
'พท.'ย้ำกู้2ล้านล.ไม่ขัดรธน.
'พท.' ยัน พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล.ไม่ขัดรธน. เผยสื่อนอกซัด 'มาร์ค' ก้าวร้าว ปัด 'ปู' ไม่ให้เจรจา 'ม็อบยาง' ยันโหวตวาระ 3 ที่มาส.ว. 28 ก.ย.นี้
22 ก.ย. 56 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณี พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่ผ่านวาระ 3 และล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หมวด 8 ว่าด้วยวินัย การเงินการคลัง ว่า ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทย ได้ตรวจสอบว่าไม่ขัด โดยเฉพาะมาตรา 169 ตนมองว่า ขี้แพ้ชวนตี เพราะแม้แต่เสียงภายนอก ทั้งเอกชน ประชาชน ต่างประเทศ อยากเห็น แต่พรรคประชาธิปัตย์ จะยื้อ อยากให้ค้านอย่างสร้างสรรค์ สิ่งไหนดีควรสนับสนุน เพราะหากผ่านวุฒิสภา มีการทำโครงการ ก็มาตรวจสอบได้ว่ามีการทุจริตหรือไม่
นอกจากจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ยังไปขึ้นเวทีผ่าความจริง ตนจึงอยากให้ขึ้นไปป้ายเลยว่า หากเป็นรัฐบาล จะไม่เอาโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท โครงการจัดการน้ำ งบประมาณปี 57 อย่างไรก็ตามการยื่นเป็นสิทธิ์ แต่ตนมองว่า ยื่นมั่ว ค้านมั่ว ขวางทุกเรื่อง ทั้งนายอภิสิทธิ์และนายชวน หลีกภัย เป็นคนขวางโลก ขวางความเจริญประเทศ
เผยสื่อนอกซัด 'มาร์ค' ก้าวร้าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีสื่อนอกชื่อ THEDIPLOMAT ของประเทศฟิลิปินส์ เผยแพร่บทความ ชื่อ พรรคฝ่ายค้านของไทยทำตัวหยาบคาย ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้วิธีการก้าวร้าวหยาบคายในการประชุมสภา ว่า คือการตบหน้านายอภิสิทธิ์ นายชวน ที่สื่อนอกออกมาวิจารณ์ในการค้านไม่สร้างสรรค์ ทั้งที่นายอภิสิทธิ์ มีภาพลักษณ์เป็นคนสุภาพ แต่ใช้ถ่อยคำปราศรัยเรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า อีโง่ และคำหยาบคายหลายคำ ทำให้จุดยืนพรรคประชาธิปัตย์เสียไป จึงไม่แปลกใจว่า พรรคเพื่อไทย ได้รับคะแนนความนิยมหากเลือกตั้งครั้งใหม่ ครึ่งต่อครึ่ง จึงถือว่าเป็นยุคตกต่ำ ทั้งนี้หากไม่ร่วมเวทีปฏิรูปการเมือง ไม่เป็นไร แต่อยากให้หันไปปฏิรูปพรรคดีกว่า
เย้ย 'มาร์ค' แจงทุจริตไทยเข้มแข็ง 54
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์ จะแถลงโครงการไทยเข้มแข็ง 2020 และนายอภิสิทธิ์ จะเป็นแกนนำแถลง การลงทุนเพื่ออนาคตไทยเข้มแข็ง 2020 และมั่นใจว่าจะตอบโจทย์ได้มากกว่า พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ว่า ตนมองว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ตนอยากให้ย้อนกลับไปในโครงการในอดีตด้วย เพราะตนเป็นในฐานะกมธ.ป.ป.ช. และได้ตรวจสอบในโครงการไทยเข้มแข็ง ทั้งเรืองเรื่องโรงพักทดแทน ที่เหลือแต่เสา แฟลตตำรวจ ที่ขณะนี้ ทิ้งงาน สัญญาหมดแล้ว โครงการจัดซื้อโครงการจัดซื้อคุรุภัณฑ์ อาชีวะ ซึ่งมีตัวเลข ความเสียหายกว่าหมื่นกว่าล้าน อยากให้นายอภิสิทธิ์ ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้และตอบโจทย์ แสดงความรับผิดชอบ ต่อโครงการไทยเข้มแข็งที่ล้มเหลวและส่อทุจริตก่อน อย่าพูดแต่เรื่องดีๆ มากลบเกลื่อน ทั้งนี้ตนเรียกร้อง ให้นายอภิสิทธิ์ ออกมาขอโทษพี่น้องข้าราชการตำรวจ ที่ไม่มีโรงพัก ไม่มีแฟลตตำรวจ ขอโทษวิทยาลัยอาชีวะทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามโครงการไทยเข้มแข็ง 2020 น่าจะเป็นแผนปีศาจที่ตามมาหลอกประชาชนอีกรอบ
ปัด 'ยิ่งลักษณ์' ไม่ให้เจรจาม็อบสวนยาง
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ และนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้ข่าวว่า การแก้ไขปัญหาม็อบสวนยาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นคนที่ไม่ให้มีการเจรจา หลังตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ พบนายวิสาร เตชะธีรวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ไม่เป็นความจริง ตนได้ตรวจสอบทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายวิสาร ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ เป็นเพียงการบิดเบือนข้อเท็จจริงให้เกิดความแตกแยกในหมู่พี่น้องชาวสวนยาง
ทั้งนี้ตนได้ตรวจสอบ พบว่าขณะนี้เฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช มีประชาชนมาขึ้นทะเบียนแล้วกว่า 7 หมื่นราย ซึ่งในวันที่ 24 ก.ย.นี้ จะมีการจ่ายเงินชดเชย 450 รายแรก จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนว่ารัฐบาลมีความจริงใจ แต่สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ บิดเบือน ทำตัวเป็นบ่าง เสี้ยมให้เกิดความขัดแย้ง โดยเฉพาะในภาคใต้ อย่างไรก็ตามตนได้ตรวจสอบข้อมูล ที่มีปัญหาอยู่ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่ามีการชุมนุมของวัยรุ่นจากนอกพื้นที่ 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมาจากจังหวัดใกล้เคียง อาทิ พัทลุง ตรัง สงขลา ชุมพร สุราษฎร์ จึงอยากถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุม มีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่
ถาม 'สุเทพ' มีสวนยาง-ปาล์ม หมื่นไร่ มีประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณี ส.ส.ใต้พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมกันแถลงข่าว เรียกร้องการช่วยเหลือพี่น้องชาวสวนยางและปาล์ม ที่รัฐสภา ว่า เป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าแถลงแล้วมีผลประโยชน์ทับซ้อน และอ้างเกษตรกร เพราะล่าสุดตนไปดูข่าวจากเว็บไซต์ พบว่า มี ส.ส.ใต้ พรรคประชาธิปัตย์ ทำสวนยางจำนวนมาก แต่ในขณะนี้มีพี่น้องชาวสวนยางออกมาตอบรับการดำเนินการของรัฐบาลกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ และอีก 5 เปอร์เซ็นต์ บอกไม่ยอมรับ ซึ่งฝ่ายค้าน กำลังมองว่า รัฐบาลมีปัญหา แก้ไขไม่ตรงประเด็นและไม่ตอบโจทย์
ทั้งนี้ตนได้ไปตรวจสอบการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. ของส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎ์ธานี มีรายได้จากสวนยางและสวนปาล์ม กว่า 41 ล้านบาท นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ นายเชน เทือกสุบรรณ นายธานี เทือกสุบรรณ นายเจือ ราชสีห์ นายไตรงรงค์ สุวรรณคีรี นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ล้วนแล้วแต่มีรายได้จากการทำสวนยางและสวนปาล์มนับล้านบาท จึงน่าแปลกใจว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน ประกอบอาชีพทำสวนยางสวนปาล์ม และมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ตนจึงตั้งข้อสังเกตและถามว่านายสุเทพ มีสวนยางและสวนปาล์ม นับหมื่นไร่หรือไม่
นอกจากนี้ตนได้ให้ทีมกฎหมายตรวจสอบ และอาจยื่นเอาผิดบุคคลเหล่านี้ ที่แสดงบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช.ว่า ทำสวนยาง สวนปาล์ม และอ้างให้พี่น้อง สุดท้ายเรียกร้องเพื่อตัวเองหรือไม่ และตนจะไปตรวจสอบว่า ถือครองอยู่เท่าไหร่
ระดม ส.ส.ในสังกัดลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วม
นายพร้อมพงศ์ แถลงว่าพรรคเพื่อไทยได้สั่งการไปยัง ส.ส.และสมาชิกพรรคทั่วประเทศ ให้เดินทางลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ที่เกิดอุทกภัย ใน 8-9 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ย.) จะเอาความเดือดร้อนของประชาชนเข้าหารือในที่ประชุมพรรค เพื่อเสนอต่อตัวแทนรัฐบาลต่อไป ทั้งนี้ทางพรรคได้ประสานไป กบอ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เฝ้าระวังเตรียมการดูแล พี่น้องประชาชน ซึ่งพรรคได้ระดม ส.ส.ลงพื้นที่ช่วยเหลือเบื้องต้นก่อน และจากนั้นจะมีมาตรการระยะกลางระยะยาวต่อไป
ยันโหวตวาระ 3 ที่มาส.ว. 28 ก.ย.นี้
นายพร้อมพงศ์ แถลงว่า พรรคเพื่อไทยได้เรียกประชุม ส.ส.และสมาชิก ในวันจันทร์ ที่ 23 ก.ย. 56 ในประเด็นแถลงผลงานของรัฐบาล ในวันที่ 24 - 25 ก.ย. 56 โดยเชื่อว่าฝ่ายค้าน เตรียมผู้อภิปรายถึง 60 คน และคงเป็นเวทีซ้อมย่อยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจย่อย ทั้งนี้จะมีการทำความเข้าใจ ส.ส.ถึงการอภิปราย วางกรอบ กำหนดคนที่จะอภิปราย เพราะเชื่อว่าจะมีการพาดพิง และยืนยันว่า จะไม่มีการตั้งองครักษ์นายกรัฐมนตีและรัฐมนตรี แต่หากมีการพาดพิงบุคคลภายนอก ก็จะมีการประท้วงบ้าง นอกจากนี้จะกำชับให้ ส.ส.สมาชิก เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง และให้ ส.ส.งดภารกิจตั้งแต่วันที่ 24 - 28 ก.ย. อย่างไรตามเรื่องการลงมติ วาระ 3 การแก้รัฐธรรมนูญที่มาของส.ว. วิปรัฐบาลได้ประสานทางพรรคว่า จะมีการประชุมในวันที่ 28 ก.ย. และลงมติในวาระ 3 ซึ่งได้กำชับ ส.ส.เพราะจะมีการการลงมติด้วยการขานชื่อ



