
'ประชา'วอน'ม็อบยาง'เลิกชุมนุม
'ประชา' วอน 'ม็อบยาง' เลิกชุมนุม เผย 'รัฐบาล' จ่ายเงินช่วยเหลือพรุ่งนี้ (24 ก.ย.)
23 ก.ย.56 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาในการชุมนุมของชาวสวนยางว่า รัฐบาลได้ทำดีที่สุดแล้ว ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหายาง โดยในคณะกรรมการแก้ไขได้มีตน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสักนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ และยังมีคณะกรรมการอีกหลายคนได้แก้ไขปัญหา ได้ดำเนินการจนได้ข้อยุติสมบูรณ์แล้ว ซึ่งก็ได้ส่งข้อสรุปผ่านสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ให้ชาวสวนยางทั่วประเทศแล้ว ว่ารัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร ในเกณฑ์ที่รัฐบาลช่วยได้ โดยปรากฎว่าสกย.ทั่วประเทศได้ให้การยอมรับกติกานี้แล้ว แต่ยังมีอยู่บางแห่งที่ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด ที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องเกณฑ์การช่วยเหลือ โดยวันนี้ตนก็ได้แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีกครั้ง และพรุ่งนี้ (24 ก.ย.) จะเป็นวันที่จะจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรที่ จ.นครศรีธรรมราช และจ.สุราษฎรธานี เป็น 2 จังหวัดนำร่อง และยังมีเกษตรกรที่ขึ้นบัญชีไว้อีกหลายพันคนที่จะได้รับการช่วยเหลือ
ส่วนที่ยังมีผู้ชุมนุมอยู่และมีข้อเรียกร้องใหม่นั้น พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ในข้อเรียกร้องใดที่อยู่นอกเหนือที่รัฐบาลรับได้ เราก็ไม่รู้จะพิจารณาได้อย่างไร อาทิ การขอราคายาง 100-120 บาท ทั้งนี้เกณฑ์ที่เราพูดคุยกันราคายางอยู่ที่ 78 บาท และเมื่อเราต้องการให้เกษตรกรได้ราคายางอยู่ที่ 90 บาท ตามเกณฑ์ที่เรากำหนด ก็ได้มีเกณฑ์การช่วยเหลือไปแล้ว จากการคิดให้ 2,560 บาทต่อไร่ ก็จะตกอยู่ที่ประมาณ 90-91 บาท
อย่างไรก็ตามวันนี้ที่ยังมีการชุมนุมอยู่ในฐานะรัฐบาล ก็จะดูความปลอดภัยบริเวณโดยรอบ ซึ่งการชุมนุมเป็นสิทธิสามารถทำได้ แต่ถ้ามีการชุมนุมที่เกินเลยและมีการกระทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนที่จะทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมเราก็มีองค์กรฝ่ายปกครองในพื้นที่ ที่จะเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจ อย่างไรก็ตามหวังว่าผู้ที่ร่วมชุมนุมจะได้พิจารณาว่าสมควรจะยุติได้หรือไม่ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ 80 % ก็ได้มีการลงทะเบียนรับความช่วยเหลือแล้วก็น่าจะยุติได้แล้ว
ส่วนถนนที่ยังมีการปิดการจราจรนั้น พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ก็มีถนนเลี่ยงเส้นทางอยู่แล้ว ส่วนด้านความเคลื่อนไหวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ติดตามอย่างตลอด ซึ่งขณะนี้เราเป็นห่วงประชาชนที่ควนหนองหงษ์เอง เพราะจากการรับฟังมา ชาวนควนหนองหงษ์ก็อยากให้เลิก เพราะมีการทะเลาะ มีการวิ่งชิงทรัพย์กัน ทั้งยังมีปัญหาเรื่องชู้สาว อย่างไรก็ตามหากจะมีตัวแทนมาคุยกับรัฐบาล เราก็พร้อมที่จะพูดคุย ไม่ใช่รัฐบาลไม่คุย ทั้งนี้เรารู้ว่ามีบริษัทใหญ่เก็บสต๊อกยางไว้หลายแสนตัน อาจเป็นส่วนหนึ่งในการเกื้อกูล เพราะถ้ามีการประกันราคายางขึ้นมาบริษัทเหล่านั้นก็จะได้ประโยชน์ จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ให้ยุติการชุมนุมได้ยาก ซึ่งเราก็กำลังตรวจสอบอย่างละเอียดอยู่ และอาจเป็นไปได้ที่จะเป็นผู้สนับสนุนผู้ชุมนุม ถึงอย่างไรก็ดีขณะนี้เป็นการตรวจสอบในทางลับ แต่เรารู้แล้วว่าบริษัทไหนใน 135 บริษัท เก็บสต๊อกยางไว้จำนวนเท่าไหร่
"รัฐบาลไม่รู้ว่าจะลงไปคุยกับใคร เพราะไม่มีแกนนำเป็นตัวเป็นตน ถามว่าใครเป็นแกนนำก็บอกว่าไม่ทราบ ไม่มี เราก็ไม่รู้จะไปคุยกับใคร อย่างไรก็ตาม เราอยากให้มีการเปิดถนน แต่เราเกรงว่าจะมีการปะทะอีก ถ้าเราเข้าไปยกเต็นท์ออก เราไม่อยากให้มีการปะทะ ทั้งนี้ขอให้ผู้ชุมนุมพิจารณาว่าถ้าสมควรเลิกก็เลิกได้แล้ว เพราะรัฐบาลมีข้อยุติและจะจ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว" พล.ต.อ.ประชา กล่าว
พล.ต.อ.ประชา กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า ก็ยังมีการพูดคุยอยู่ ซึ่งยังมีการพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง
'มท.1' สั่ง 'กำนัน-ผญบ.' กล่อม 'ม็อบยาง' ให้เข้าใจนโยบายรัฐ
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวมอบนโยบายแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางพาราจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งนำโดย นายยงยศ แก้วเขียว นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยว่า ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ย.) ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช จะมอบเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางใน 3 อำเภอ ประกอบด้วยอำเภอชะอวด อำเภอจุฬาภรณ์ และอำเภอร่อนพิบูลย์ ที่ขึ้นทะเบียนและเข้าเกณฑ์การช่วยเหลือ จำนวน 1,131 ราย จำนวนพื้นที่ไร่รวม 6,005 ไร่ เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 15.1 ล้านบาท โดยจะดำเนินการที่อำเภอร่อนพิบูลย์ เนื่องจากเป็นจุดสะดวกในการติดต่อประสานกับธนาคารมากที่สุด
นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีเกษตรกรชาวสวนยาง เข้าเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือประมาณ 1 แสนราย โดยขึ้นทะเบียนแล้วจำนวนกว่า 8 หมื่นราย หรือประมาณร้อยละ 80 ขณะที่อีกประมาณ ร้อยละ 20 ยังไม่ได้มาขึ้นทะเบียน ดังนั้น จึงขอให้เกษตรกรมาขึ้นทะเบียนภายในวันที่ 30 กันยายนนี้
“ขณะนี้เกษตรกรส่วนใหญ่ มีความเข้าใจถึงมาตรการการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาล มีเพียงบางส่วนที่ไม่เข้าใจและยังคงปักหลักการชุมนุมอยู่ที่อำเภอชะอวด ดังนั้น จึงขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เร่งเข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ พร้อมยืนยัน รัฐบาลมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลได้เคยแถลงนโยบายกับประชาชนในช่วงการเลือกตั้งแล้วว่า จะพยายามทำให้ราคาพืชผลทางการเกษตรมีราคาสูงขึ้น พร้อมขอว่า ไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นเกมการเมือง ทั้งนี้ รัฐบาลก็จะเร่งขยายการให้ความช่วยเหลือไปยังจังหวัดอื่นที่มีสวนยางพาราต่อไปด้วย” นายจารุพงศ์ กล่าว



