
น้องสาวหนิงแจ้งกลับ'ไฮโซน้ำหวาน'
น้องสาวหนิงแจ้งกลับ'ไฮโซน้ำหวาน' ข้อหาทำร้ายร่างกาย-พยายามชิงทรัพย์ ปัดปามือถือใส่ท้าเปิดวงจรปิด
ความคืบหน้าเหตุการณ์ไฮโซสาว น.ส.วรพรรณ พันธุ์คงชื่น หรือน้ำหวาน มอบหมายให้ทนายความนำเอกสารหลักฐาน และหนังสือมอบอำนาจ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ พร้อมอ้างว่า น.ส.ชุมพิชา พัฒนาหิรัญ หรือแนน น้องสาวของนางปณิตา ธรรมวัฒนะ หรือหนิง นางร้ายชื่อดัง ทำร้ายร่างกายด้วยการใช้โทรศัพท์ขว้างใส่หน้า ทำให้ใบหน้าบวมเป่งได้รับบาดเจ็บ ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวช โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขณะไฮโซสาวคนดังรับประทานข้าวกับเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านซอยทองหล่อ เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมานั้น
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 22 กันยายน น.ส.ชุมพิชา หรือแนน พร้อมทนายความ ได้เข้าพบ ร.ต.ท.ศิริศักดิ์ อินทรสิทธิ์ พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เจ้าของคดี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.วรพรรณ ในข้อหาทำร้ายร่างกาย และพยายามชิงทรัพย์ จากนั้นเข้าไปให้ปากคำภายในห้องสืบสวน โดยไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปภายในห้อง กระทั่งเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ
น.ส.ชุมพิชา กล่าวว่า เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีน.ส.วรพรรณใน 2 ข้อหา ส่วนรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเกรงว่าจะเสียรูปคดี ทุกอย่างขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง เพราะทุกคนมีวิจารณญาณของแต่ละคน ขอให้คิดดูแล้วกัน อีกทั้งไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อน และไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับ น.ส.วรพรรณ จึงไม่มีทางจะไปทำร้ายใคร เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นคนทำ และไม่ได้เป็นคนลงมือทำร้ายก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีพยานเห็นเหตุการณ์ยืนยันได้
"ที่ฝ่ายโน้นบอกว่าดิฉันปาโทรศัพท์มือถือใส่หน้าเขา ไม่เป็นความจริง ไม่ได้ปา ทุกอย่างขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ถ้าหากมีภาพจากกล้องวงจรปิดขอให้เอามาดูกันก็ได้ แล้วจะเห็นว่าอะไรเป็นอะไร" น.ส.ชุมพิชา กล่าวสั้นๆ ก่อนรีบเดินทางกลับ
ด้าน พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สน.ทองหล่อ กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ในช่วงเย็นวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลสมิติเวช แต่ผู้เสียหายมีอาการอ่อนเพลีย จึงไม่สามารถให้ปากคำได้ อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังผู้จัดการร้านอาหารที่เกิดเหตุ เพื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดนำมาประกอบสำนวน แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดทางเจ้าของร้านจึงไม่สะดวกที่จะมอบภาพวงจรปิดให้



