
ฮาวาย..หัวใจยุทธศาสตร์เอเชียแปซิฟิกของสหรัฐ(จบ)
ฮาวาย..หัวใจยุทธศาสตร์เอเชียแปซิฟิกของสหรัฐ(จบ) : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook: ruarob.muangman
ฮาวายมีลักษณาการที่แตกต่างจากส่วนอื่นของแผ่นดินใหญ่สหรัฐอยู่มาก ที่ต่างมากที่สุดก็คือสังคมและประชากร เพราะที่นี่ไม่ใช่ดินแดนที่คนผิวขาวเป็นชนส่วนใหญ่หรืออย่างน้อยก็เป็นผู้กุมเศรษฐกิจทั้งหมดของพื้นที่ไว้ แต่ที่นี่เป็นที่ที่มิกซ์กันจริงๆ ระหว่างคนหลายเผ่าพันธุ์ ชนผิวขาวกลายเป็นคนส่วนน้อย มีการรังสรรค์วิถีชีวิตใหม่ขึ้นมาเป็นวิถีชีวิตแบบรีแล็กซ์กว่าที่อื่น ควบคู่ไปกับการพยายามทำให้วัฒนธรรมฮาวายกลายเป็นวัฒนธรรมหลักแบบที่หาที่ไหนในอเมริกาไม่ได้ที่วัฒนธรรมท้องถิ่นจะกลายเป็นวัฒนธรรมหลักของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมอินเดียนแดงหรือชนกลุ่มน้อยใด การจัดการสังคมแบบนี้ได้เป็นเรื่องใหญ่และต้องทำอย่างรอบคอบ ไม่เช่นนั้นฮาวายก็จะกลายเป็นดินแดนล้าหลังและเป็นภาระของแผ่นดินใหญ่
ชาวฮาวายเป็นกลุ่มคนที่รักสงบและไม่ก่อปัญหาให้แก่ชาวผิวขาวซึ่งผนวกฮาวายเมื่อปี 2441 นี่อาจเป็นนิสัยหนึ่งของคนโพลีนีเซียน หรือเพราะการที่ฮาวายปลอดสงครามกับต่างชาติมาเป็นเวลานานนับตั้งแต่ยุคกษัตริย์คาเมฮาเมฮารวมชาติได้ในปี 2353 แต่ส่วนสำคัญที่ทำให้ชาวฮาวายมีนิสัยรักสันติก็คือ การที่สหรัฐนำหลักประชากรศาสตร์มาใช้อย่างได้ผล เช่น ในระดับบน ชาวสหรัฐได้เข้าเกาะกุมธุรกิจและผืนดินของฮาวายผ่านทางการแต่งงานกับชนชั้นสูงและการลงทุนโปรเจกท์ใหญ่ ทำให้ทุกอย่างในช่วงร้อยปีก่อนตกอยู่ในมือของฝรั่ง ชาวฮาวายไม่มีกำลังและความสามารถจะชิงแผ่นดินคืนได้เลย ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ไร่กาแฟ ไร่อ้อย ล้วนตกอยู่ในมือฝรั่งทั้งนั้น แม้แต่การส่งเสริมวัฒนธรรมพื้นเมือง ฝรั่งก็ต้องเป็นผู้อุปถัมภ์
การทำไร่ขนาดใหญ่เชิงอุตสาหกรรมที่นี่ก็เหมือนกับไร่ในยุคอาณานิคมของอังกฤษ ที่ต้องนำเข้าแรงงานมหาศาลจากต่างแดน นำคนที่ไม่ใช่ชาวพื้นเมืองเข้ามาอาศัยร่วมกับชาวพื้นเมืองอย่างตลอดกาล ชาวญี่ปุ่นเป็นพวกที่เข้ามาตั้งแต่ปี 2411 ไต่เต้าจากแรงงานกึ่งทาสจนเป็นเจ้าของกิจการมากมายในฮาวายไม่น้อยหน้าฝรั่ง ที่พิเศษคือญี่ปุ่นในฮาวายคิดว่าตัวเองเป็นชาวท้องถิ่นด้วยซ้ำ ถึงหน้าตาไม่ให้ แต่พวกเขาปักหลักอยู่ในฮาวายโดยรับวัฒนธรรมฮาวายเข้าไว้เต็มๆ โดยที่ก็ไม่ขัดกับการดำรงวัฒนธรรมญี่ปุ่นด้วย การกลายเป็นคนพื้นเมืองของชาวญี่ปุ่น และการตามมาของชาวจีน เกาหลี ฟิลิปปินส์และอื่นๆ อย่างที่ไม่มีการปิดกั้นเลยทำให้ประชากรฮาวายไม่เหมือนเดิม ฮาวายค่อยๆ พัฒนาเป็นดินแดนของคนหลากหลายที่อ้างว่าตนก็คือฮาวาย ยิ่งแต่งงานข้ามกันไปมา ยิ่งไม่มีที่ให้แก่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเรียกร้องเอกราชให้แก่ดินแดนแห่งนี้
นอกจากชาวท้องถิ่น ทหารเป็นผู้ที่มีอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มากที่สุด สหรัฐได้นำวัฒนธรรมเชิดชูวีรบุรุษแบบที่ใช้กับชาวอเมริกันบนแผ่นดินใหญ่เข้ามา ทำให้คนฮาวายพากันรักชาติแบบไม่ต้องแย่งกันรัก แต่บอกว่าอีกฝ่ายขายชาติเหมือนกับบางประเทศแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สงครามโลกที่ผ่านมาเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าชาวญี่ปุ่นของฮาวายรบเพื่อสหรัฐอย่างไม่รู้สึกว่าตัวเป็นชนกลุ่มน้อย หน่วยรบผิวเหลืองของพวกเขาที่ไปสู้กับฮิตเลอร์ในยุโรปได้เหรียญตรามากกว่ากองทหารใดๆ ของอเมริกันผิวขาวเสียด้วยซ้ำ
นักท่องเที่ยวเป็นผู้ที่มีจำนวนมากรองลงมา แต่สำคัญมากที่ทำให้หมู่เกาะแห่งนี้อยู่ได้ เม็ดเงินของพวกเขาไปสู่ชุมชนท้องถิ่นที่ผลิตวัฒนธรรมฮาวายกลับออกมาต้อนรับพวกเขาอย่างแช่มชื่น ฮาวายเป็นแหล่งพักผ่อนและศูนย์กลางการประชุมที่ยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตาม ปัญหาความปลอดภัยที่ตามมาทำให้ทางการต้องมีมาตรการและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เศรษฐกิจตกสะเก็ดของแผ่นดินใหญ่มีส่วนทำให้เกิดคนข้างถนนมากขึ้นในหลายปีมานี้ อาชญากรรมก็สูงในหมู่คนที่เป็นผลมาจากปัญหาช่องว่างทางเศรษฐกิจ ทางการจึงพยายามควบคุมวัฒนธรรมสบายๆ ของฮาวายไม่ให้เลยเถิดไป ทำให้ดินแดนแห่งนี้ยังรักษาความสำคัญกลางสมุทรต่อไปได้เป็นอย่างดี



