
'พฐ.-นิติวิทย์'อำนวยยุติธรรมดับไฟใต้(1)
คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : พฐ.-นิติวิทย์ อำนวยยุติธรรมดับไฟใต้ (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ภาพเหตุการณ์ นาทีชีวิต ขณะหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด กำลังปฏิบัติภารกิจเก็บกู้วัตถุต้องสงสัยซึ่งคนร้ายนำมาวางไว้ในย่านการค้ากลางใจเมือง จ.ยะลา แล้วพลาดท่า ถูกคนร้ายจุดชนวนระเบิด เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
อานุภาพของระเบิดลูกดังกล่าว ฉีกร่างเจ้าหน้าที่พร้อมๆ กับเกิดเพลิงลุกไหม้จนเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตาเพื่อนร่วมงานและผู้คนในย่านนั้น ซึ่งผู้พบเห็นเหตุการณ์ได้บันทึกคลิปภาพนาทีชีวิตเอาไว้ได้ นำมาโพสต์ไว้ในเว็บไซต์ชื่อดัง สะท้อนให้ผู้พบเห็นตระหนักถึงสถานการณ์ที่รุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ขณะที่ในสถานการณ์ความเป็นจริงในพื้นที่ สถานการณ์การก่อความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่มีทีท่าจะยุติ เหตุการณ์ลอบวางระเบิด เหตุลอบสังหาร ไล่ยิง ไล่ฆ่า เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ครู หรือแม้กระทั่งประชาชนโดยทั่วไป ยังคงเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน
เหตุการณ์ความรุนแรงที่ต่อเนื่องยาวนานเกือบ 10 ปี เกิดคำถามที่ยังไร้คำตอบว่า อีกนานแค่ไหนคำว่า "สันติสุข" จะกลับคืนสู่ดินแดนปลายด้ามขวาน และคำถามที่เกิดขึ้นตามมาคือ การทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่มีประสิทธิภาพคุ้มค่ากับงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลที่เสียไปแล้วหรือไม่?
สถิติการเกิดเหตุรุนแรงซึ่งจัดทำไว้โดยหน่วยงานความมั่นคง ในพื้นที่ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และอีก 4 อำเภอใน จ.สงขลา คือ จะนะ เทพา นาทวี และ สะบ้าย้อย นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 ถึงเดือนกรกฎาคม 2555 มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นสูงถึง 14,705 ครั้ง ในจำนวนนั้นเป็นคดีความมั่นคง 7,918 คดี หรือร้อยละ 56.25 ที่เหลือเป็นคดีอาชญากรรมทั่วไป
ในจำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องส่งถึงพนักงานอัยการเพียง 4,686 คดี หรือร้อยละ 59.18 เท่านั้น และในจำนวนนั้นเมื่อเข้าสู่การพิจารณาของพนักงานอัยการแล้วเห็นว่ามีหลักฐานพอฟ้องและส่งสู่กระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาลเพียง 907 คดี หรือร้อยละ 19.36 และหากร่วมคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมด การนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาลทำได้เพียงร้อยละ 11.45 เท่านั้น
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปี 2555 จะมีคดีเกิดขึ้นทั้งหมด 14,000 กว่าคดี เมื่อแยกแยะออกมาแล้วพบว่ามีเพียง 7,900 กว่าคดี เท่านั้นที่เป็นเรื่องความมั่นคง นอกนั้นจะเป็นคดีอาชญากรรมทั่วๆ ไป เป็นการทะเลาะวิวาท การปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือคดียาเสพติด แต่คดีความมั่นคงที่เกิดขึ้นพนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนมีน้ำหนักเพียงพอต่อการสั่งฟ้องเพียง 4,600 กว่าคดี และเมื่ออัยการพิจารณาแล้วมีความเห็นสั่งฟ้องนำคดีเข้าสู่ชั้นศาลเพียง 900 กว่าคดีเท่านั้น ซึ่งน้อยมาก ไม่ถึง 1 ใน 4" พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานด้านพิสูจน์หลักฐาน เปิดเผย
จากคดีความมั่นคงจำนวน 907 คดีที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล ได้รับผลการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยตามที่พนักงานสอบสวนกล่าวหาในทุกข้อหา จำนวน 206 คดี หรือร้อยละ 22.71 และศาลพิพากษาลงโทษบางข้อหาจำนวน 108 คดี รวมผู้ถูกลงโทษในคดีความมั่นคงที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 314 คดี หรือร้อยละ 34.6
ซึ่งจากตัวเลขดังกล่าวมีความน่าเป็นห่วงในประสิทธิภาพการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานรวมถึงขั้นตอนต่างๆ ในการทำสำนวนคดี ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากจะเห็นได้ว่า ในจำนวนคดีที่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาล มีมากถึง 439 คดี หรือกว่า ร้อยละ 48.4 ที่ศาลพิพากษาให้ยกฟ้องในทุกข้อกล่าวหา โดยสาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะปัญหาเรื่องการรวบรวมพยานหลักฐาน
"การที่ศาลยกฟ้องมากถึง 400 กว่าคดี ถือเป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก โดยสาเหตุเกิดจากปัญหาเรื่องการรวบรวมพยานหลักฐานในหลายๆ ด้าน เป็นเพราะพยานหลักฐานไม่พอ อาจจะเกิดจากตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บหลักฐานที่อาจเก็บได้ไม่ครบถ้วนไม่สามารถเชื่อมโยงตัวผู้กระทำผิดได้ อีกทั้งในการเบิกความในชั้นศาลก็จะมีเรื่องพยานบุคคล บางที่พยานก็ไม่กล้ามาให้การเพราะเกรงกลัว หรือแม้กระทั่งบางคดีที่เข้าสู่ชั้นศาลแล้วใช้เวลานาน พยานก็จำความไม่ได้ชัดเจนเป็นสาเหตุทำให้ยกฟ้อง" พล.ต.ท.จรัมพร บอกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเปอร์เซ็นต์การยกฟ้องในคดีความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในอัตราสูง
สถิติทางคดีดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่กลายเป็นชนวนเหตุให้กลุ่มผู้ไม่หวังดีใช้เป็นเงื่อนไข โดยมีการแอบอ้างถึงความไม่ยุติธรรมในการทำคดีของเจ้าหน้าที่รัฐ มาเป็นข้ออ้างในการปลุกปั่น ให้เกิดความเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่
ขณะที่ตัวเลขทางคดีที่มีการยกฟ้องในอัตราสูง ยังสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในงานอำนวยความยุติธรรม แม้จะมิอาจกล่าวได้ว่าเป็นความล้มเหลวของหน่วยงานต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ตาม แต่ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมในภาพรวม โดยแต่ละภาคส่วนในองค์กรที่เกี่ยวข้อง ต่างก็มีปัญหาและอุปสรรคที่แตกต่างกันไป
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคดีแรงงานภาค 9 สำนักงานอัยการสูงสุด ได้จัดทำวิจัยเรื่อง "ประสิทธิภาพของรัฐในการดำเนินคดีความมั่นคงกับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน กรณีศึกษาสี่จังหวัดชายแดนภาคใต้" พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดข้อสงสัยในประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ที่เกิดปัญหาความไม่สงบในเวลานี้ เกิดจากปัจจัยดังนี้
1.ชั้นพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) ทำสำนวนล่าช้า ไม่ถูกต้องและเป็นธรรม มุ่งแต่พิสูจน์ความผิด ไม่พยายามพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา
2.ชั้นพนักงานอัยการ คดีมีหลักฐานไม่พอฟ้อง จำนวนคดีมีมากไม่สอดคล้องกับจำนวนพนักงานอัยการ ผู้ปฏิบัติงานขาดความต่อเนื่อง และความชำนาญในคดีความมั่นคง
3.ชั้นศาล การพิจารณาใช้เวลานาน คุมพยานได้ยาก พยานไม่สามารถจดจำเหตุการณ์ได้
4.ด้านการพิสูจน์หลักฐาน มีหน่วยงานทำงานซ้ำซ้อน ฐานข้อมูลไม่สมบูรณ์ ไม่ครอบคลุม การเก็บพยานหลักฐานไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้องตามหลักสากล
5.เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง มีการใช้กฎหมายพิเศษก่อให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรม การที่เจ้าหน้าที่ลุแก่อำนาจ เป็นการสร้างความเป็นปรปักษ์ในหมู่ประชาชน
ซึ่งจากงานวิจัยดังกล่าวถูกหยิบยกมาเป็นข้อมูลในการพยายามหาแนวทางในการอุดรอยโหว่ ในขั้นตอนการทำงานต่างๆ ของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อมุ่งใช้กฎหมาย ที่เป็นไปด้วยความยุติธรรม เพื่อ "ดับไฟใต้"
ในส่วนของงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นหัวใจในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ที่จะสาวไปถึงตัวผู้กระทำผิด กำลังจะยกระดับการมีบทบาททางการอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้ พ.ท.นพ.เอนก ยมจินดา ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เข้าพบ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. ซึ่งกำกับดูแลงานด้านพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เพื่อหารือถึงแนวทางบูรณาการงานด้านพิสูจน์หลักฐานและนิติวิทยาศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระหว่างสองหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนและเสริมประสิทธิภาพการดำเนินคดีผู้ต้องหาในพื้นที่
น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งว่า การใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ เป็นหัวใจหลักในการอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับจากนี้จะเดินไปในทิศทางใด ติดตามต่อตอนหน้า
------------------------
(คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : พฐ.-นิติวิทย์ อำนวยยุติธรรมดับไฟใต้ (1) : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



