
'ปชป.'ชำแหละ4ปมหลัก'กู้2ล้านล.'
'ปชป.' ชำแหละ '4 ปมหลักกู้ 2 ล้านล้าน' ยกข้อมูล 'ทีดีอาร์ไอ' ถล่มซ้ำพร้อมทำทันที ฟุ้งใช้งบฯแค่ 1 ใน 5 ของโครงการ ชู '4 ข้อตอบโจทย์' ผลบวกให้ประโยชน์ชาติ
23 ก.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค อาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ คณะทำงานด้านขนส่งระบบราง พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมประชุมถึงแผนงาน “อนาคตที่เลือกได้ อนาคตไทยเข้มแข็ง2020” และพิมพ์เขียวประเทศไทยของพรรคประชาธิปัตย์ หลังหารือนานกว่า 3 ชั่วโมง
จากนั้นเวลา 12.00 น. นายอภิสิทธิ์ นายกรณ์ และนายสามารถ ร่วมกันแถลง โดยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลมี 4 ปัญหาหลัก คือ 1. เป็นการกู้เงินที่ขาดวินัย ขาดการตรวจสอบ ขาดความโปร่งใส ที่กู้นอกระบบงบประมาณ เจตนาหลีกเลี่ยงที่จะต้องแสดงความพร้อมในโครงการต่างๆ และความพร้อมในการแสดงความคุ้มค่า ความเหมาะสม ซึ่งการกู้นอกระบบงบประมาณ ซึ่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยอมรับเองในสภาฯว่า กู้ในระบบงบประมาณได้ ทำให้รัฐบาลไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวโครงการ ที่จะนำเงินกู้ไปใช้ในการลงทุน การกู้ลักษณะนี้จะเป็นการเปิดช่องทางให้ทุกๆรัฐบาลในอนาคตสามารถหลีกเลี่ยง พ.ร.บ.วิธีงบประมาณและหันไปกู้โดยตรง “นอกระบบ” ในลักษณะเดียวกันในอนาคต
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 2. การกู้ครั้งนี้รัฐบาลอ้างว่า “เพื่ออนาคตไทย 2020” แต่ตอบโจทย์ความต้องการด้านเดียวคือ ด้านคมนาคม โดยที่ 99.6% ของเงินกู้ได้จัดให้กับกระทรวงคมนาคม และอีก 0.4% เป็นลักษณะ “ค่าปากถุง” ให้ผู้จัดเงินกู้คือ กระทรวงการคลัง นำไปลงทุนสร้างด่านศุลกากร ซึ่งงานเช่นนี้ปกติใช้เงินงบประมาณได้ รัฐบาลอ้าง ดัชนีขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศที่ชี้ว่า ลำดับของไทยทางด้านคมนาคมนั้น ค่อนข้างตํ่า แต่ไม่พูดถึงดัชนีทางด้านสาธารณสุขหรือการศึกษาที่ตํ่ากว่ามาก
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 3. โครงการส่วนใหญ่ในแผนเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ยังไม่มีความชัดเจน เช่น ทางสำนักวิจัย TDRI ได้สรุปว่า โครงการที่พร้อมดำเนินการจริงมีมูลค่ารวมเพียงประมาณ 1 ใน 5ของโครงการทั้งหมด ดังนั้นจึงไม่สมควรที่จะให้อำนาจการกู้ล่วงหน้า กับโครงการส่วนที่เหลือในลักษณะ เช็คเปล่า 4. การประเมินความคุ้มค่าโครงการ ที่นำไปใช้ในการตัดสินใจของรัฐบาลมีปัญหามาก และมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายฝ่ายบริหาร รัฐบาลจึงไม่เคยกล้าพูดถึงภาระการชดเชยการขาดทุนในอนาคต และรัฐบาลจึงไม่กล้ายืนยันว่าจะสามารถรักษาระดับหนี้ไม่ให้เกิน 50% ต่อ GDP ของประเทศตามคำสัญญาของรัฐบาล
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเสนอ “อนาคตที่เลือกได้” ให้กับพี่น้องประชาชน โดยพรรคประชาธิปัตย์ขอเสนอแนวทางการลงทุนเงิน 2 ล้านล้านบาทใน 7 ปีข้างหน้า ที่อยู่บนพื้นฐานความเชื่อว่า เพียงถนนกับรางไม่เพียงพอ แต่ถ้าคนเข้มแข็ง อนาคตไทยเข้มแข็งได้ พรรคจึงเสนอ 1. เงิน 2 ล้านล้านบาททั้งหมดจะอยู่ในระบบงบประมาณ มีความโปร่งใสกว่า ตรวจสอบได้ และไม่ขัดรัฐธรรมนูญ และเรายืนยันว่าเงินในระบบงบประมาณมีเพียงพอเหลือเฟือที่จะรองรับแผนการลงทุนของเรา 2. เราจะจัดสรรเงินดังนี้ 2.1 โครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคม 1.2 ล้านล้านบาท 2.2 การศึกษา การพัฒนา และการวิจัย 4 แสนล้านบาท 2.3 การสาธารณสุข 2 แสนล้านบาท และ 2.4 ระบบชลประทานเพื่อการเกษตร 2 แสนล้านบาท
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 1. โครงสร้างพื้นฐานทางด้านคมนาคม จะสร้างรถไฟความเร็วสูง 36,722 ล้านบาท รถไฟทางคู่ 397,377 ล้านบาท , รถไฟทางคู่สายใหม่ 110,555 ล้านบาท , รถไฟฟ้า 410,996 ล้านบาท , ปรับปรุงระบบรถไฟ 20,912 ล้านบาท , ถนนทั้งระบบ และสถานีขนส่ง 198,422 ล้านบาท , ท่าเรือ 26,622 ล้านบาท รวม ด้านคมนาคม 1.2 ล้านล้านบาท
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การศึกษา จะเร่งสร้างโรงเรียนวิทยาศาสตร์ , มหาวิทยาลัยวิจัย 150,000 ล้านบาท อาชีวะสร้างชาติ 50,000 ล้านบาท ครูพันธุ์ใหม่ พัฒนาคุณภาพครู และ Excellent Centre 110,000 ล้านบาท ปรับปรุงอุปกรณ์ และสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 90,000 ล้านบาท รวมด้านการศึกษา 4 แสนล้านบาท 3. สาธารณสุข พัฒนาโรงพยาบาล 12,000 แห่งทั่วประเทศ 100,000 ล้านบาท พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และสถานศึกษาด้านสาธารณสุข 100,000 ล้านบาท รวมด้านสาธารณสุข 200,000 ล้านบาท 4. พัฒนาระบบนํ้าเพื่อการเกษตร ลงทุนพัฒนาการชลประทานสำหรับพื้นที่เกษตร 75 ล้านไร่ทั่วประเทศ 200,000 ล้านบาท รวมด้านการชลประทานเพื่อการเกษตร 200,000 ล้านบาท
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราเชื่อว่าการจัดสรรเงินกู้ลักษณะนี้จะส่งผลทางบวก ให้กับประเทศชาติและประชาชนได้มากกว่าแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลในหลายมิติ คือ 1. รักษาเสถียรภาพทางการคลังได้ดีกว่า 2. โปร่งใสและสามารถลดทุจริตคอร์รัปชั่นได้มากกว่า 3. ตอบโจทย์ความต้องการในการพัฒนาประเทศได้ดีกว่า 4. เป็นการใช้ “เงินแผ่นดิน” ที่มีความยุติธรรมและเป็นประโยชน์ต่อคนไทยทุกคน ทุกชนชั้นมากกว่า ดังนั้นเราจึงขอเสนอ “อนาคตที่เลือกได้” นี้ ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน และยินดีมอบข้อเสนอนี้ให้รัฐบาลพิจารณาเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ และพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลในทุกด้าน เพื่อให้แผนนี้ลุล่วงเพื่ออนาคตคนไทยทุกคน จะเข้มแข็งภายในปี 2020 หากรัฐบาลปฏิเสธข้อเสนอนี้ พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนทุกคนว่า เราพร้อมนำแผนนี้สู่การปฏิบัติเมื่อใดที่ประชาชนพร้อมให้โอกาสเรากลับมาดูแลคนไทยทุกคนในฐานะฝ่ายบริหาร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในสมัยที่เป็นรัฐบาลทำไมจึงไม่ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ นายอภิสิอทธิ์ กล่าวว่า พรรคเราทำแล้ว แต่โครงการต่างๆถูกชะงักในปีที่ผ่านมา เพราะมีการเปลี่ยนรัฐบาล ทั้งที่มีการศึกษาโครงการและอนุมัติหลักการตลอดจนงบประมารณไปแล้ว แต่รัฐบาลนี้กลับตัดงบและโครงการเหล่านี้ โดยไม่สานต่อ สำหรับวิธีการบริหารโครงการ ที่เราเสนอไปทั้งหมดจะมีการดึงศักยภาพของภาคเอกชน ให้มาระดมทุนและร่วมโครงการ ดังนั้นจึงได้เนื้องานมากขึ้น แต่ใช้งบประมาณเท่่าเดิมที่รัฐบาลนี้กำหนดไว้
ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า โครงการทั้งหมดนั้นคณะรัฐมนตรีเงาของพรรคได้ร่วมกันพิจารณา โดยมีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรมว.คลัง ได้ช่วยประสานแนวความคิดด้านนโยบายให้กับคณะทำงานของเรา เพราะฉะนั้นทั้งหมดยืนยันว่า ทำได้ทันที ส่งผลยุติธรรมต่อการใช้เงินกู้ที่เป็นเงินแผ่นดินของคนไทย และทำจริงด้วยงบประมาณ ตอบสนองความต้องการด้านสังคม เศรษฐกิจและสังคม พร้อมที่จะยื่นเรื่องให้รัฐบาลนี้สานต่อ และที่ผ่านมาเราเสนอไปและในสภา แต่ถ้ารัฐบาลนี้ไม่พร้อมนำแผนนี้ไปใช้ ก็รอวันที่เราจะนำแผนนี้กลับมาใช้เอง เพราะยืนยันว่าทั้งหมดสามารถทำได้ทันทีไม่ต้องรอ 7 ปี ทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข ชลประทานโดยจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานอย่างน้อย 1 เท่าตัว ซึ่งพี่น้องเกษตรกรสามารถ เพิ่มรายได้ให้ตนเองอย่างยั่งยืนได้ ในแผนเดิมที่พรรควางไว้ไม่ต้องใช้เวลาถึง 7 ปี ในการผลักดันหลายโครงการที่มีในวันนี้
ส่วนนายสามารถ กล่าวว่า ส่วนรถไฟความเร็วสูงใช้เงินเตรียมการบวกค่าเวนคืน รวมถึงการศึกษารูปแบบการลงทุน 1.2 แสนล้านล้านบาท แต่จะมีโครงการมากกว่าที่รัฐบาลนี้กำหนด คือจะมีทุกอย่างที่รัฐบาลนี้เสนอมา ทั้งรถไฟความเร็วสูง , รถไฟรางคู่ , รถไฟสายใหม่ , รถไฟฟ้าในกทม. และปริมลฑล รวมทั้งระบบถนน โดยเฉพาะมอเตอร์เวย์ สำหรับการขยายเส้นสร้างทางรถไฟรางคู่ที่เดิมรัฐบาลนี้กำหนดสร้างไว้ 11 เส้นทาง แต่พรรคประชาธิปัต์ยืนยันจะสร้างทั้งหมด 17 เส้นทางตามแผนเดิม ที่ได้ศึกษาไว้สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ รวมระยะทาง 1.1 พันกิโลเมตร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองอย่างไรที่รัฐบาลระบุว่างบ 2 ล้านล้านบาทผ่าน จะทำให้จีดีพีของไทยเพิ่มสูงขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แผนของพรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้เช่นกัน ขณะที่งานก็จะเสร็จได้เร็วกว่า คือเสร็จ 7 ปี เพราะไม่ใช่โครงการใหม่ แต่เราวางรากฐานไว้แล้วเมื่อปี 2554 ที่สามารถทำได้ทันที



