
40ปี'อ.ต.ก.'ยุคปรับโฉมใหม่
40 ปี อ.ต.ก.ยุคปรับโฉมใหม่ เน้นดึงลูกค้าวัยทำงาน-วัยรุ่น : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...ดลมนัส กาเจ
หากย้อนไปเมื่อปี 2517 ที่มีการเปิดตลาดขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจขึ้นกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งอยู่บนที่ดินของที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยกว่า 42 ไร่ เยื้องๆ ตลาดนัดสวนจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์หลักๆ ในการเนรมิตตลาาด อ.ต.ก.นั้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้านการตลาดสินค้าเกษตรในหลายด้าน มาถึงมาถึงวันนี้ย่างเข้าปี 40 ปี มีสินค้าซึ่งส่วนใหญ่มาจากภาคการเกษตรการประมงและปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ตามฤดูกาล ผลไม้จากต่างประเทศ มีพวกปู ปลา กุ้ง อาหารแห้ง และอาหารสำเร็จรูป จนกลายเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่นักท่องเที่ยวเข้าซื้อสินค้าเกษตร ผลไม้ ดอกไม้ เครื่องดื่ม อาหารแห้ง อาหารสำเร็จรูป ของฝาก ตลอดจนของที่ระลึกต่างๆ
ล่าสุด อ.ต.ก.ได้เชิญสื่อมวลชนเพื่อไปดูโฉมใหม่ของตลาด อ.ต.ก.ในยุคที่ย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 ที่ ธเนศพล ธนบุญยวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) บอกว่า จะมีการพัฒนาให้เป็นสินค้าเกษตรของครอบครัว นั่นหมายถึงว่าจะถึงลูกหลานคนทุกเพศทุกวัย แต่จะเน้นเพิ่มพิเศษกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน และกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นจากเดิมส่วนใหญ่จะเป็นแหล่งช็อปปิ้งของคนรุ่นใหญ่วัยกลางคนขึ้นไป
ธเนศพล บอกว่า ตลอดระยะเวลา 39 ปีที่ผ่านมาและเริ่มย่างเข้าสู่ปีที่ 40 ตลาด อ.ต.ก.เป็นศูนย์สินค้าที่นานาประเทศให้การยอมรับและติดอันดับ 4 ของตลาดสดน่าซื้อ เพราะในตลาดแห่งนี้มีความหลากหลายของอาหารทั้งสดและใหม่ สามารถสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยจนได้รับรางวัลมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุขมากว่า 1 ทศวรรษ และยังเป็นตลาดใจกลางเมืองที่มีการพัฒนาจนเป็นตลาดต้นแบบ มีสินค้ามากมายหลายชนิด ปัจจุบันนักช็อปทั้งชาวต่างชาติและคนไทยเข้ามาเดินเที่ยว ช็อป ชิม อาหาร ผลไม้ เครื่องดื่ม อาหารแห้ง ของฝากตกวันละ 7,000 คน หากเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ มีราว 1 หมื่นคน
"สินค้าของเราจะเน้นในเรื่องคุณภาพของอาหารเป็นพิเศษ ต้องปลอดสารพิษ ต้องมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคที่เข้ามาใช้บริการ จึงต้องการมาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง มีการตรวจตราอยู่สม่ำเสมอ อย่างผลไม้ต้องคัดพิเศษ ผักสด ผักพื้นเมืองหนาวจากเกษตรกร ผักปลอดสารพิษ อาหารทะเลต้องสดๆ และสะอาด นอกจากนี้ อ.ต.ก.ได้กำหนดพื้นที่ตลาดเป็นเขตตลาดสดและตลาดแห้ง อาหาร เครื่องดื่ม เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการมองเห็นของผู้บริโภค" ผู้อำนวยการ อ.ต.ก.กล่าว
ด้าน พงษ์วิทย์ เหลืองช่วยโชติ รองผู้อำนวยการ อ.ต.ก.บอกว่า ปัจจุบัน ตลาด อ.ต.ก.นับเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือเกษตร โดยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเจ้าของแผงจะเป็นผู้ที่ติดต่อซื้อสินค้าเกษตรกับเกษตรกรเอง นอกจากนี้อีกส่วนหนึ่งที่รองรับสินค้าล้นตลาดสามารถนำจำหน่ายได้ โดยให้เกษตรกรรวมตัวเป็นกลุ่มและทำเรื่องมา ตลาด อ.ต.ก.มีพื้นที่รองรับอยู่ด้านนอก แต่สินค้าที่จะมาขายได้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขเดียวกันคือต้องมีคุณภาพ เจ้าของแผงแต่ละรายล้วนแต่มีประสบการณ์สูง เพราะบางรายเคยเป็นเกษตรกรเอง ทำให้บางคนเอาผลไม้จากส่วนตัวเองมาขาย ส่วนผู้ที่จะมาขายนั้นต้องคัดสินค้าเป็นพิเศษฉะนั้นผู้ที่มาซื้อสินค้าสบายใจได้ไม่ต้องมาคัด เพราะผ่านการคัด ทุกคนมีเครื่องมือในการตรวจสอบสินค้า หากพบว่ามีสินค้าด้อยคุณภาพ มีสารปนเปื้อนอาจมีการตักเตือน หากไม่พัฒนาอาจตัดสิทธิ์ไม่ให้ขาย
ส่วน มาลี อ่อนเจริญ เจ้าของร้านมาลี ล็อก 2/14 ในตลาดออก อ.ต.ก.ซึ่งเป็นร้านขายกุ้งแม่น้ำสด บอกว่า เดิมทีมีอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกผัก พอดีเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดตลาด อ.ต.ก.เพื่อเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพให้ผู้บริโภค จึงคิดว่าน่าจะเปลี่ยนอาชีพมาเป็นแม่ค้าบ้าง ตอนแรกก็นำพืชผลทางการเกษตรที่ตัวเองปลูก พอมาเห็นตลาดแล้วมองว่ากุ้งแม่น้ำตอนนั้นยังไม่มีใครนำมาจำหน่าย แม้กุ้งแม่น้ำจากธรรมชาติราคาค่อนข้างแพงก็ไม่เป็นไร เพราะตลาด อ.ต.ก.จะเน้นสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ เป็นตลาดค่อนข้างจะเป็นตลาดบน จึงหันมาขายกุ้งแม่น้ำมาถึงทุกวันนี้
"กุ้งที่ร้านจะเป็นกุ้งแม่น้ำจากธรรมชาติ รับซื้อเฉพาะมาจากแม่ค้าประจำที่ จ.สมุทรสงคราม หรือแม่กลอง และจากสุราษฎร์ธานีเท่านั้น ต้องเป็นคู่ค้าที่รู้ใจ แม้จะเป็นแม่ค้าที่เป็นคู่ค้าประจำ แต่ก่อนซื้อจะมีการสุ่มตรวจด้วยเครื่องสแกนก่อนว่าจะมีสารตะกั่ว หรือสารอื่นตกค้างหรือไม่ เพราะกุ้งอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติบางพื้นที่อาจมีสารตะกั่วในแหล่งน้ำได้ เนื่องจากกุ้งที่จะมาขายต้องเป็นกุ้งที่มีคุณภาพ ซึ่งไม่เพียงแต่จะขายในตลาด อ.ต.ก.เท่านั้น แต่ยังส่งไปยังโรงแรมชั้นหนึ่งด้วย อย่าง โรงแรมโอเรียนเต็ล หากไม่ได้คุณภาพก็จะเสียลูกค้า แต่ตลาด อ.ต.ก.เองก็ไม่ยอม ซื้อมาต้องคัดขนาด คัดความสด อย่างเกรดไม่ดีตัวเล็ก จะขาย กก.ละ 400 บาทแต่ถ้าเกรดเอขนาด 3 ตัว ต่อ 1 กก.จะขาย กก.ละ 1,300 บาท ฉะนั้นหลังจากที่ซื้อมาต้องคัดก่อนเพื่อแยกเกรดด้วย เพราะกุ้งแม่น้ำตัวจะไม่เท่ากัน" เจ้าของร้านมาลี กล่าว
ขณะที่ โชติพิศิษฐ์ ทิพยวรวรรณ เจ้าของร้านปาน พ่อค้าไม้ บอกว่า อาชีพเดิมทำสวนผลไม้ที่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี มีพื้นที่ทำสวน 16 ไร่ แต่หลังจากที่เปิดตลาด อ.ต.ก.ซึ่งมาจองแผงขายผลไม้ในตลาด อ.ต.ก.ยุคแรกๆ เมื่อ 40 ปีก่อน เน้นขายผลไม้ตามฤดูกาล อย่างช่วงฤดูกาลผลไม้ในภาคตะวันออก จะเอาผลไม้ในสวนตัวเองมาขาย เน้นผลไม้ปลอดสารพิษ ส่วนช่วงอื่นรับซื้อผลไม้ตามฤดูกาลจากชาวสวนที่รับซื้อประจำ อย่างช่วงนี้เป็นช่วงฤดูผลไม้จากภาคใต้กำลังออก ก็จะมีเพื่อจากภาคใต้มาส่งให้ ซึ่งแต่ละวันจะขายได้เฉลี่ยวันละราว 100 กก.
"ไม่ว่าจะเป็นผลไม้มาจากไหน ทุกร้านต้องเคารพกฎระเบียบของตลาด อ.ต.ก.ทั้งหมด คือสินค้าต้องมีคุณภาพ ต้องปลอดสารพิษ ก่อนที่จะซื้อมาขายต้องสุ่มตรวจก่อน หากพบว่ามีสารตกค้างก็ไม่รับ เพราะหากตลาดมาตรวจสอบพบทีหลังอาจมีการลงโทษถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ขาย แต่ส่วนใหญ่แม่ค้าล้วนแต่คนเก่าแก่จึงรู้กฎระเบียบเป็นอย่างดี" โชติพิศิษฐ์ กล่าว
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตระเวนสำรวจตลาด อ.ต.อ.ในยุคที่ผู้บริหารต่างบอกว่าจะมีการปรับโฉมใหม่ของตลาด ให้เป็นตลาดสินค้าเกษตรสำหรับคนในครอบครัว ส่วนจะเป็นรูปธรรมมากน้อยเพียงใด กาลเวลาต้องพิสูจน์กันต่อไป
.....................
(40 ปี อ.ต.ก.ยุคปรับโฉมใหม่ เน้นดึงลูกค้าวัยทำงาน-วัยรุ่น : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...ดลมนัส กาเจ)



