ข่าว

รถไฟมาแล้ว

รถไฟมาแล้ว

23 ก.ย. 2556

รถไฟมาแล้ว : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

               คนไทยมีคำพูดว่า “ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงชีวิตที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติซึ่งไม่สามารถควบคุมให้เป็นไปตามความต้องการของตนได้ และฝนแล้งหรือน้ำท่วมก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันนี้มานมนานแล้ว เรียกได้ว่าแทบจะทุกปีก็ว่าได้

               ในสมัยก่อนนั้น คนไทยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ตามชนบท มีวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ปัญหาจึงอาจจะไม่ค่อยรุนแรงมากนัก แต่ปัจจุบันคนไทยเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตไปจากเดิม ทั้งในเรื่องของการทำมาหากิน เรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องการคมนาคม รวมถึงเรื่องอาหารการกิน คนจำนวนมากย้ายถิ่นที่อยู่จากชนบทมาอยู่ในตัวเมือง และเปลี่ยนอาชีพจากการทำไร่ไถนามาเป็นข้าราชการ พนักงานบริษัท คนงานในโรงงาน หรือผู้ใช้แรงงาน ทำให้เมืองมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยไม่มีแผนรองรับล่วงหน้า ดังนั้น จึงเกิดปัญหาต่างๆ ติดตามมา เช่น สาธารณูปโภค ระบบระบายน้ำเสีย การจราจร มลพิษ การกำจัดขยะ ฯลฯ รวมทั้งปัญหาต่างๆ ทางสังคม

               สภาพความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนก็คือในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว มีบ้านเรือนไม่มากนัก อาคารพาณิชย์ก็เป็นเพียงตึกแถว 2-3 ชั้น ไม่กี่คูหา ถนนหนทางร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และคูคลอง ปัญหาการจราจรยังไม่เกิดขึ้น และชีวิตก็ไม่รีบเร่งและแข่งขันเช่นทุกวันนี้ สมัยนั้น เวลาฝนตก พวกเด็กๆ จะออกมาเล่นน้ำฝนกันอย่างสนุกสนาน แต่ละบ้านจะมีตุ่มหรือโอ่งเพื่อรองน้ำฝนไว้ใช้และดื่มกิน ไม่ต้องเสียค่าประปาหรือน้ำดื่มเป็นขวดๆ ไม่ปล่อยให้สูญเปล่าเช่นเวลานี้

               โดยที่ชีวิตของคนเมืองใหญ่ห่างไกลจากธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ธรรมชาติที่เคยเป็นคุณประโยชน์อย่างน้ำฝนก็จะถูกมองว่าเป็นโทษ เพราะขัดแย้งกับสภาพชีวิตปัจจุบัน เนื่องจากเป็นสาเหตุประการหนึ่งที่ทำให้การจราจรติดขัด โดยเฉพาะในช่วงเย็นๆ หลังเลิกงาน ที่หนักไปกว่านั้นก็คือก่อให้เกิดน้ำท่วม ทั้งๆ ที่ปัญหาทั้งสองประการนั้น เกิดจากน้ำมือของมนุษย์เองทั้งสิ้น ที่ส่งเสริมให้คนใช้รถยนต์ส่วนตัวมากกว่าการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทั้งระบบ หรือการไม่ปรับปรุงระบบระบายน้ำเสีย และระบบระบายน้ำ ให้เพียงพอกับปริมาณของน้ำเสียในตัวเมือง และระบายน้ำที่ขังในเวลาฝนตกหนักได้ทันท่วงที จึงทำให้ฝนกลายเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาของคนในตัวเมืองไปโดยปริยาย

               ขณะเดียวกัน ในชนบทเองก็มีปัญหาเรื่องฝนที่ก่อให้เกิดภาวะน้ำท่วมไร่นา ทำให้พืชผลการเกษตรได้รับความเสียหายหรือได้ผลไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงระบบชลประทาน การสร้างอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งวิธีการระบายน้ำออกจากพื้นที่ ซึ่งต้องทำกันเป็นเรื่องเป็นราวและเอาจริงเอาจัง มิเช่นนั้นแล้ว ชาวไร่ชาวนาก็จะต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมและฝนแล้งเป็นประจำ

               ความจริงแล้ว ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการพัฒนาการเกษตรให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเชิงของการแข่งขันด้านผลผลิตกับต่างประเทศ และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในประเทศ การทำเกษตรของเราส่วนใหญ่ยังเป็นไปในแบบดั้งเดิม และพึ่งพาดินฟ้าอากาศ มากกว่าจะค้นคิดนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ

               พูดก็พูดเถอะครับ รัฐบาลควรจะใส่ใจและให้ความสำคัญกับการปรับปรุงโครงสร้างทางการเกษตรของประเทศมากกว่าเรื่องรถไฟความเร็วสูงที่แพงระยับ เพราะประเทศชาติจะล่มหรือรอดก็ด้วยการเกษตร ไม่ใช่รถไฟ เพราะมิเช่นนั้นแล้ว เมื่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเสร็จ อาจไม่เหลือผักให้ขนมาขายก็ได้ครับ