
'อนุสรณ์'เชื่อมีกลุ่มจ้องล้มรัฐ
'อนุสรณ์' เชื่อมีกลุ่มจ้องล้มรัฐ แนะ 'ปชป.' อย่าดีแต่พูด เหน็บระวังเป็น 'ฝ่ายค้าน' ยันชาติหน้า
23 ก.ย.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รัฐบาลก้นร้อนและร้อนตัวกรณีกระแสข่าวล้มรัฐบาลว่า ขบวนการจ้องล้มรัฐบาลมีจริงหรือไม่นั้น ประชาชนทั้งประเทศรู้เห็นกันอยู่ แม้แต่ผลสำรวจจากเอแบคโพลล์ตัวอย่างเกิน 2 ใน 3 หรือร้อยละ 67.9 ยังคิดว่ามีกลุ่มจ้องล้มรัฐบาล
ทั้งนี้ กรณีที่นายชวนนท์ยืนยันว่าไม่มีใครอยากล้มรัฐบาลชุดนี้นั้น คงจะเครียดจัดเลยเผลอพูด เพราะคนไทยจำได้ว่าพรรคไหนที่ประกาศจะเป่านกหวีด จะสู้ทั้งในสภาฯ นอกสภาฯ เพื่อล้มรัฐบาลในหลายเวที ตนขอฝากให้คนของพรรคประชาธิปัตย์ใช้ความสามารถให้เหมาะสมกับศักยภาพทางด้านการพูด อย่าดีแต่พูด รออีก 2 ปีก็จะได้แข่งกันหาเสียงเสนอนโยบายให้กับพี่น้องประชาชน ขณะนี้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องตรวจสอบการทำงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันค้าน ยื่นฟ้องศาลรัฐธรรมนูญอย่างนี้ กระทั่งพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ก็ยังยื่น ถ้ายังทำตัวแบบนี้ต่อไปเห็นทีจะต้องเป็นฝ่ายค้านไม่ใช่เฉพาะชาตินี้ แต่คงจะเป็นไปยันชาติหน้า
'พท.' เย้ย 'ปชป.' แจงมลทินในอดีต ก่อนเปิดตัวไทยเข้มแข็ง2020 จะดีกว่า
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เปิดตัวไทยเข้มแข็ง 2020 ว่า ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ได้เห็นพรรคประชาธิปัตย์พูดถึงแนวทางที่จะนำไปสู่การพัฒนาประเทศ หลังจากหลงทิศหลงทางเปิดเวทีใส่ความเท็จโจมตีรัฐบาล 60 กว่าเวที หวังว่าต่อไปพรรคประชาธิปัตย์จะยึดแนวทางนี้แม้ว่าจะไม่ใช่นโยบายที่คิดขึ้นมาเองก็ตาม
ทั้งนี้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกตั้งฉายาว่าใครเข้มแข็ง เพราะมีเรื่องการทุจริตเต็มไปหมด เช่น กระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรี 2 คนต้องลาออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองตามทีมที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีที่ลาออกไปก่อนหน้านั้น หรือกระทรวงศึกษาธิการ ก็เป็นข่าวฉาวโฉ่มาแล้วหลายคดี ยังไม่รวมเรื่องของความไม่คุ้มค่าในการลงทุนโครงการต่างๆ
เพราะฉะนั้นแผนแม่แบบพัฒนาประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ที่บอกว่าจัดทำครบวงจรทั้งด้านการศึกษา สาธารณสุข และคมนาคมนั้น จึงเป็นแค่ราคาคุย เพราะที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์แสดงให้ประชาชนได้เห็นแล้วว่า คิดได้ พูดได้ แต่ทำไม่เคยได้ ควรเปลี่ยนคอนเซ็ปท์ที่คุยโม้เป็นการชี้แจงมลทินไทยเข้มแข็งยุคที่แล้วก่อนที่จะไปสู่อนาคตในปี 2020 จะดีกว่า
'หมวดเจี๊ยบ' เผย 'วราเทพ' สั่งทีมโฆษกกระทรวงรับฟังเสียงสะท้อนแถลงผลงานรัฐบาล
วันเดียวกัน ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ ได้เรียกประชุมคณะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และโฆษกกระทรวงทุกกระทรวง เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลในช่วงครึ่งหลังของรัฐบาล ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้การประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรัฐเป็นไปอย่างมียุทธศาสตร์และทำงานร่วมกันอย่างเป็นบูรณาการ
ทั้งนี้ นายวราเทพ ระบุว่าหลังจากนี้ จะมีการจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการของทีมโฆษกรัฐบาลและทีมโฆษกกระทรวง เพื่อให้การทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมอบหมายให้น.ส ศันสนีย์ นาคพงศ์ ที่ปรึกษารมว.คลัง ซึ่งเคยมีประสบการณ์ด้านสื่อสารมวลชน เป็นผู้ให้คำปรึกษาในการออกแบบยุทธศาสตร์และกลไกในการทำงานประชาสัมพันธ์เชิงรุกของรัฐบาล โดยให้คณะโฆษกรัฐบาล คอยประสานงาน
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวอีกว่า ในส่วนของภารกิจเร่งด่วนเฉพาะหน้า นายวราเทพได้กำชับให้โฆษกกระทรวงทุกกระทรวงติดตามฟังเสียงสะท้อนการแถลงผลงานของรัฐบาล 1 ปี ต่อสภาผู้แทนราษฎรอย่างใกล้ชิด ถ้าพบว่ามีประเด็นที่หน่วยงานนั้นๆถูกพาดพิง และเวลาในการชี้แจงของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอาจจะน้อยเกินไป ทำให้ชี้แจงไม่เพียงพอ หรือถ้าหลังการแถลงผลงานฯมีประเด็นที่ถูกโจมตีเพิ่มเติม ก็ขอให้คณะโฆษกกระทรวงรวบรวมประเด็นที่ยังตกค้างและแจ้งให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรับทราบ รวมทั้งช่วยชี้แจงต่อสื่อมวลชนด้วย



