
'เคนยา'ใกล้ยุติวิกฤติตัวประกันได้แล้ว!
'เคนยา' ใกล้ยุติวิกฤติตัวประกันที่ห้างสรรพสินค้าหรู ขณะที่ 'สหรัฐ' กำลังตรวจสอบว่ามีชาวอเมริกันอยู่ในกลุ่มคนร้ายหรือไม่
23 ก.ย. 56 ทางการเคนยา ใกล้จะยุติการบุกยึดศูนย์การค้าหรูในกรุงไนโรบีที่ล่วงเข้าสู่วันที่ 3 ได้แล้ว หลังจากคนร้ายซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธชื่อ โซมาลี อัล ชาบั๊บ สังหารผู้บริสุทธิ์ไป 68 คน บาดเจ็บ 175 คน และเชื่อว่า ยังมีตัวประกันหลงเหลืออยู่ประมาณ 10 คน
กองทัพเคนยา ได้ประกาศผ่านทางทวิตเตอร์ว่า ยังอยู่ระหว่างใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อให้สถานการณ์สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว ตัวประกันส่วนใหญ่ได้รับการช่วยเหลือ และกองกำลังรักษาความมั่นคงได้เข้ายึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของตัวอาคารไว้แล้ว // ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ทวีตข้อความว่าปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ของกองกำลังรักษาความมั่นคงกำลังดำเนินอยู่ หลังจากกลุ่มติดอาวุธ อัล ชาบั๊บ ที่เชื่อว่า มีจำนวนระหว่าง 10-15 คน บุกเข้าไปในศูนย์การค้า สาดกระสุนใส่ผู้คนจนเกิดความโกลาหล
สำนักข่าว CNN รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า รายชื่อที่ปรากฏในทวิตเตอร์ ที่ตอนนี้ถูกระงับไปแล้ว เป็นชื่อของผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นคนร้าย ซึ่งมาจากสหรัฐ 3 คน , โซมาเลีย 2 คน และอีก 3 คน มาจากแคนาดา ฟินแลนด์ และสหราชอาณาจักร ทางสำนักงานสืบสวนสอบสวนกลางของสหรัฐ หรือ FBI กำลังตรวจสอบข้ออ้างที่ว่า มีพลเมืองอเมริกันรวมอยู่ในกลุ่มคนร้ายด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน และในขณะที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีชาวอเมริกันอยู่ในกลุ่มคนร้ายหรือไม่นั้น ก็มีเจ้าหน้าที่สหรัฐหลายคน ออกมาบอกว่า มั่นใจว่ามีชาวอเมริกันรวมอยู่ด้วย
ประธานาธิบดีอูฮูรู เคนยัตตา ของเคนยา ประกาศว่า จะเอาตัวผู้รับผิดชอบมาให้ได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทบต่อตัวเขาเองอย่างจัง เมื่อญาติของคู่หมั้นของเขา ก็เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตด้วย
เสียงปืนที่ดังอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงกลางวันของวันอาทิตย์ และเสียงระเบิดอย่างน้อย 1 ครั้งได้สงบลงแล้ว โดยที่ทหารวางกำลังอย่างระมัดระวังที่ด้านนอกศูนย์การค้า ประทับปืนไว้บนบ่าและมีเฮลิคอปเตอร์เข้าไปในพื้นที่ ประธานาธิบดีเคนยัตตา และเจ้าหน้าที่ทางการคนอื่นๆ ได้ไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์ เขากล่าวด้วยว่า ไม่ควรมีคนเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น หรือโดยเปล่าประโยชน์ ไม่ควรมีครอบครัวใดได้รับข่าวร้ายว่า คนที่เป็นที่รักของพวกเขาถูกฆ่าโดยพวกอาชญากรที่ขี้ขลาด // การบุกยึดศูนย์การค้า นับเป็นเหตุวินาศกรรมที่นองเลือดที่สุดของเคนยา นับตั้งแต่กลุ่มก่อการร้ายอัล ไกดา ระเบิดสถานทูตสหรัฐ เมื่อปี 2541 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 213 คน
กลุ่มอัล ชาบั๊บ เป็นตัวแทนอัล ไกดา ในโซมาเลีย และได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ว่า " มุสลิมทุกคน ได้รับการพาออกจากศูนย์การค้า ก่อนการโจมตีจะเริ่มขึ้น "
นับตั้งแต่เคนยา ใช้ปฏิบัติการโจมตีกลุ่มอัล ชาบั๊บ ในโซมาเลีย เมื่อปี 2554 กลุ่มนี้่ก็ได้ตอบโต้ด้วยเหตุรุนแรง ทั้งขว้างระเบิดใส่โบสถ์ ป้ายรถเมล์และสถานที่สาธารณะอื่นๆ ในเคนยา เมื่อปีที่แล้วกองทัพเคนยา มีบทบาทในการกวาดล้างกลุ่มอัล ชาบั๊บ ด้วยการเข้าร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพ เพื่อปลดปล่อยท่าเรือคริสมาโย่ของโซมาเลีย
เหตการณ์โจมตีศูนย์การค้าเมื่อวันเสาร์ คนร้ายพุ่งเป้าไปที่จุดนับพบยอดนิยมในช่วงสุดสัปดาห์ ที่มีทั้งชาวเคนยาและชาวต่างชาติ ไปรวมตัวกันเพื่อดื่มสังสรรค์ ชมภาพยนตร์ หรือรับประทานอาหารตามร้านค้าที่มีมากกว่า 80 แห่ง
การส่งข้อความผ่านโซเชียล มีเดีย ทำให้ตำรวจเคนยาถูกตำหนิ โดยมีบางคนบอกว่า ถ้าชอบเล่นเฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ ก็ควรเอาไว้พูดคุยเรื่องฟุตบอลหรือดนตรีที่ชอบ แต่ไม่ควรใช้แจ้งข่าวสารต่อสาธารณชนเกี่ยวกับปฏิบัติการด้านความมั่นคง
CNN รายงานว่า หลังเกิดเหตุ มีประชาชนอย่างน้อย 1 พันคน หนีออกจากศูนย์การค้า แต่มีคนถูกจับเป็นตัวประกันราว 30 คน แต่หลังจากนั้น ถูกระบุว่า ไม่น่าจะเกิน 10 คน ตัวประกันคนหนึ่งที่ได้รับการปล่อยตัว บอกว่า พวกเขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ชั้นใต้ดิน // ประธานาธิบดีเคนยัตตา บอกว่ามีหลายชาติเสนอให้ความช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ ยังคงเป็นปฏิบัติการของหน่วยงานด้านความมั่นคงของเคนยา
ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า มีซามันธ่า ลิวธ์เว้ท เจ้าของฉายา " แม่ม่ายขาว " อยู่ในกลุ่มคนร้ายด้วย แต่เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง ระบุว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและไม่อาจปฏิเสธได้ แต่นักวิเคราะห์ด้านการก่อการร้ายของ CNN บอกว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ และไม่ใช้เรื่องปกติที่ผู้หญิงจะเข้ามามีส่วนร่วมด้วย ธรรมชาติของกลุ่มก่อการร้ายมักจะให้ผู้หญิงอยู่แต่ในบ้านและปกปิดร่างกายให้มิดชิด
ลิวธ์เว้ท เป็นชาวอังกฤษ สามีของเธอคือ เจอร์เมน ลินด์ซีย์ เป็นหนึ่งในมือระเบิดพลีชีพที่ก่อเหตุใช้ระเบิดโจมตีระบบขนส่งมวลชนของอังกฤษ เมื่อปี 2548 และเธอถูกระบุว่า เป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้กลุ่มอัล ชาบั๊บ และอัล ไกดา
'ผู้รอดชีวิต' เผยคนร้ายยิงทุกคนที่ไม่ใช่มุสลิม ไม่เว้นแม้แต่เด็กกับคนแก่
ผู้รอดชีวิตจากวิกฤติตัวประกันที่ศูนย์การค้าเวสต์เกท ในเคนยา เปิดเผยว่า ถ้าถูกกลุ่มมือปืนอัล ชาบั๊บ ซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายจากโซมาเลีย พบตัว ก็คงถูกฆ่าทิ้งอย่างแน่นอน เพราะเป็นคนผิวขาว เพราะพวกเขาจ้องสังหารแต่คนที่ไม่ใช่มุสลิม ด้วยการถามพระนามของพระมารดาของพระศาสดามูฮัมหมัด
ผู้รอดชีวิตหลายคน บอกว่า พวกเขาเห็นนักช็อปหลายคนถูกฆ่าอย่างเลือดเย็น หลังจากถูกแยกไปยืนเรียงแถวรวมกับคนที่ไม่ใช่มุสลิม ก่อนจะถูกยิงทิ้งเพราะท่องพระคัมภีร์อัล กุรอ่าน ไม่ได้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 68 คน รวมทั้งชาวอังกฤษ 3 คน ซึ่งต่อมา กลุ่ม อัล ชาบั๊บ ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผู้รอดชีวิตบางคน ขังตัวเองอยู่ในห้องเก็บของ อีกหลายคนเข้าไปแอบในกล่องหรือไม่ก็แกล้งตาย ซึ่งทั้งหมดสามารถเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่อยู่รอบตัวพวกเขา ที่มีทั้งเสียงระเบิดมือ และเสียงปืน แต่ก็ต้องทนเห็นนักช็อปคนอื่น ถูกฆ่าอย่างไร้ความปรานี ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ล้วนถูกยิงด้วยปืนเอเค-47
นักจัดรายการวิทยุคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งใน 1,000 คน ที่หนีออกมาจากศูนย์การค้าได้ บอกว่า เธอเห็นคนที่พูดภาษาอารบิคได้รับการปล่อยตัว ขณะที่คนแก่และเด็กจำนวนมากถูกยิงทิ้งเพราะผิวของพวกเขา นอกจากนี้ มือปืนยังกราดยิงไม่เลือกหน้าเข้าใส่คนที่พยายามหลบหนี
เจ้าหน้าที่ทางการเคนยา ระบุว่า สงสัยว่า ซาแมนธ่า ลิวธ์เว้ท เจ้าของฉายา " แม่ม่ายขาว " ที่เกี่ยวข้องกับเหตุวินาศกรรมโจมตีระบบขนส่งมวลชนในกรุงลอนดอน หรือ เซเว่น/เซเซ่น จะเกี่ยวข้องกับวิกฤติที่เกิดขึ้่น ซึ่งทำให้นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ต้องรีบเดินทางกลับจากบัลมอรัล เพื่อเป็นประธานการประชุมวาระพิเศษ " COBRA "
กลุ่ม อัล ชาบั๊บ ได้โพสต์ชื่อผู้ที่ร่วมปฏิบัติการ 15 คน ทางออนไลน์ และระบุว่า มีอยู่ 2 คน เป็นชาวอังกฤษที่มาจากลอนดอนด้วย คือ ลิบัน อดัม กับ อาห์เหม็ด นาซีร์ ชีร์ดูน โฆษกของกลุ่มได้เปิดเผยต่อสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ของอังกฤษว่า ชาวตะวันตกจะไม่ปลอดภัยในเคนยา จนกว่าจะถอนทหารออกจากโซมาเลีย
-----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



