
'บิ๊กปู'จัดหนัก!ทุ่ม91ล้านช่วย'ทหารผ่านศึก'
'ยิ่งลักษณ์'ไฟเขียวงบ 91 ล้านช่วยทหารผ่านศึก พร้อมปรับเพิ่มเงินค่าครองชีพ สั่งทำ'แขน-ขาเทียมฟรี'ช่วยทหารพิการ พม่าเร่งรัดไทยเดินหน้าโครงการทวาย
23 ก.ย.56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการประชุมสภาทหารผ่านศึกครั้งแรกในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึก โดยมีพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ชัยวัฒน์ สท้อนดี ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและข้าราชการในองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ให้การต้อนรับ พร้อมนำนายกรัฐมนตรีชมการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และผลงานของหน่วยงานกิจการพิเศษขององค์การทหารผ่านศึก ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์และผลงานให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ได้รับทราบถึงความสามารถในการดำเนินงานขององค์การทหารผ่านศึก
ด้านพล.อ.ชัยวัฒน์ ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกสภาทหารผ่านศึกได้ให้ความสำคัญและให้ความสนใจต่อการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เพราะถือว่าเป็นคนที่ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ โดยได้สอบถามชีวิตความเป็นอยู่ของทหารผ่านศึกและครอบครัว และได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานและกระทรวงอุตสาหกรรมประสานกับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในการจัดหางานให้แก่ทหารผ่านศึก ที่ต้องการประกอบอาชีพรวมถึงให้จัดงานแสดงผลงานและแสดงผลิตภัณฑ์ฝีมือทหารผ่านศึก
“ในที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติม ข้อบังคับสภาทหารผ่านศึกว่าด้วยการสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ครอบครัวทหารผ่านศึก และทหารนอกประจำการ พ.ศ.2522 เพื่อปรับให้เข้ากับสภาวะทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ขึ้นสูงในปัจจุบัน โดยเสนอให้มีการปรับเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพเพื่อผดุงเกียรติเป็นรายเดือนแก่ทหารผ่านศึกนอกประจำการบัตรชั้นที่ 1 ที่พิการ ทุพพลภาพจากเดือนละ 3,500 บาท เป็นเดือนละ 4,000 บาท พร้อมปรับเพิ่มการสงเคราะห์เงินช่วยเหลือรายเดือนแก่ครอบครัวทหารผ่านศึกผู้ถือบัตรชั้นที่ 1 จากครอบครัวละไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน เป็น 3,500 บาท และปรับเพิ่มการสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาลทุกชั้นบัตรและครอบครัวทหารผ่านศึกจากครอบครัวไม่เกินปีละ 2,000 บาท เป็น 3,000 บาทรวมเป็นงบประมาณทั้งหมด 91 ล้านบาท ขณะเดียวกันน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สั่งการให้องค์การทหารผ่านศึกจัดทำแขน-ขาเทียมฟรีให้กับทหารผ่านศึกที่มีรายได้น้อย โดยรัฐบาลจะเป็นผู้รวบรวมเงินบริจาคและเงินทุนเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดทำต่อไป เพื่อให้ทหารผ่านศึกที่พิการและมีรายได้น้อยได้รับการอำนวยความสะดวกและสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ”พล.อ.ชัยวัฒน์ กล่าว
พล.อ.ชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีทหารผ่านศึกและครอบครัวที่อยู่ในการดูแลขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกจำนวน 6 แสน ส่วนของทหารตำรวจและราษฎรอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่บรรจุอยู่ในตำแหน่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นเวลา 8 เดือนขึ้นไป ถือว่าเป็นทหารผ่านศึกเช่นเดียว ซึ่งจะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับทหารผ่านศึกตามหลักเกณฑ์เดิม ส่วนทหารผ่านศึกที่พิการทุพพลภาพ ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 2,000 คน เมื่อคำนวณเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก เงินบำนาญ เงินเพิ่มค่าครองชีพ รวมถึงเงินช่วยเหลือจากมูลนิธิสายใจไทย จะตกอยู่ที่ประมาณ 23,000 บาทต่อคน
พม่าเร่งรัดไทยเดินหน้าโครงการทวาย
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.00 น. นายฉ่วย มาน (H.E. Thura U Shwe Mann) ประธานสภาประชาชนสาธารณรัฐแห่งพม่า เข้าเยี่ยมคารวะนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญของการสนทนามีดังนี้
นายกรัฐมนตรีฯ กล่าวต้อนรับประธานสภาประชาชนพม่า พร้อมชื่นชมความสัมพันธ์ไทย-พม่าซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดและช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาโดยตลอด โดยประธานสภาประชาชนพม่าขอบคุณรัฐบาลไทยที่มีความหวังดีต่อพม่า และต้องการเห็นพม่ามีการพัฒนาทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ขณะนี้เมียนมาร์กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางด้านการเมืองซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ แต่รัฐบาลเมียนมาร์ยินดีฟันฝ่าอุปสรรคและจะนำประสบการณ์ของไทยนำประเทศไปสู่การปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับสูงและระดับประชาชนจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศให้มีความแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
ในเรื่องชายแดนไทยและพม่า ทั้งสองยินดีที่มีความคืบหน้าในเรื่องการปักปันเขตแดนและเห็นควรให้มีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้เกิดการขยายตัวของการค้าและการลงทุนตามแนวชายแดนซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้พม่า และไทยมีการค้าขายที่สมบูณ์ พม่ายินดีที่ไทยมีความริเริ่มเรื่อง National Single Window ซึ่งเป็นระบบศุลกากรที่เชื่อมโยงมาไว้ ณ จุดเดียว เป็นเรื่องที่พม่าให้ความสำคัญและรัฐบาลพม่าจะเร่งรัดให้เกิดความคืบหน้าโดยเร็ว
นอกจากนี้ ทั้งสองเห็นว่าไทยและพม่าควรเร่งรัดโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายให้มีความคืบหน้ามากยิ่งขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีฯกล่าวว่า รัฐบาลไทยได้นำหน่วยงานรัฐวิสาหกิจไปศึกษาการลงทุนด้านสาธารณูปโภคในทวาย อาทิ การคมนาคม ไฟฟ้า ประปา ไทยและพม่าจำเป็นต้องผลักดันและประชาสัมพันธ์ให้โครงการทวายฯ เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศและภูมิภาคอาเซียนโดยรวมต่อไป
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฯและประธานสภาประชาชนพม่า ได้หยิบยกประเด็นความร่วมมือด้านแรงงาน โดยประธานสภาประชาชนพม่าขอบคุณรัฐบาลไทยที่ดูแลแรงงานพม่าเป็นอย่างดี มีการพิสูจน์สัญชาติและลงทะเบียนแรงงานเมียนมาร์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย และพม่าเห็นว่า การดูแลแรงงานพม่าให้ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม รวมถึงสนับสนุนให้แรงงานพม่าได้รับสิทธิประโยชน์เต็มที่ตามกฎหมายของไทย เป็นอีกกลไกหนึ่งที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ประธานสภาประชาชนพม่าชื่นชมรัฐบาลไทยที่ช่วยเหลือชาวนาในประเทศผ่านนโยบายจำนำข้าวและมีความเชี่ยวชาญที่พม่าต้องการ อาทิ การก่อสร้างเส้นทางคมนาคม การเกษตร การท่องเที่ยว ซึ่งนายกรัฐมนตรีฯ ยินดีส่งผู้เชี่ยวชาญไปให้ความช่วยเหลือและอบรมชาวพม่าเพื่อส่งเสริมให้ชาวพม่าอยู่ได้อย่างยั่งยืน



