
'กิตติรัตน์'หวั่นเศรษฐกิจปท.ชะงัก!
'กิตติรัตน์' รับห่วง งบประมาณ 57 - ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน ล่าช้า ชี้ทำเศรษฐกิจชะงัก
23 ก.ย. 56 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการ กล่าวกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ ร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ก่อนที่จะยื่นต่อวุฒิสภาพิจารณา อาจทำให้การดำเนินการสะดุด ว่า ก็ว่ากันไป และเรื่องนี้ควรฟังเสียงส่วนใหญ่ด้วย ส่วนตนคาดหวังจะให้ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ เพื่อนำไปดำเนินการได้โดยเร็ว เพราะเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ควรเร่งรัดให้ดำเนินการโดยเร็วและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นห่วงทุกเรื่องที่อาจทำให้เกิดความล่าช้า ทั้งพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท และร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2556 ที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯไปแล้ว แต่ยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้เนื่องจากมีผู้ไปร้องให้ตีความกฎหมาย
นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ขั้นตอนของกรรมาธิการกลั่นกรอง ซึ่งตนทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการกำชับให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุน โดยวิเคราะห์และชี้ให้เห็นความสำคัญในการทำงาน และได้ต่อว่าไปบ้างว่า บางเรื่องมีความล่าช้ากว่าจะผ่านแผนงาน มาเขียนทีอาร์โอและไปสู่การออกแบบ จนไปถึงการจัดซื้อจัดจ้าง หลายโครงการไปแล้วเสร็จช่วงเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณและการดำเนินงานช่วง 2 ปีงบประมาณและได้กำชับว่างบประมาณปี 2557 ต้องไม่เกิดความล่าช้าและพร้อมประกาศจัดซื้อจัดจ้างในเดือนต.ค.นี้ได้ทันทีเมื่องบประมาณผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้หน่วยงานราชการเหน็บตนกลับมาเช่นกันว่าให้พวกเขาเตรียมความพร้อมแต่รัฐบาลไม่พร้อมนำกฎหมายงบประมาณมาส่งให้เขาดำเนินการ ได้กำชับส่วนราชการให้เตรียมการที่จะใช้งบประมาณโดยเฉพาะงบลงทุน
นายกิตติรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีบางหน่วยงานของบประมาณมากเกินความจำเป็นและยังไม่พร้อมดำเนินงาน ตนก็แนะนำไปว่าควรจะจัดทำแผนให้พร้อมก่อนแล้วจึงมาขอในปี 2558 เพราะบางครั้งมาขอทั้งที่ยังไม่พร้อมก็จะไปถ่วงและกันหน่วยงานอื่นที่เขามีความพร้อมจะดำเนินการมากกว่า ดังนั้นการทำงานในปี 2557 ในระหว่างกระบวนการจัดทำงบประมาณในชั้นของกรรมาธิการ ตนได้บอกไปแล้วว่าไม่แน่ว่าจะผ่านหรือไม่หรือจะถูกปรับ และหากจะปรับก็คงมีไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นสามารถลงรายละเอียดได้เลยหากงบประมาณผ่าน แต่เมื่อการใช้งบประมาณล่าช้า เราจะดำเนินการได้เฉพาะรายการเดิมโดยใช้งบเก่า เช่น การจ่ายเงินเดือน ค่าน้ำ ค่าไฟ งบซ่อมบำรุง ส่วนงบลงทุนส่วนใหญ่ในปี 2557 ซึ่งเป็นรายการใหม่ จะใช้ไม่ได้เลย จนกว่ากฎหมายจะผ่านเป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งที่จริงผู้ร้องร่างพ.ร.บ.งบประมาณ เขาร้องเพียง 2-3 มาตรา และศาลคงจะวินิจฉัยเพียง 2-3 มาตรา ว่าขัดหรือไม่ขัดกฎหมาย และที่จริงมาตราที่ไม่ถูกร้องควรจะดำเนินการไปได้ แต่เพราะทั้งฉบับยังไม่เป็นกฎหมาย จึงทำให้ทุกมาตราต้องหยุดชะงักหมด
เมื่อถามกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ยกเรื่องงบไทยเข็มแข็งมาเปรียบเทียบกับร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท รัฐบาลจะต้องเตรียมผู้ชี้แจงอย่างไร นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า หากสังเกตให้ดีเป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายพูดกันซ้ำไปซ้ำมา และคงจะต้องพูดจาอธิบายกันต่อไป เพราะหากเงียบเฉยเหมือนกับการยอมรับ ยกตัวอย่างบางเรื่องที่ถูกนำมาอ้างอยู่ตลอดไม่ว่าจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว เช่น โครงการรถคันแรก ตนก็ต้องชี้แจงว่าไม่ได้นะเงินภาษีใครมาจ่ายคืนแต่เป็นภาษีที่ของผู้ซื้อเองที่เรานำมาเก็บไว้ เมื่อถึงเวลา 1 ปี ก็จ่ายคืนให้ ถามว่าจะมาห่วงทำไมเพราะเป็นเงินผู้ซื้อเอง นอกจากนั้นเรื่องค่าครองชีพ ที่เราต้องอธิบายว่าไม่ใช่ภาวะเงินเฟ้อทั่วไป แต่บางช่วงสินค้าที่เป็นอาหารอาจแพงขึ้นบ้าง ตามจังหวะที่สินค้าราคาถูกมาก ซึ่งเป็นไปตามภาวะตลาด



