
เศรษฐกิจพินาศเพราะขาดเหรียญ
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เศรษฐกิจพินาศเพราะขาดเหรียญ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนเป็นต้นมา ข่าวคราวที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ คือการขึ้นราคาของสินค้าทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าด้านอาหารการกิน ทั้งสดทั้งแห้งและชนิดปรุงสำเร็จรูปทั่วไป แม้ว่าผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลราคาสินค้า ทั้งฝ่ายข้าราชการประจำและฝ่ายการเมืองจะดาหน้ากันออกมาแก้ต่างว่า เป็นเรื่องที่ประชาชนเกิดความรู้สึกกันไปเองก็ตาม
แต่ก็ยังมีการนำประกาศขึ้นราคาสินค้าจากร้านขายอาหารสำเร็จรูปจำนวนมาก มาเผยแพร่ตามสื่ออิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่เพื่อยืนยันกันอยู่เนืองๆ และจากประกาศเกือบทั้งหมดสรุปได้ว่า มีการขึ้นราคาอาหารสำเร็จรูปที่ขายกันตามเพิงข้างทาง จะอยู่ในระดับจานละห้าบาทถึงสิบบาทแล้วแต่ชนิดของอาหาร โดยทุกรายอ้างเหตุผลว่าเป็นเพราะต้นทุนวัตถุดิบและแก๊สที่ใช้ในการหุงต้มขึ้นราคา
ไม่ว่าพ่อค้าจะถือโอกาสฉกฉวยขึ้นราคาสินค้าและอาหารเองทั้งที่ต้นทุนเท่าเดิม หรือไม่สามารถหลีกเลี่ยงการขึ้นราคาได้ เพราะทนแบกต้นทุนไม่ไหวก็ตาม สิ่งที่น่าสนใจคือ ทำไมต้องขึ้นราคากันหน่วยละห้าบาทหรือสิบบาทเป็นตัวเลขลงตัว ซึ่งหากเทียบกับราคาเดิมก่อนขึ้นราคาจะอยู่ที่ประมาณร้อยละสิบกว่าถึงร้อยละยี่สิบเลยทีเดียว ทั้งที่หากคิดต้นทุนซึ่งพ่อค้าแม่ค้าอ้างอิงจะพบว่า มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละสามเป็นส่วนใหญ่
เหตุผลหลักที่ทำให้พ่อค้าแม่ขายต้องขึ้นราคาเป็นตัวเลขกลมๆ ห้าบาท, สิบบาท นอกเหนือไปจากการไร้ความสามารถในการควบคุมราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์แล้ว ยังเป็นเพราะกระบวนการทางความคิดของผู้บริหารด้านการเงินการคลังของประเทศไทยยังตกอยู่ในภาวะของเข็มหมุดคือหัวโตแต่ลำตัวลีบเรียว มีการคิดถึงเพียงแค่ระบบการเงินการคลังระดับบนเท่านั้น
กล่าวคือ ในขณะที่หน่วยทางการเงินของไทยเริ่มต้นตั้งแต่สตางค์ขึ้นมาจนถึงบาท แต่สังคมประเทศไทยกลับไม่มีการผลักดัน หรือส่งเสริมให้ใช้เงินเหรียญมูลค่าต่ำๆ เช่น ห้าสตางค์, สิบสตางค์, ยี่สิบห้าสตางค์, ห้าสิบสตางค์ ไปจนถึงระดับหนึ่งบาทและสองบาท ถึงขั้นที่เอาเงินเหรียญเหล่านั้นไปฝากเข้าธนาคารยังต้องเสียค่าบริการนับเงินด้วยซ้ำไป
การนำเงินเหรียญมูลค่าต่างๆ ไปชำระเป็นค่าสินค้าและบริการ ก็มักจะถูกตั้งข้อรังเกียจหรือถึงขั้นปฏิเสธจากผู้ให้บริการต่างๆ เป็นประจำ ทำให้เงินเหรียญเหล่านั้นหายไปจากท้องตลาด เพราะผู้ครอบครองไม่รู้จะเอาไปใช้งานที่ไหนได้ ท้ายที่สุดแม้ว่าสินค้าและค่าบริการต่างๆ จะมีต้นทุนสูงขึ้นเพียงร้อยละสามหรือร้อยละห้า
แต่ข้อจำกัดด้านเหรียญกษาปณ์ของระบบเงินไทย จึงทำให้ราคาสินค้าเหล่านั้นต้องขึ้นไปในระดับหน่วยละห้าบาทหรือสิบบาทเช่นที่เกิดขึ้น ปัญหานี้หากปล่อยทิ้งให้คงอยู่ต่อไปก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อระบบการค้าภายในประเทศ และประชาชนผู้มีรายได้น้อยจะยิ่งตกอยู่ในภาวะผีซ้ำด้ำพลอยจากราคาสินค้ามากที่สุดครับ
----------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เศรษฐกิจพินาศเพราะขาดเหรียญ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



