
รายการคม-ชัด-ลึกตอน-ไฟใต้ใกล้ดับ หรือกำลังระอุ?
เหตุความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งกำลังปะทุอย่างหนัก ทั้งเหตุการณ์สังหารครูในพื้นที่ 3 ศพ การกราดยิงในมัสยิด 10 ศพ และล่าสุดเหตุยิงพระขณะบิณฑบาตมรณภาพ 1 รูปทำให้เกิดคำถามว่า สิ่งที่พูดมาตลอดว่า เดินมาถูกทางแล้วเป็นแค่ราคาคุยอย่างนั้นหรือ
รายการ คม ชัด ลึก วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2552 เสนอตอน : ไฟใต้ใกล้ดับ หรือกำลังระอุ? นำเสนอมุมมองนักสิทธิมนุษยชนและรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบปัญหาภาคใต้โดยตรงเพื่อค้นหาคำตอบว่า ทุกวันนี้สถานการณ์ในพื้นที่จริงๆ เป็นอย่างไรกันแน่
ตรวจอาวุธ จนท.เคลียร์เหตุยิงในมัสยิด
อับดุลอาซิส ตาแตอิน นักสิทธิมนุษยชนจากสมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย (ยมท.) กล่าวถึงเหตุการณ์กราดยิงในมัสยิด 10 ศพว่าจากแผนที่เกิดเหตุทำให้ทราบว่า คนร้ายน่าจะมาจากป่า แต่น่าแปลกที่ถนนรอบหมู่บ้านมีกำลังทหารมากมาย แต่เหตุใดจึงจับกุมไม่ได้
เขาชี้ว่า การที่พื้นที่ดังกล่าวมีด่านตรวจทหาร-ตำรวจมากมาย เพราะเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม แต่หลังจับกุมกลับจับกุมคนร้ายไม่ได้ทำให้เกิดข้อกังวลใจในหมู่พี่น้องมุสลิมว่า เจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเปล่า
"พี่น้องมุสลิมพูดกันว่า คนมุสลิมถึงแม้จะเกเร จะเลว หรือติดยาเสพติดยังไง แต่ถ้าเป็นการละหมาดในมัสยิดเขาจะไม่ทำ และถ้ามีการทำร้ายในมัสยิด คนเหล่านี้ก็จะปกป้องด้วย เขาจึงไม่เชื่อว่ามุสลิมทำ ซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้งทางศาสนาขึ้น"
อับดุลอาซิสบอกว่า ข้อสงสัยจุดนี้อันตรายมากจึงอยากให้เคลียร์ให้ชัดเจน โดยเฉพาะการตรวจอาวุธเจ้าหน้าที่ที่ตั้งจุดตรวจบริเวณใกล้เคียงด้วยเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีกรรมการอิสระเข้าไปตรวจสอบด้วย
ลดเงื่อนไข-สร้างความเข้มแข็งภาคประชาชน
อังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ กล่าวว่า รู้สึกเห็นใจรัฐบาลที่ทำงานได้ไม่ง่ายในสถานการณ์แบบนี้ แต่ก็ต้องตรวจสอบด้วยว่า นโยบายการเมืองนำการทหารได้นำมาปฏิบัติกันจริงมั้ย และประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบด้วยแค่ไหน
ส่วนการสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชน เธอบอกว่า ต้องไม่ใช่การอบรม เสวนา หรือฝึกอาชีพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถปกป้องตัวเองได้ และสามารถลุกมาตั้งคำถามกับรัฐบาล กับกองทัพได้ว่า สิ่งที่ทำนั้นถูกต้องแค่ไหน
ที่สำคัญ รัฐต้องพยายามลดเงื่อนไขความรุนแรง เช่น การอบรมให้เจ้าหน้าที่เข้าใจภาษา และวัฒนธรรมของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ทั้งยังต้องส่งเสริมการศึกษา อาชีพ และส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ภาษามลายู นอกจากนี้ ยังต้องมีความยุติธรรม และไม่เลือกปฏิบัติทุกกรณี
ยุทธศาสตร์ถูกต้อง แต่ไม่มั่นใจใน "ยุทธวิธี"
ถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย กล่าวถึงคดีกราดยิงในมัสยิดว่า ตอนนี้อยากให้ผลสอบสวนในคดีนี้ยุติเสียก่อนว่าอะไรเป็นอะไร ซึ่งไม่ว่าจะช้าหรือเร็วขอให้จับตัวจริงเป็นใช้ได้ แต่อย่าช้าเกินไป เพราะคนทั้งประเทศกำลังจับตาดูอยู่
รมช.มหาดไทยย้ำว่า ยุทธศาสตร์การเมืองนำการทหาร และยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา เดินมาถูกทางแล้ว แต่สำหรับเรื่องยุทธวิธี ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์มากว่า ยังไม่มีความชัดเจนตามที่ประกาศไว้ในยุทธศาสตร์
เมื่อถามว่า กำลังทหารทุกวันนี้มีมากเกินไปหรือไม่ เขากล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าทหารจะมากหรือน้อยก็ต้องใช้แนวทางที่ถูกต้อง ซึ่งเขาได้ขอทหารพัฒนา หรือทหารช่างเข้าไปทำงานในพื้นที่ให้มากขึ้น เพราะทหารทั้งสองหน่วยยังมีไม่เพียงพอตามความคิดของเขา
ส่วนเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ทำงานไม่ได้ผล ถาวรชี้แจงว่า เหตุการณ์ในยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ปี 2523 มาถึงยุค นายชวน หลีกภัย ในปี 2543 ต้องใช้เวลา 20 ปีกว่าจะเห็นผล แต่รัฐบาลเพิ่งทำมาได้ 4-5 เดือนจึงอยากให้อดทน เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลา



