ำได้เพิ่มสูงขึ้น ในพื้นที่ ตำบลเมืองเดช  ตำบลโพนงาม  ตำบลกลาง  ตำบลท่าโพธิ์ศรี และตำบลตบหู  อำเภอเดชอุดม  จังหวัดอุบลราชธานี  โดยหน่วยฯได้จัดรถน้ำจำนวน 1 คัน พร้อมรถขนย้ายสิ่งของ กับเรือท้องแบนเข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว
    
          ด้านนายสุทธินันท์ บุญมี รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า วันนี้ได้ลงนามประกาศอำเภอที่ประสบภัยพิบัติจากน้ำท่วมไปแล้ว 15 อำเภอ และพร้อมกันนี้ก็ได้อนุมัติเงิน ให้แก่นายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ เพื่อนำไปใช้จ่ายเป็นการเบื้องต้นไปก่อน  หากไม่เพียงพอ ก็ให้ขอเข้ามาได้อีก ซึ่งทางจังหวัดพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ส่วน ระดับของน้ำมูล กับ น้ำชี นั้น พบว่า ได้ขยับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และก็ได้ล้นตลิ่งไหลเข้าไปยังที่ลุ่ม พร้อมกับเอ่อท่วมบ้านเรือน รวมทั้งพืชผลทางการเกษตรของราษฎรบ้างแล้ว ซึ่ง ได้มีการขยับขึ้นจากเมื่อวานนี้ 30 เซนติเมตร และก็ได้ประสานไปยังสาธารณสุขจังหวัด ให้จัดเจ้าหน้าที่พยาบาลออกให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรแล้ว กว่า 40 จุด คอยช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งเฝ้าระวัง ติดตาม โรคที่จะมากับน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เบื้องต้น พบพื้นที่ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยแล้วจำนวน 15 อำเภอ 48 ตำบล 402 หมู่บ้าน มีผู้ประสบภัยจำนวน 181,625 คน ถนนชำรุด 70 สาย พื้นที่การเกษตรเสียหาย จำนวน 2,030 ไร่ บ่อปลา 70 บ่อ และ สะพานชำรุด 12 แห่ง




ทน.รังสิตจำเป็นให้ชป.เดินเครื่องสูบน้ำชาวบ้านใต้ประตูรับน้ำเต็มๆ

          นายเดชา กลิ่นกุสุม รองนายกเทศบาลนครรังสิต ได้เปิดเผยว่าในเขตพื้นที่เทศบาลนครรังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ว่าขณะนี้ระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ได้เพิ่มสูงมากขึ้นเนื่องจากมีน้ำไหลมาจากองค์รักษ์ จังหวัดนครนายก และน้ำจากคลองซอยต่างต่างๆ ตั้งแต่คลองหนึ่งถึงคลองสิบห้า ฝั่งทิศเหนือ ที่ติดกับคลองระพิพัฒน์ ได้มีการเปิดประตูน้ำระบายลงคลองรังสิต ทำให้ระดับน้ำในคลองเพิ่มขึ้นทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ปลูกอยู่ริมคลอง ทำให้ทางเทศบาลนครรังสิต ได้เร่งตั้งเครื่องสูบน้ำตามชุมชนต่างๆ ในพื้นที่จำนวน 90 เครื่อง สูบน้ำภายในชุมชนลงคลองรังสิต
    
          ดังนั้นทางชลประทานได้เดินเครื่องสูบน้ำที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ที่มีการติดตั้งเครื่องสูบไว้จำนวน 24 เครื่อง แต่จะสลับกับสูบครั้งละ 12 เครื่องถึง 15 เครื่อง เพื่อจะได้ระบายน้ำในคลองรังสิตให้น้ำลดลงจากถนนประมาณ 50-80 ซม. เพื่อไม่ให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ ดังนั้นจึงทำให้ระดับน้ำนอกประตูได้เพิ่มสูงขึ้นกว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาถึง 10-15 ซม. ทำให้น้ำในเขตพื้นที่ 3 ตำบลของอำเภอเมือง คือตำบลหลักหก ตำบลบางพูน และตำบลบ้านใหม่ น้ำจะท่วมบ้านเรือนประชาชนที่ปลูกบ้านอยู่ริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ได้รับผลกระทบทุกครัวเรือน
    
          ทางด้านนายพฤกษ์ติพงษ์ ทัตอัญชุลีกุล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ กรมชลประทาน ซึ่งเป็นผู้ดูแลประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิตโครงการส่งน้ำและบำรุงน้ำรักษารังสิตใต้ สำนักชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน กั้นปากคลองรังสิต ได้กล่าวว่าสาเหตุน้ำเพิ่มสูงมากขึ้นเนื่องจากผับตบชวาติดปากประตูน้ำมีความยาวเกือบสองร้อยเมตร จึงได้ประสานกรมชลประทานขอรถแบคโฮแขนยาวมาตักผักตบชวาขึ้นก่อน และจะประสานทางกรมชลประทานนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งให้ครบทั้ง 20 เครื่อง หากติดตั้งเสร็จจะเดินเครื่องสูบน้ำได้เต็มที่ ทางประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ก็จะหยุดสูบพร้อมเปิดประตูน้ำให้น้ำไหลมาที่ประตูปากคลองรังสิตเพื่อสูบน้ำที่จุดเดียว แต่ยังไม่รู้ว่าจะติดตั้งเครื่องได้เมื่อไร จึงต้องเดินเครื่องสูบน้ำที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ไปก่อน จำทำให้น้ำท่วมบ้านริมคลองในพื้นที่ 3 ตำบลดังกล่าว