
ชัดๆกับสถิติปืนในอเมริกาปืนมากยิ่งตายมาก
เวิลด์วาไรตี้ : ชัดๆกับสถิติปืนในอเมริกา...ปืนมากยิ่งตายมาก
การมีปืนไว้ในครอบครอง ช่วยป้องกันอาชญากรได้ หรือทำให้ประชาชนนั่นเองที่ตกเป็นเหยื่ออาวุธปืนมากขึ้น เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันโดยไม่เคยไปถึงจุดตกผลึกสักทีเกือบ 200 ปีมาแล้วในสหรัฐอเมริกา นับจากบทแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่สองของรัฐธรรมนูญ (The Second Amendment) ที่รับรองสิทธิในการเก็บและมีอาวุธในครอบครอง ด้วยเหตุผลว่ามีความจำเป็นต่อความปลอดภัยของรัฐเสรี ผ่านออกมาใช้เมื่อปี ค.ศ 1791
เหตุกราดยิงสังหารหมู่ช็อกโลกหลายครั้ง ไม่ได้ทำให้ฝ่ายศรัทธาในวัฒนธรรมปืนแรงกล้าหวั่นไหว ปักหลักต่อต้านกฎหมายควบคุมปืน ที่ถือเป็นการละเมิดสิทธิในการป้องกันตนเองและสิทธิตามรัฐธรรมนูญ กับไม่มีหลักฐานว่า หากห้ามเป็นเจ้าของอาวุธแล้วจะช่วยลดอาชญากรรมลงได้ ดังนั้น คนดีต้องมีปืนไว้เพื่อใช้ป้องกันคนไม่ดี ขณะอีกฝ่ายเชื่ออีกทางว่า อาวุธปืนน้อยลงต่างหากที่จะช่วยลดอาชญากรรมและเพิ่มความปลอดภัย แต่เหตุสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นหลายปีมานี้ อาทิ ที่โรงเรียนแซนดี้ ฮุค โรงภาพยนตร์ในเมืองออโรรา ทุคซอน โอ้ค ครีค และเวอร์จิเนียเทค ยังไม่รวมกับอีกหลายเหตุที่ไม่ได้เป็นข่าวพาดหัว บ่งชี้ว่า ฆาตกรที่มีปัญหาป่วยทางจิตและไม่ได้รับการบำบัดรักษา คือเรื่องใหญ่อีกเรื่องที่เพิ่มขึ้นมาซ้อนทับประเด็นเจ้าของปืน
แพทย์กลุ่มหนึ่งในนิวยอร์กจึงได้ทำการศึกษาสถิติตัวเลขเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างการเป็นเจ้าของปืนกับอัตราการตายจากปืน รวมถึงอาการป่วยทางจิต ในประเทศพัฒนาแล้ว 27 ประเทศ โดยใช้ตัวเลขครอบครองอาวุธปืนจากผลสำรวจอาวุธขนาดเล็กและอัตราการตายจากองค์การอนามัยโลก ศูนย์สถิติสาธารณสุขแห่งชาติ และสถิติอาชญากรรมที่สหประชาชาติรวบรวมสำหรับทำดัชนีความปลอดภัยของแต่ละประเทศ ซึ่งพบว่า ปืนยิ่งมาก อัตราการตายยิ่งสูง สหรัฐอเมริกาที่มีจำนวนปืนต่อหัวประชากรสูงที่สุดในโลก มีอัตราการตายจากอาวุธปืนสูงที่สุด ขณะที่ญี่ปุ่นที่มีอัตราการเป็นเจ้าของปืนต่ำสุด ก็มีอัตราการตายจากอาวุธชนิดนี้ ต่ำสุดเช่นกัน
แอฟริกาใต้ ที่มีอัตราส่วนเป็นเจ้าของปืน 9.4 ต่อ 1 แสน กับสหรัฐที่ 10.2 ต่อ 1 แสน มีอัตราการตายที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนสูงเป็นพิเศษ ขณะที่อังกฤษ ซึ่งมีอัตราเจ้าของปืน 0.25 ต่อ 1 แสน มีอัตราการตายจากอาวุธปืนต่ำ
ส่วนอัตราการป่วยทางจิตในทุกประเทศ ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกถึงการมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดี แพทย์ที่ทำการศึกษา ระบุว่าการหาปืนได้ง่าย เอื้อต่อการนำไปสู่อาชญากรรมและการตายจากอาวุธปืนสูง หากคิดกลับกัน ก็เพราะอัตราอาชญากรรมสูง ที่จุดกระแสวิตกและความหวาดกลัว กระตุ้นให้คนรู้สึกว่าต้องมีปืนไว้ ที่สุดก็ทำให้อัตราการเป็นเจ้าของปืนเพิ่มสูง และการหาปืนมาใช้ได้ง่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ก่อเกิดวงจรอุบาทว์ทีละนิดๆ ที่สุดนำมาสู่การแตกแยกทางความคิดดังที่เป็นอยู่ในสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ว่าอะไรคือเหตุและอะไรคือผลที่แน่ชัด ผลการศึกษาล่าสุด หักล้างสมมุติฐานและความเชื่อประวัติศาสตร์ในหมู่อเมริกันชนที่ว่า ปืนทำให้ประเทศปลอดภัยขึ้น
วารสารการแพทย์อเมริกัน ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาเรื่องนี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเดิมที มีกำหนดจะตีพิมพ์สัปดาห์ถัดไป แต่เพราะเหตุสังหารหมู่ล่าสุดในวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ มีผู้เสียชีวิตถึง 13 ราย รวมมือปืนซึ่งมีปัญหาทางจิตเช่นกัน จึงร่นการตีพิมพ์เร็วขึ้น



