ข่าว

'เหล่าทัพ'พร้อมช่วยน้ำท่วม15จังหวัด

'เหล่าทัพ'พร้อมช่วยน้ำท่วม15จังหวัด

22 ก.ย. 2556

'เหล่าทัพ' จัดกำลังพล 1,500 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 15 จังหวัด ด้าน 'สธ.' เผยมีสถานพยาบาลถูกน้ำท่วม 5 แห่ง

 

                          22 ก.ย. 56  พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัย ซึ่งเป็นผลจากอิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นที่ขึ้นฝั่งประเทศเวียดนาม ส่งผลให้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ จนทำให้หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกได้รับผลกระทบจากดินโคลนถล่มและน้ำล้นตลิ่ง ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2556 จนถึงปัจจุบัน รวม 15 จังหวัด คือ นครราชสีมา , สุรินทร์ , ศรีสะเกษ , อุบลราชธานี , กาญจนบุรี , นครนายก , อยุธยา , อ่างทอง , สิงห์บุรี , ลพบุรี , นครสวรรค์ , พิษณุโลก , พิจิตร , กำแพงเพชร และ ปราจีนบุรี นั้น

                          ​นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง จึงได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทยโดยหน่วยทหารพัฒนาและศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเหล่าทัพ เร่งให้การสนับสนุนส่วนราชการต่างๆ โดยเฉพาะได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทั้ง 15 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่องและเต็มขีดความสามารถ ในอันที่จะลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยให้ยึดถือแผนบรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2554 เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินงานตามความรับผิดชอบ รวมทั้งได้สั่งการให้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด และให้มีการรายงานผลการปฏิบัติการช่วยเหลือให้ทราบตามสายการบังคับบัญชาอย่างต่อเนื่อง
 

                          ทั้งนี้ ในห้วงตั้งแต่วันที่ 16-22 กันยายน 2556 ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหมและศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ได้จัดกำลังพลจำนวนทั้งสิ้น 1,500 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ ประกอบด้วย รถยนต์บรรทุกจำนวน 35 คัน รถยนต์โกยตัก จำนวน 5 คัน รถลากจูง จำนวน 3 คัน เรือท้องแบน 29 ลำ เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย มีรายละเอียดดังนี้

                          ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทย โดยหน่วยทหารพัฒนา จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ รวมทั้งเรือท้องแบนช่วยเหลือการขนย้ายสิ่งของ ไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย รวมทั้งการสนับสนุนการสัญจรของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ดำเนินการซ่อมแซมคอสะพานที่ได้รับความเสียหายและเปิดเส้นทางสัญจรที่ถูกดินโคลนถล่มในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก จัดกำลังพลยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนส่วนราชการในการขนย้ายขึ้นที่สูง พร้อมจัดทำแนวป้องกันน้ำท่วมด้วยกระสอบทราย เปิดเส้นทางสัญจรจากดินโคลนถล่ม รวมทั้งสนับสนุนจังหวัดในการจัดตั้งศูนย์พักพิงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งติดตั้งพนังกั้นน้ำ ​

                          ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ จัดกำลังพลยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนส่วนราชการ ติดตามสถานการณ์และพร้อมให้การช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือได้รับการร้องขอ โดยเตรียมความพร้อมของเรือหลวงตาปี และเรือหลวงสีชัง อากาศยานเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ และชุดปฏิบัติการพร้อมปฏิบัติหน้าที่ หมู่เรือเฉพาะกิจบรรเทาสาธารณภัยทางทะเลกองทัพเรือ ภายใน 48 ชั่วโมง อีกทั้ง ส่งเรือผลักดันน้ำจำนวน 16 ลำ เข้าประจำในพื้นที่เสี่ยงในคลองบางเขน คลองทวีวัฒนา และคลองพระยาราชมนตรี เพื่อสนับสนุนการระบายน้ำของกรุงเทพมหานครให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

                          ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ จัดกำลังพลยุทโธปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนส่วนราชการ โดยสนับสนุนอากาศยาน จำนวน 3 ลำ บินตรวจพื้นที่ในบริเวณอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

                          ​ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพจะให้การสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อน ของประชาชนต่อไป โดยจะใช้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทั้งในขณะที่เกิดน้ำท่วมและหลังน้ำลด เพื่อให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้โดยเร็วที่สุด

 

 

'สธ.' เผยมีสถานพยาบาลถูกน้ำท่วม 5 แห่ง

 

                          นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัด ว่า ได้รับรายงานมีสถานบริการในสังกัด ได้รับผลกระทบ 5 แห่ง ใน 2 จังหวัด ได้แก่ จ.สุรินทร์ 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลสุรินทร์ มีน้ำท่วมที่บริเวณห้องฉุกเฉิน และรอบๆ โรงพยาบาล ขณะนี้ระดับน้ำลดลงแล้ว สามารถให้บริการได้ตามปกติ และมีโรงพยาบาลชุมชน 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลศรีขรภูมิ และโรงพยาบาลสำโรงทาบ น้ำท่วมทางเข้าโรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง แต่ไม่ท่วมอาคารบริการ ยังเปิดให้บริการประชาชนได้

                          ทั้งนี้ได้จัดรถยกสูงบริการรับส่งประชาชนเดินทางเข้า-ออกโรงพยาบาล ส่วนเครื่องมือแพทย์ เวชภัณฑ์ต่างๆ ไม่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากทุกแห่งได้มีแผนเตรียมความพร้อมรับมือไว้แล้ว ในการจัดบริการ ได้วางแผนตรวจประเมินสุขภาพกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องรับยาต่อเนื่อง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงไว้เป็นการล่วงหน้าทุกรายแล้ว เพื่อป้องกันปัญหาการขาดยา และบรรเทาความเดือดร้อนในการเดินทาง โดยแนวโน้มระดับน้ำเริ่มลดลง คาดว่าภายใน 2-3 วัน หากฝนไม่ตกเพิ่ม ก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

                          นายแพทย์ประดิษฐ กล่าวต่อว่า สำหรับที่ จ.สระแก้ว ได้รับรายงานมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลถูกน้ำท่วม 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนหมากมุ่น อ.โคกสูง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคลองตะเคียน อ.วัฒนานคร ระดับน้ำสูง 50-70 เซนติเมตร ขณะนี้ได้ปิดให้บริการชั่วคราว โดยได้ย้ายไปให้บริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลใกล้เคียงแทน

                          อย่างไรก็ดี ในวันนี้ได้สั่งการให้สถานพยาบาลที่อยู่ในจังหวัดภาคกลาง อาทิ ลพบุรี และพระนครศรีอยุธยา ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีแนวโน้มระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากการระบายน้ำของเขื่อนป่าสัก โดยได้ให้สถานพยาบาลทุกแห่งขนย้ายเวชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ ไว้ในที่ปลอดภัย และเตรียมระบบการสำรองไฟฟ้าในโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้กระทบต่อการบริการดูแลรักษาผู้ป่วย รวมทั้งให้เร่งสำรวจกลุ่มประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่นอนพักฟื้นที่บ้าน ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้พิการ วางแผนให้การช่วยเหลือร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย ทั้งนี้ หากประชาชนเจ็บป่วยฉุกเฉิน สามารถโทรแจ้งขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยแพทย์ทุกแห่งได้ที่ 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง