ข่าว

อยากหลุด.. ต้องแลก

อยากหลุด.. ต้องแลก

22 ก.ย. 2556

อยากหลุด.. ต้องแลก : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]

               กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา รับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการงานสัมมนา "The Power of SMEs พลังความคิด เปลี่ยนธุรกิจก้าวไกล" จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ และธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) แขกรับเชิญบนเวทีเป็นหนุ่มใหญ่และหนุ่มน้อย 5 ท่าน จาก 4 บริษัท ได้แก่ คุณวิทูร สุริยวนากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) คุณทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) คุณสุรชัย-คุณสุรศักดิ์ นิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็นเนอร์จี รีฟอร์ม จำกัด และคุณอัครวงศ์ เดชาโชติธนเศรษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท วินเนอร์ เทเลคอมป์ กรุ๊ฟ จำกัด

               ก่อนเริ่มงาน ผู้บริหารแบงก์ทหารไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดงานบอกว่า อยากให้เวทีนี้เป็นเวที "พี่สอนน้อง" เป็นการแชร์ประสบการณ์ของคนที่ทำธุรกิจมาแล้ว ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะพบกับความสำเร็จและยิ่งใหญ่ในวันนี้ เพื่อส่งต่อ "แรงบันดาลใจ"

               "ความหวัง" ให้แก่ผู้ประกอบการรุ่นน้อง

               ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมง ที่ทั้ง 5 ท่านร่วมแชร์ประสบการณ์ให้ฟัง ก็ต้องบอกว่า คุ้มค่ามาก ส่วนคุ้มราคาหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึง เพราะงานนี้ฟังฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าจะหยิบทั้งหมดมาเขียนผ่าน "วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน" ก็คงจะกลายเป็นเรื่องยืดยาวเกินไป ดังนั้น จึงขออนุญาตหยิบตอนที่เป็นไฮไลท์มาฝาก และเข้าใจว่า เทปสัมมนานี้จะออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์มันนี่แชนนัลอีกครั้ง แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน-เวลาออกอากาศที่แน่นอน

               คุณวิทูร แห่งสยามโกลบอลเฮ้าส์ ผู้ประกอบการค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและวัสดุตกแต่งชั้นนำที่มีสาขา 26 แห่งทั่วประเทศ เริ่มต้นจากการเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างและมีร้านขายวัสดุเพียงร้านเดียว จนวันนี้สามารถนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ บอกว่า เคล็ดลับความสำเร็จในการทำธุรกิจของเขาก็คือ ต้องรักษาเครดิตให้ดี อย่าให้เสียเครดิต

               "ถ้าคุณมีเครดิต ทุกอย่างก็จะเป็นของคุณ แต่ถ้าคุณไม่มีเครดิต คุณก็คือ คนที่ไม่มีอะไรเลย" คุณวิทูรบอกด้วยว่า แม้ในช่วงที่หลายคนต้องประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 แต่ "โกลบอลเฮ้าส์" ยังทำหน้าที่ในการเป็นลูกหนี้ที่ดี จากวันที่ต้องวิ่งหาเงิน หมุนเงิน และไล่ตามเงิน กลายเป็นคนที่มีเครดิตดี ธุรกิจมีโอกาสเติบโต สุดท้ายกลายเป็นแบงก์ที่ต้องวิ่งเข้าหา และเต็มใจให้การสนับสนุน

               ขณะที่คุณทรงพล "เจ้าพ่อบริษัททีวีช้อปปิ้ง" บิ๊กบอสแห่งทีวี ไดเร็ค ที่ไม่มีใครไม่รู้จัก "พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก" บอกว่า กว่าจะขายสินค้าแต่ละชิ้นแต่ละอย่างได้ ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะสินค้าของทีวี ไดเร็ค ต้องทำการวิจัย เจาะลึกถึงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ในระหว่างการสนทนา คุณทรงพลมี "วรรคทอง" แทรกเป็นระยะๆ หนึ่งในนั้น คือ "ในโลกนี้ไม่มีสินค้าอะไรที่ขายไม่ได้ ขึ้นอยู่กับว่า คุณหาคนซื้อเจอหรือเปล่าเท่านั้น"

               และเมื่อถามถึงวิธีในการก้าวข้ามปัญหา คุณทรงพลบอกว่า สุดท้ายทุกเรื่องต้องสิ้นสุดและผ่านพ้นไปทั้งนั้น

               "ถ้าเจอปัญหา สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ผลักมันตกนรกให้เร็วที่สุด เพราะเมื่อมันลงไปถึงจุดต่ำแล้ว ที่เหลือก็คือ "ขาขึ้น" แล้วคุณจะมองแต่เห็นทางแก้ปัญหา"

               ส่วนสองพี่น้องคู่แฝดที่ต้องบอกว่า มหัศจรรย์ อย่างคุณสุรศักดิ์และคุณสุรชัย นิตติวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็นเนอร์จี รีฟอร์ม จำกัด ผู้นำธุรกิจศูนย์บริการติดตั้งแก๊สรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศ ต้องบอกว่า เป็นเรื่องน่าทึ่งที่ทั้งสองคนไม่มีความรู้เรื่องแก๊สรถยนต์ แต่เพราะมองเห็นโอกาส มองหาความแตกต่าง เริ่มต้นจากการศึกษา ทุ่มเท จากการรับสร้างแบรนด์ให้คนอื่น จนสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้อย่างเข้มแข็ง

               "เมื่อก่อนถ้านึกถึงแก๊สรถยนต์ เราก็นึกถึงแท็กซี่ นึกถึงอู่เก่าๆ แต่เราสองคนทำให้มันเปลี่ยนไป ให้ภาพลักษณ์ของรถติดแก๊สเปลี่ยนไป" อีกจุดหนึ่งที่ทั้งคู่ยอมรับว่า เป็นปัญหาของธุรกิจในช่วงแรก ก็คือ ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะเรื่องของความปลอดภัย

                "เมื่อรู้ว่า ธุรกิจนี้อ่อนไหวกับความเชื่อมั่น ลูกค้ากังวลเรื่องความปลอดภัย เราก็ต้องทำจุดนั้นให้เข้มแข็ง ด้วยการรับประกันความพอใจ ถ้าลูกค้าไม่พอใจเราพร้อมคืนเงิน เรายังรับประกันหลายเรื่อง และใช้ตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะเราเป็นเจ้าของ การที่เรารับประกันด้วยตัวเอง ก็ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้มากขึ้น"

               ปิดท้ายที่ คุณอัครวงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท วินเนอร์ เทเลคอมป์ กรุ๊ฟ จำกัด จากเด็กเสิร์ฟ และเริ่มต้นขายโทรศัพท์มือสองแบกะดินที่สนามหลวง วันนี้เขาเป็นเจ้าของธุรกิจจำหน่ายมือถือมูลค่า 700 ล้านบาท ด้วยกลยุทธ์ที่ไม่ต่อสู้ในสงครามราคา แต่เน้นบริการหลังการขาย โดยเฉพาะเมื่อลูกค้าซื้อสมาร์ทโฟนไปแล้ว แต่ไม่สามารถใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ เขาจะเข้าไปช่วยเหลือดูแล สร้างความคุ้มค่าในจุดนั้น

                สารภาพว่า ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะเขียนอะไรยืดยาวจากเวทีนี้ แต่ก็ยอมรับว่า เรื่องที่เป็นความตั้งใจตั้งแต่ต้นก็อาจจะนับได้ว่า ใกล้เคียงกับสิ่งที่ได้จากเวทีสัมมนา "พลังความคิดเปลี่ยนธุรกิจก้าวไกล" เพราะช่วงหลังมีคนใกล้ชิดและไม่ใกล้ชิดปรึกษามากขึ้นและมากขึ้นทุกทีว่า จะตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงานประจำ เพราะเบื่อการเป็นลูกจ้าง แล้วเดินหน้าเข้าสู่การทำงานรับจ้างอิสระ หรือฟรีแลนซ์ ที่มีเสรีภาพทางการงานมากกว่า ขณะที่หลายคนก็อยากจะเป็นเจ้านายตัวเอง ด้วยการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่า เหนื่อยกว่า มีความเสี่ยงมากกว่า แต่ทุกคนก็คาดหวังว่า จะรวยกว่า และสุดท้ายปลายทางจะสบายกว่าการเป็นลูกจ้างไปตลอดชีวิต

                สำหรับคนที่อยากจะหลุดพ้นจากกรอบของงานประจำ และรับงานในลักษณะ "ฟรีแลนซ์" อย่างแรกที่ต้องยอมรับคือ คุณหลุดออกจากระบบประกันสังคม ที่เคยดูแลช่วยเหลือเรื่องการรักษาพยาบาลในฐานะลูกจ้างประจำในระบบแล้ว ไม่นับรวมในกรณีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขององค์กรที่เราทำงานอยู่ และบางองค์กรก็อาจจะมีสวัสดิการเรื่องประกันสุขภาพกลุ่มให้แก่พนักงานด้วย

               สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของการบริหารจัดการเงินทองของ "ฟรีแลนซ์" คือ หาเกราะป้องกันยามเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยการทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ ส่วนการจับจ่ายใช้สอยก็ต้องใช้ความรอบคอบและระมัดระวังขึ้น เนื่องเพราะคำว่า "ฟรีแลนซ์" ไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้มีงาน พรุ่งนี้อาจจะไม่มี รายได้แต่ละก้อนต้องถูกจัดสรรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นเรื่องที่ต้องแลกระหว่าง "ความมั่นคง" ในหน้าที่การงานในฐานะลูกจ้าง กับอิสรภาพในการทำงานได้อย่างใจอยาก ในฐานะฟรีแลนซ์

               อยากหลุดกรอบก็ต้องแลก แต่จำเป็นหรือไม่ที่ต้องหลุดทุกกรอบ !?

               เคยแนะนำน้องคนหนึ่งว่า ถ้าจะให้ดี ก็ควรจัดสรรเวลาของตัวเองแล้วทำมันซะทั้ง 2 อย่าง หนึ่งเป็นพนักงานประจำ เพื่อความมั่นคง และสอง รับงานฟรีแลนซ์ เท่าที่จะทำได้ เพื่อตอบสนองความสุขของตัวเอง เหมือนกับการจัดน้ำหนักการลงทุนให้แก่เงิน ที่บางส่วนต้องฝากแบงก์เพื่อความมั่นคง ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนต่ำ และบางส่วนต้องสร้างความหวือหวาเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่ถ้าคิดว่าเหนื่อยเกินไป ทำไม่ไหว อันนี้ก็ต้องสุดแล้วแต่ใจ

               ส่วนคนที่อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเอง ลองทบทวนสิ่งที่ทั้ง 5 ท่านฝากไว้ตั้งแต่แรก และขอฝากประโยคปิดท้ายจากคุณทรงพล ทีวี ไดเร็ค ที่บอกว่า "คุณยังคิดว่า มันจะเหลืออะไรง่ายๆ ให้คุณทำอีกหรือ?"

               
.................................

(อยากหลุด.. ต้องแลก : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]  )