
'น้ำท่วม'อ่วมหลายจว.พระ'มจร'รุดช่วยโยม
เจ้าพระยายังสูงขึ้นท่วมเข้าวัดริมแม่น้ำขนของหนีทั้งคืน ส่วนกรมศิลปากรระดมป้องกันโบราณสถาน ด้านสระแก้วน้ำป่าปางสีดาไหลท่วมสระแก้ว ประกาศ อ.โคกสูง เขตภัยพิบัติ
วันที่ 23 ก.ย.56 เมื่อเวลา 10.00 น. ระดับน้ำใน อ.บางบาล เสนา และผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา แม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นเฉลี่ย 10-15 ซม. โดยยังพบว่าวัดที่อยู่ริมแม่น้ำหลายวัดยังคงถูกน้ำท่วมอย่างหนัก โดยที่วัดอัมพวา ม. 1 ต.บางหัก อ.บางบาล น้ำได้ทะลักเข้าไปทั่วบริเวณ โดยมีความสูงจากพื้น 1 เมตร น้ำท่วมเข้าไปภายในพระอุโบสถ พระซึ่งอยู่ภายในวัด 7 รูป ต้องลุยน้ำช่วยกันเก็บสิ่งของ เช่นพระพุทธรูปบูชา โต๊ะหมู่ พรม และเครื่องบูชาต่างๆ นอกจากนี้ยังต้องเดินลุยน้ำช่วยกันเก็บสิ่งของที่อยู่นอกวัดด้วย เช่นรถสำหรับใช้ในพิธีฌาปนกิจศพ ซึ่งจมน้ำทั้งคัน พระปรีชา กิตติปาโร อายุ 60 ปี พระลูกวัดเปิดเผยว่าวัดอัมพวาเป็นวัดริมแม่น้ำ และมีคันดินล้อมรอบแต่ไม่เคยป้องกันได้ น้ำพังเข้ามาเมื่อค่ำวันที่ 21 ก.ย. พระต้องช่วยกันขนของ ตอนนี้ประสบปัญหาเรื่องเรือที่ใช้บิณฑบาต เนื่องจากเรือที่ใช้อยู่เป็นเรือใหญ่ ส่วนเรือเล็กก็เล็กจนนั่งกันหลายรูปไม่ได้ สิ่งที่ตามมาคืออาหาร ซึ่งยังคงต้องการความช่วยเหลือจากภายนอก
ส่วนการป้องกันวัดธรรมาราม ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงเหนือพื้นนอกบังเกอร์ประมาณ 30 ซม. โดยเมื่อคืนวันที่ 22 ก.ย.น้ำได้ซึมเข้าทางฐานล่างของบังเกอร์ ทำให้ต้องระดมกำลังป้องกันจุดที่น้ำซึมกันตลอดคืน เช้าวันเดียวกันนี้กรมศิลปากรระดมกำลังกันป้องกันน้ำที่ซึมได้สำเร็จแล้ว โดยมีการสูบน้ำออกจากฐานล่างของบังเกอร์ที่น้ำซึมและมีการนำกระสอบทรายถมในจุดที่น้ำซึมเอาไว้ได้แล้วทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะสามารถป้องกันได้อย่างแน่นอน
ชัยนาท - น้ำจาก 2 ตำบลทะลักเข้าพื้นที่เนินขาม บางโซนสูง 2 เมตร
นายวิฑูรย์ สิรินุกุล นายอำเภอเนินขาม จ.ชัยนาท เปิดเผยว่า ภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นใน อ.เนินขาม ครอบคลุม 3 ตำบล ได้แก่ ต.กะบกเตี้ย ต.สุขเดือนห้า และ ต.เนินขาม โดยที่ ต.กะบกเตี้ย ซึ่งเป็นพื้นที่แรกที่รับน้ำ ขณะนี้ลดลงแล้ว และน้ำได้ไหลต่อไปที่ ต.สุขเดือนห้าจนถึงต.เนินขาม ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และที่ ต.เนินขาม พบว่าน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยบางพื้นที่สูงสุด 2 เมตร งผลให้ถนนในหมู่บ้านขาดหลายสายจากกระแสน้ำที่ไหลแรง ซึ่งมีน้ำที่เข้ามาในพื้นที่จาก 2 ส่วน คือน้ำจากเขา และน้ำจากลำห้วย ทำให้ขณะนี้การเดินทางสัญจรจากภายในหมู่บ้านลำบากมาก โรงเรียนอนุบาลเนินขาม และวัดเนินขาม รวมทั้งบ้านเรือนถูกน้ำท่วมสูง 0.5-1 เมตร เบื้องต้นได้รับรายว่าในต.เนินขาม มี11 หมู่บ้าน หรือ 1,800 ครัวเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อดร้อน ส่วนพื้นที่การเกษตร ทั้งนาข้าว ไร่อ้อย และมันสำปะหลัง เสียหายกว่า 3,000 ไร่
ปทุมธานี - น้ำท่วมโรงพักปากคลองรังสิต ตร.เร่งกั้นน้ำตั้งเครื่องสูบออก
ที่สถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต อ.เมือง จ.ปทุมธานี น้ำได้เข้าท่วมโรงพักสูงกว่า 20 ซม. ทางด้าน พ.ต.อ.ธนกฤต อ่อนละออ ผกก.ได้กล่าวว่าน้ำเข้ามาในโรงพักเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 20 ก.ย.ผ่านมา และตอนนี้ได้นำกระสอบทรายมาวางอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการและทำกำแพงสูงประมาณ 30 ซม.ที่หน้าห้องรับแจ้งเหตุและมีแผนนำเครื่องสูบน้ำมาดูดน้ำออกหากน้ำสูงมากกว่านี้เวลานี้ยังรับมือได้ส่วนรถ จักรยานยนต์ที่เป็นของกลางก็จะนำออกมาไว้ในที่ปลอดภัยด้วย และนำอิฐบล็อกมากั้นน้ำไม่ให้เข้าห้องสอบสวน
ส่วนโรงพักปากคลองรังสิตแห่ง เมื่อต้นปีทางบริษัท อิตาเลียนไทยได้สร้างเขื่อนกั้นน้ำริมคลองรังสิต ทำให้ทางโรงพักคิดว่าจะป้องกันน้ำได้แต่ปรากฏว่าเขื่อนนั้นน้ำเข้าได้ตลอดเส้นทางที่เขื่อนสร้างไว้กันได้แค่ผักตบชวาหรือขยะลอยเข้ามาด้านในได้เท่านั้น ซึ่งทางเทศบาลบ้านใหม่ก็จะตั้งเรียงกระสอบทรายกันน้ำเหมือนเดิม
พิจิตร-น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ หลากท่วมอ.วังทรายพูน-ทับคล้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ได้ไหลลงมาท่วมพื้นที่จังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอวังทรายพูนและทับคล้อ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับเทือกเขาเพชรบูรณ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเกือบ 100 นาย แยกย้ายกันเร่งให้ความช่วยเหลือชาวบ้านทรัพย์สินมีค่า รวมถึงพันธุ์ข้าวปลูกของชาวนาในตำบลเขาทรายและเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ ออกมาไว้ในที่ปลอดภัย หลังน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์หลากเข้าท่วมหลายหมู่บ้านของอำเภอทับคล้อ โดยเฉพาะที่บ้านวังแดง ตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร
ทั้งนี้ น้ำได้เอ่อท่วมถนนสายหลัก หมายเลข 11 เส้นทางขึ้นเหนือ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 62 หน้าที่ทำการสายตรวจตำบลเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ ระยะทางยาวกว่า 500 เมตร และบริเวณ หลักกิโลเมตรที่ 72 หน้าวัดวังแดง ตำบลเขาทราย อำเภอทับคล้อ ระยะทางยาวกว่า 500 กิโลเมตรเช่นกัน แม้ว่าระดับน้ำในขณะนี้จะยังสูงเพียง 10 กว่าเซนติเมตร แต่น้ำก็ไหลแรงแรง เจ้าหน้าที่ต้องคอยแจ้งให้รถเล็กลดความเร็ว พร้อมแจ้งประกาศเตือนให้รถขนาดเล็ก อย่างรถเก๋ง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น
ส่วนสถานการณ์น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ และน้ำป่าจากเทือกเขาวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ได้ไหลลงมาเข้าท่วมในพื้นที่ อำเภอวังทรายพูน และอำเภอเมืองพิจิตร ทำให้น้ำได้ไหลมาตามลำคลองสาขา จนล้นไหลเข้าท่วมโรงเรียนบ้านสายคำโห้ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร อาคารเรียนถูกน้ำท่วม จำนวน 4 ห้อง ห้องสมุด และห้องน้ำของนักเรียนถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้การได้ โดยนักเรียนและครู โรงเรียนบ้านสายคำโห้ หมู่ 1 ตำบลสายคำโห้ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ต้องช่วยกันขนตำราเรียนที่อยู่ภายในห้องสมุดไปไว้ในที่สูงหลังจาก
อย่างไรก็ตาม น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ หลากเข้าท่วมห้องเรียน อนุบาล 1 ห้องเรียนชั้น ป.1 และ ป.2 รวมถึงห้องสมุดของโรงเรียน ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ทำให้ ทั้ง 4 ห้องเรียนไม่สามารถใช้เปิดการเรียนการสอนได้ นอกจากนั้นยังต้องใช้เก้าอี้และโต๊ะรองชั้นวางหนังสือและสิ่งของมีค่าอื่นๆให้พ้นจากน้ำที่ยังเพิ่มขึ้นทุกขณะ
ด้านนายดิเรก ทับอินทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสายคำโห้ กล่าวว่า น้ำที่ไหลเข้ามาในปีนี้ ต่างจากปีที่ผ่านมที่เข้าท่วมด้านหลังโรงเรียน แต่ในปีนี้น้ำป่าไหลท่วมด้านหน้า จึงส่งผลทำให้ทำท่วม พื้นที่โรงเรียน รวมไปถึง ห้องเรียนและสิ่งของเสียหายและต้องสั่งปิดโรงเรียน ระยะเวลา 3 วัน
ขณะที่พื้นที่เขตการศึกษาพิจิตร เขต 1 และเขต 2 ได้สั่งปิดทำการเรียนการสอนแล้ว 2 แห่ง คือ โรงเรียนสายคำโห้ อำเภอเมืองพิจิตร และโรงเรียนบ้านวังแดง อำเภอทับคล้อ และอยู่ระหว่างการออกสำรวจของเจ้าหน้าที่
สุพรรณบุรี - เร่งให้ความช่วยเหลือผู้รับผลกระทบน้ำท่วม
นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในแม่น้ำท่าจีน ที่ท้ายประตูโพธิ์พระยาอยู่ที่ระดับ 6.12 เมตร หรือบวกขึ้นไปจากเดิม 11 เซ็นติเมตร จากเมื่อวันที่ 22 ก.ย. โดยมีปัจจัยมาจากน้ำป่าและน้ำในทุ่งตอนบนไหลลงสู่แม่น้ำ ขณะนี้น้ำได้ไหลเข้าสู่ทุ่งตอนล่าง(ทุ่งบางปลาม้า)
ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ส่วนประชาชนที่อยู่ในเขต อ.เมือง อ.บางปลาม้า และ อ.สองพี่น้อง ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำท่าจีน ทางหน่วยงานเร่งเข้าไปช่วยเหลือ มอบเครื่องอุปโภคบริโภคเบื้องต้นแล้ว และยังได้ประสานหน่วยงานท้องถิ่น ให้เร่งสำรวจผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ที่อยู่ริมน้ำท่าจีนซึ่งกำลังได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยเหลือ
นายประพันธ์ บุญคุ้ม นายอำเภอบางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจพื้นที่เพาะปลูกและบ้านเรือนที่เกิดอุทกภัยในพื้นที่บางปลาม้าเพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือ
สระแก้ว - น้ำป่าปางสีดาไหลท่วมสระแก้ว ประกาศ อ.โคกสูง เขตภัยพิบัติ
ที่บนถนนสุวรรณศร สายสระแก้ว-กทม. บริเวณหน้าบริษัทมาสด้า สระแก้ว ข้างที่ทำการขนส่งจังหวัดสระแก้ว ได้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาอุทยานแห่งชาติปางสีดา ได้ไหลมาบรรจบกับน้ำป่าที่ไหลมาจากเขตรอยต่อ 5 จังหวัดผ่านมาทาง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ได้ไหลบ่าเข้าท่วมถนนสุวรรณศร ซึ่งเป็นถนน 4 เลน และเป็นถนนสายหลักบนทางหลวงหมายเลข 33 บริเวณหลัก กม.ที่ 245-246 เขต ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สระแก้ว ระดับน้ำท่วมบนผิวถนนสูงประมาณ 30-50 ซม.เป็นระยะทางยาวประมาณ 50 เมตร รถเล็กวิ่งไม่ได้ ทำให้รถเก๋งและรถเล็กที่วิ่งมาจาก กทม.จะมาเที่ยวตลาดโรงเกลือ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงสระแก้ว ร่วมกับ ตร.สภ.เมืองสระแก้ว และ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสระแก้ว ซึ่งระดมกำลังมาช่วยเหลือและอำนวยความสะดวก ต้องแนะนำให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองแทน ทำให้รถติดกันยาวเหยียด กว่า เจ้าหน้าที่จะสามารถระบายรถออกไปได้ใช้เวลากว่า 1 ชม.
และนอกจากน้ำป่าไหลทะลักท่วมถนนสุวรรณศร แล้ว น้ำป่าจากเทือกเขาเขตรอยต่อ 5 จังหวัดที่ไหลผ่านมาทาง อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว ได้ไหลพัดเข้าใส่สะพานคลองลำพุก ม.3 ต.สระขวัญ อ.เมือง จ.สระแก้วซึ่งเป็นสะพานเชื่อมต่อถนนสายบ้านลัดกะสัง ม.8กับบ้านแก่งสีเสียด ม.3 ต.สระขวัญฯทำให้คอสะพานขาดกว้างกว่า 3 เมตร รถไม่สามารถวิ่งผ่านไป-มาได้ ทำให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทล.สระแก้ว,ตร.สภ.เมืองสระแก้วและ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสระแก้ว เร่งแจ้งประชาชนทั้ง 2 หมู่บ้านให้ไปใช้เส้นทางอื่นแทน ซึ่งนายทะนงศักดิ์ ชาวเวียง ผู้ใหญ่บ้าน ม.8 บ้านลัดกะสัง ต.สระขวัญฯเผยว่ากระแสน้ำป่าได้ไหลพัดสะพานคลองลำพุกจนคอสะพานขาดทำให้ชาวบ้านซึ่งอยู่ด้านในประมาณ 3 หมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนต้องใช้ทางเลี่ยงทางอื่น อีกทั้งยังต้องประสบกับน้ำท่วมขังในหมู่บ้านแต่ยังไม่สูงมากนักสูงประมาณ 20-30 ซม.เท่านั้นโดยยังไม่มีความช่วยเหลือเข้าไปในหมู่บ้าน
ส่วนเหตุการณ์น้ำป่าจากเทือกเขาอุทยานแห่งชาติปางสีดา ได้ไหลบ่าเข้าท่วม 4 หมู่บ้านชายแดน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว และพัดสะพานหนองแวง จนคอสะพานขาด และ จนท.ได้นำสะพานแบรริ่ง(สะพานเหล็ก)มาวางพาดคอสะพานจนสามารถให้รถสัญจรผ่านไป-มาได้แล้วนั้น ความคืบหน้านายวุฒิดนัย สวัสดินฤนาท นายอำเภอโคกสูง จ.สระแก้ว เผยว่าเช้าวันนี้ที่ 23 ก.ย. 56 สถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอโคกสูง ขณะนี้ถือว่าได้ลดระดับลงแล้ว แต่ยังคงมีหมู่บ้านที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ระดับน้ำประมาณ 30 ซม. คือหมู่ที่ 1 ,หมู่ที่ 3 และ หมู่ที่ 4 ต.โนนหมากมุ่นฯและหมู่ที่ 2 บ้านดอนไร่ฝ้าย ต.โคกสูงฯ ซึ่งทางจังหวัดสระแก้วและอำเภอโคกสูง ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือแล้วนอกจากนี้นายอำเภอโคกสูง ยังเผยอีกว่าอำเภอโคกสูง ได้ประกาศทั้งอำเภอเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว เนื่องจากน้ำป่าที่ไหลบ่าเข้าพื้นที่อำเภอโคกสูง ได้สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตรจำนวนมากโดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรเบื้องต้นมีนาข้าวที่ได้รับความเสียหายจำนวน 4239 ไร่,ไร่มันสัมปะหลังเสียหาย 6530 ไร่ รวมพื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 10769 ไร่ รวม 14 หมู่บ้าน กว่า 900 หลังคาเรือน
อุบลราชธานี-น้ำลำโดมใหญ่ไหลท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ 2 หมู่บ้านติดเกาะ
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่ อ.เดชอุดม ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงทำให้รถยนต์สามารถวิ่งผ่านสาย 2182 ได้แล้ว แต่ยังมีน้ำท่วมขังบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร และระดับน้ำที่ล้นตลิ่งจากลำน้ำลำโดมใหญ่ ยังส่งผลกระทบถึงพื้นที่ท้ายน้ำใน อ.นาเยียและอ.พิบูลมังสาหารมีพื้นที่ถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะสองหมู่บ้านในตำบลแก้งเรือง คือ บ้านหนองกระบือ และบ้านแก้งยางประชาชนกว่า 290 หลังคา และตำบลไร่ใต้ ของอ.พิบูลมังสาหารบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมขังต้องอพยพไปอยู่ที่ศาลากลางบ้านที่น้ำยังท่วมไม่ถึง ส่วนบ้านสองชั้นหรือยกใต้ถุนสูงมีน้ำท่วมด้านล่างทั้งหมด แต่เจ้าของบ้านยังไม่ยอมอพยพออกมา เพราะเป็นห่วงทรัพย์สิน ซึ่งอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อบต.นาเรือง นำเรือท้องแบนลอยลำคอยช่วยเหลือชาวบ้านที่ต้องการอพยพตลอดเวลาแล้ว
สำหรับการช่วยเหลือวันนี้ หน่วยบรรเทาทุกข์องค์การบริหารส่วนจังหวัดและกาชาดจังหวัด นำถุงยังชีพจำนวน 600 ชุด และน้ำดื่มสะอาดมอบให้กับชาวบ้านที่ประสบภัยทั้ง 2 หมู่บ้านเป็นการด่วนแล้ว
ด้านนายคำรบ เครือณรงค์ นายอำเภอนาเยียกล่าวว่า พื้นที่ของอำเภอถูกน้ำท่วมรวม 3 ตำบล 35 หมู่บ้าน ประชาชนประสบภัยกว่า 1,800 ครอบครัว พื้นที่เกษตรกรรมทั้งสวนยางพาราและนาข้าวถูกน้ำท่วมกว่า 5,000 ไร่ โดยพื้นที่ประสบภัยส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใกล้ลำน้ำโดมใหญ่ที่ล้นตลิ่ง และมีระดับน้ำไหลท่วมสูงตั้งแต่ 3-5 เมตร โดยตำบลที่ประสบภัยหนักที่สุดคือตำบลนาเรือง เพราะตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มของลำน้ำโดมใหญ่
"มจร"มอบสิ่งของช่วยศรีสะเกษน้ำท่วม
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ผู้อำนวยการสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย"มจร" พร้อมทั้งคณะทีมงาน ได้เดินทางไปยังบ้านท่าคอยนาง ต.สวาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อมอบถุงยังชีพแก่ชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วมในช่วงเช้า ตามที่ได้รับถวายปัจจัยจากนิสิตหลักสูตรปริญญาโท สาขาสันติศึกษา นักศึกษา ปปร. รุ่น 15 และญาติโยมรวมกว่า 4 หมื่นบาท และช่วงบ่ายตัวแทนชาวบ้านได้นำพระมหาหรรษาล่องเรือดูความเสียหายด้านการเกษตร
อุทัยธานีน้ำทะลักท่วมโคกหม้อ3หมู่บ้าน
ประชาชนชาวตำบลโคกหม้อ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี จำนวน 3 หมู่บ้าน คือ หมู่ 1,2,3 ต้องขนย้ายสิ่งของ และสัตว์เลี้ยง ไปไว้ขึ้นที่สูง หรือบริเวณบนถนนทางเข้าหมู่บ้าน หลังจากที่ถูกน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จ.นครสวรรค์ ที่หลากตามแม่น้ำตากแดด เอ่อเข้าท่วมสูงกว่า 1.5 เมตร เฉพาะเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมาระดับน้ำสูงขึ้น 50 เซนติเมตร ทำให้บ้านเรือนประชาชน 250 หลังคาเรือน และพื้นที่นาข้าวช่วงใกล้เก็บเกี่ยวกว่า 3,000 ไร่ ถูกน้ำท่วมสูง นอกจากนี้ถนนทางหลวงท้องถิ่นและถนนในหมู่บ้าน ตลอดจนสะพานข้ามแม่น้ำตากแดด ก็ถูกน้ำท่วมแล้ว
เจ้าพระยาเอ่อท่วม 300 หลังคาเรือนเขต ทม.สิงห์บุรี อ่วม
ประชาชนที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยากว่า 300 หลังคาเรือน ได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้นแล้ว ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองสิงห์บุรี ชุมชนบ้านบางแคที่อาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา นอกแนวคันกันน้ำ ขณะนี้น้ำได้เริ่มไหลเข้าบริเวณชั้นล่างของบ้านแล้วจำนวนกว่า 50 หลังเรือน ประชาชนได้ทำการเก็บของไว้ที่สูง บ้านที่เป็นสองชั้นก็เก็บขึ้นไปไว้ที่บนชั้นที่สอง ส่วนประชาชนที่เป็นบ้านชั้นเดียวภายในบ้านไม่สามารถที่จะอาศัยอยู่ได้ ต้องเก็บของขึ้นมาไว้บนถนนเป็นการชั่วคราวก่อน โดยประชาชนส่วนใหญ่ที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ บอกว่าเป็นเรื่องปกติของเกือบทุกปีที่ประสบปัญหา ซึ่งทั้งหมดก็ยอมรับกับสภาพต้องเจอเนื่องจากบ้านนั้นตั้งอยู่ในเขตแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไม่มีหนทางที่จะขยับขยายไปไหนได้ จำต้องรับกับสภาพที่เกิดขึ้น
สั่งเฝ้าระวังโบราณสถานทั่วประเทศ 24 ชม.
นายเอนก สีหามาตย์ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากอิทธิพลพายุดีเปรสชั่นในขณะนี้ส่งผลให้ฝนตกอย่างหนักทั่วประเทศนั้น ตนได้สั่งการให้สำนักศิลปากร 15 แห่งทั่วประเทศ เฝ้าระวังโบราณสถานสำคัญในแต่ละจังหวัดตลอด 24 ชั่วโมงและให้รายงานสถานการณ์ทุกวันนี้ ซึ่งจากรายงานข้อมูลล่าสุดโบราณสถานใน จ.พระนครศรีอยุธยานั้นพบว่า บริเวณป้อมเพชรมีไหลเข้ามาท่วมบริเวณป้อม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำกระสอบทรายมากั้นและสูบน้ำออกแล้ว นอกจากนี้ที่วัดธรรมาราม ก็มีน้ำท่วมขังเล็กน้อยด้วย ส่วนสถานการณ์ที่วัดไชยวัฒนารามเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยเขื่อนบริเวณวัดไชยวัฒนารามยังสามารถรับปริมาณน้ำได้ 1.5 เมตร ส่วนเขื่อนด้านทิศใต้ของวัดไชยวัฒนารามนั้น ตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้สร้างเขื่อนดินกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามตอนนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมกระสอบทรายไว้ประมาณ 3 หมื่นทั้งนี้ในส่วนโบราณสถานที่จังหวัดอื่นๆ ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีน้ำท่วมและได้รับความเสีย



