
'สุขุมพันธุ์'เรียกถกด่วนรับมือฝนถล่มกรุง
'สุขุมพันธุ์' เรียกประชุมด่วนรับมือฝนถล่มกรุง สำนักระบายน้ำห่วง 37 จุดเสี่ยงน้ำท่วมขัง ตั้งศูนย์ประสานงานกรมอุตุฯ มั่นใจจัดการปริมาณน้ำฝนได้
20 ก.ย.56 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เรียกประชุมด่วนกับสำนักการระบายน้ำ กทม. 2 ดินแดง เพื่อหารือแผนรับสถานการณ์ฝนตกหนัก และปัญหาน้ำท่วมขังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมกรุงเทพฯ ตลอดช่วงเมื่อคืนถึงเช้าที่ผ่านมา ภายหลังมีกำหนดการเดิมในการประชุมเวลา 16.00 น.
นายอดิศักดิ์ ขันตี ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ รายงานข้อมูลสถานการณ์ภาพรวมว่า ปริมาณฝนที่ตกตั้งแต่เย็นวานนี้ถึงเช้าวันนี้ อยู่ที่ 50-60 มิลลิเมตร มากสุดที่นิคมมักกะสันเฉลี่ย 62 มิลลิเมตร แต่ยังไม่มีพื้นที่ใดประสบปัญหาน้ำท่วมขัง ส่วนน้ำเหนือและระดับน้ำในเขื่อนสำคัญ อาทิ เขื่อนภูมิพล เขื่อนป่าสัก มีปริมาณน้ำร้อยละ 40 เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำร้อยละ 50 ซึ่งไม่น่าเป็นห่วง ส่วนระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาสูงสุดวันนี้ เวลา 19.00 น. อยู่ที่ 1.09 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ไม่น่าเป็นห่วงเช่นกัน
ทั้งนี้ยังห่วงพื้นที่จุดอ่อน 37 จุด รวมถึงจุดฟันหลอ 700 เมตร ที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ ซึ่งได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซ้อมแผนการปฏิบัติงาน และเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนแล้ว โดยได้ตั้งศูนย์ประสานการทำงานกับกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ศูนย์ระบบป้องกันน้ำท่วม ที่เขตดินแดง เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ จะติดตั้งเรดาร์ติดตามสภาพฝนอีก 2 จุด เพื่อให้การรายงานสภาพอากาศ มีความแม่นยำครอบคลุมทุกพื้นที่
กทม.พร้อมเหตุฉุกเฉินน้ำท่วม วอนปชช.งดทิ้งขยะอุดท่อ หวั่นระบายน้ำยาก
นายสัญญา ชีนิมิตร รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) กำกับสำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า ขณะนี้กทม.ได้ดูเรื่องระบบพร่องน้ำ การระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อรับมือน้ำฝน โดยพบว่าปัญหาหนึ่งที่ต้องเร่งแก้ไขคือ ปริมาณขยะที่พบว่ามีมาก และไปอุดตันทางน้ำไหล เบื้องต้นได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เก็บอย่างต่อเนื่องทุกวัน และความร่วมมือจากประชาชนให้ทิ้งขยะให้เป็นที่ เพื่อเป็นการลดปัญหาดังกล่าวด้วย
"สำหรับการเตรียมรับมือ กทม.ได้เตรียมเครื่องปั่นไฟ 18 เครื่องใหญ่ เครื่องปั๊มน้ำขนาด 300 ลิตรต่อวินาที มีหน่วยรถกู้ภัยประจำจุด พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยเบสท์ เพื่อให้การช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน โดยเฉพาะเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนน" นายสัญญา กล่าว
'สุขุมพันธุ์' ชี้ฝนตกอ่อนไม่น่าห่วง แนะปชช.อย่าตระหนก
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร (ผู้ว่าฯกทม.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ (สนน.) ว่า ฝนที่ตกมาในวันนี้ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าห่วง ลักษณะเป็นฝนอ่อนตกเต็มพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 50-60 มิลลิเมตร แต่มีบางพื้นที่ที่ตกเกิน 60 มิลลิเมตร เช่น บางกะปิ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ สนน.ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหาน้ำท่วมขังผิวจราจร รวมถึงดูแลจุดอ่อนน้ำท่วมขังทั้ง 37 จุดทั่วกรุงเทพฯด้วย เมื่อฝนตกลงมาหนัก สิ่งที่ต้องทำให้เร็วที่สุดคือการระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนน้ำเหนือทั้งจากเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำที่พร่องไว้ในเขื่อนถือว่ายังต่ำกว่าปีที่ผ่านมา และต่ำกว่าปี 2554 และน้ำที่ปล่อยมายังแม่น้ำเจ้าพระยายังอยู่ในปริมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถือว่าเป็นปริมาณปกติ จนถึงเวลานี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรที่บ่งชี้ถึงภาวะวิกฤติขอให้ประชาชนในกรุงเทพฯ ไม่ต้องตื่นตระหนก หากจะมีปัญหาก็อาจจะเป็นปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงฝนตกเท่านั้น
ด้านนายอดิศักดิ์ ขันตี ผู้อำนวยการสำนักระบายน้ำ กล่าวว่า ฝนที่ตกตั้งแต่เย็นวานนี้จนถึงเช้านี้ ส่งผลให้บางพื้นที่มีน้ำขังผิวจราจรคือ นิคมมักกะสัน ล่าสุดได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปสูบน้ำออกจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จากการตรวจสอบเรดาร์ ยังพบกลุ่มฝนในพื้นที่ กทม.ต่อเนื่องไปอีกระยะ 2-3 วันนี้ แต่ปริมาณฝนจะไม่รุนแรง พร้อมค่อยๆ ลดลง และจะตกในบางพื้นที่เท่านั้น โดยในวันเสาร์และอาทิตย์นี้ปริมาณฝนจะเหลือร้อยละ 70 และวันจันทร์หน้าเป็นต้นไปปริมาณฝนจะเหลือร้อยละ 60
"ตลอดทั้งวันนี้ในกรุงเทพฯ จะยังคงมีฝนตกเต็มพื้นที่ลักษณะก็จะยังเป้นฝนอ่อนแบบที่ตกในปัจจุบัน ประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ ยาวไปจนถึงวันอาทิตย์นี้ และในวันจันทร์นี้ปริมาณฝนจะลดลง ซึ่งขณะนี้ไม่มีพื้นที่ใดน่าเป็นห่วง แต่จะมีการเฝัาระวังน้ำในคลองเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีน้ำฝนตกลงมาและระบายผ่านคลองต่างๆ จึงต้องพร่องน้ำและบริหารจัดการให้รับน้ำให้เป็นอย่างดีด้วย" นายอดิศักดิ์ กล่าว
'สุขุมพันธุ์' วอนคนกรุงใจเย็น-ยัน 'กทม.' เร่งระบายน้ำท่วมขัง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผูัว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) โพสต์ทวิตเตอร์ ผ่าน @Sukhumbhandp ว่า "สวัสดีครับ ปริมาณของฝนที่ตกมาอยู่ในเกณฑ์ที่กทม.รับได้ 50-60 มม./ชั่วโมง มีบริเวณพื้นที่แถวนิคมมักกะสัน 62 มม./ชม. มีน้ำท่วมขังบ้างเล็กน้อย สำนักการระบายน้ำกทม.ได้ระดมกำลังเต็มพื้นที่เพื่อเฝ้าจุดเสี่ยงน้ำท่วมตลอดในช่วงระยะเวลานี้ อยากให้ทุกท่านอุ่นใจ แต่กทม.ก็ไม่ประมาทครับ เพราะถือว่าเข้าสู่ฤดูกาลรับมือและเตรียมความพร้อมกับภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา น้ำเหนือยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปีที่แล้ว ส่วนเขื่อนภูมิพลตอนนี้ 40% เขื่อนสิริกิต์ 50% เขื่อนป่าสัก 40% ครับ
ดังนั้นยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงครับ ในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำทะเลสูงสุดเมื่อวานนี้ 1.1 ม. อยู่เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง คาดว่าวันนี้ 19.00 น. จะสูงสุดที่ 1.09 ม. เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งก็คงเบาใจได้ครับ เพราะเรารับได้เกือบ 3 เมตร ตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา อาจมีบางส่วนที่ผมกังวลใจ คือ ในส่วนที่ฟันหลออยู่อีกประมาณ 700 ม. ยังไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ซึ่งต้องเริ่มสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมแล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ก็ไม่น่าได้รับผลกระทบอะไร เพราะว่าระดับน้ำไม่น่าจะสูงถึงขนาดนั้น"
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ โพสต์ทวิตเตอร์ด้วยว่า "ช่วงเวลาที่ผ่านมาผมได้ให้สำนักการระบายน้ำ เตรียมความพร้อมในพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น เช่น หน้าขนส่งทางบก มีกองอำนวยการช่วยเหลือประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ในช่วงฤดูฝน เราได้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์เข้าไปในพื้นที่แล้ว จึงมีความพร้อมในการปฎิบัติการ และวันนี้เช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่เข้าไปปฎิบัติภารกิจในเส้นทางที่สำคัญครับ หน่วยงานของกรุงเทพมหานครนิ่งนอนใจนะครับ ถ้าฝนตกหนักจะมีน้ำรอระบายหลายจุดด้วยกัน ขอให้พี่น้องใจเย็นๆ เข้าใจครับ เวลาฝนตกรถติด ก่อให้เกิดความเดือดร้อน แต่ขอให้ทราบว่ากรุงเทพมหานครจะเร่งระบายน้ำที่รอระบายให้เร็วที่สุดครับ ขอบคุณมากครับ"
'กบอ.' รับมือฝนตกต่อเนื่อง-ส่งเรือผลักดันน้ำ 16 ลำหนุน 'กทม.'
จากสถานการณ์ฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล คณะอนุกรรมการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ได้ประชุมติดตามสถานการณ์ในช่วงเช้าของวันที่ 20 ก.ย. ถึงความพร้อมและวางแผนรับมือกับสถานการณ์น้ำล่าสุด โดยข้อสรุปที่ได้จากการประชุม จะนำเข้าหารือกับนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการ กบอ. ในการประชุดนัดพิเศษ บ่ายวันนี้ 20 ก.ย. เวลา 15.00 น. ที่ตึกแดง ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) และประธานอนุกรรมการ กบอ. กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยังไม่น่ากังวล เนื่องจากคณะทำงานได้วางแผนรับมือตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. โดยได้วางระบบป้องกัน ประเมิน และแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยในวันนี้ (20 ก.ย.) คณะทำงานเตรียมติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ จากสำนักงานระบายน้ำ กทม. และกองทัพเรือ เข้าประจำในคลองต่างๆ เพื่อเร่งระบายน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงอย่างบางซื่อ และลาดกระบัง
ลักษณะของฝนที่ตกตลอดและตกมาก กระจายไปตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ปริมาณน้ำในคลองต่างๆ เพิ่มขึ้น และเพื่อให้การระบายน้ำทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำจำนวน 19 เครื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่กรุงเทพด้านเหนือ ให้น้ำในคลองระบายลงอุโมงค์ยักษ์ได้อย่างรวดเร็ว
อาทิเช่น คลองลาดพร้าว บริเวณประตูระบายน้ำคลองลาดพร้าว ใต้สะพานถนนประดิษฐ์มนูธรรม ปากอุโมงค์พระราม 9 ช่วงคลองลาดพร้าวตัดกับคลองแสนแสบ คลองบางเขน บริเวณตัดคลองเปรมประชากรฝั่งตะวันตก (ต้นโพธิ์) บริเวณตัดคลองประปาฝั่งตะวันออก บริเวณคลองประปาฝั่งตะวันตก บริเวณตัดถนนวิภาวดี ฝั่งตะวันออก (โรงงานยาคูลท์) บริเวณตัดถนนวิภาวดี ฝั่งตะวันตก สำนักงานระบายน้ำ 2 เครื่อง กองทัพเรือ 2 เครื่อง
คลองเปรมประชากร บริเวณปากคลองตาอูฐ ปากคลองบางตลาดหน้าหน่วยเก็บขยะทางน้ำเทวสุนทร และหน้าวัดเทวสุนทร คลองทรงกระเทียม บริเวณปากซอยลาดพร้าว-วังหิน แยก 7 คลองบางซื่อ บริเวณตัดถนนพหลโยธิน และคลองห้วยขวาง บริเวณตัดถนนเทียนร่วมมิตร
สำหรับพื้นที่กรุงเทพด้านตะวันตก ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำทั้งสิ้น 15 จุด ในคลองทวีวัฒนา บริเวณใกล้ถนนบรมราชชนนี บริเวณใต้ถนนอุทยาน (อักษะ) บริเวณด้านหน้า สน.ศาลาแดง บริเวณใต้ถนนพุทธมณฑลสาย 3 บริเวณสะพานถนนเพชรเกษม (ซอบเพชรเกษม 69) บริเวณปากคลองทวีวัฒนา (สวนสาธารณะ) และคลองพรยาราชมนตรี บริเวณวัดนิมมารดี (ตัดคลองภาษีเจริญ)
พร้อมกันนี้ กองทัพเรือได้ส่งเรือผลักดันน้ำจำนวน 16 ลำ เข้าหนุนในพื้นที่เสี่ยง ทั้งในคลองบางเขน คลองทวีวัฒนา และ คลองพระยาราชมนตรี เพื่อให้การระบายน้ำทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะที่สถานการณ์ฝนในจังหวัดรอบนอก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และจ.ศรีสะเกษ ที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่ ณ ขณะนี้ ได้แก้ไขโดยการวางเรือผลักดันน้ำ ของหน่วยทหารพัฒนา ในจุดที่เคยดำเนินการในปี พ.ศ. 2555 ส่วนปัญหาที่เกิดกับจังหวัดศรีสะเกษนั้น พื้นที่ประสบภัยคือบริเวณที่น้ำล้นตลิ่ง แนวทางแก้ไขคืออพยพประชาชนออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายโดยใช้เวลาไม่นาน
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาสถานการณ์น้ำ ในช่วงวันที่ 24-25 ก.ย.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณน้ำมากจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนอูซางิ ที่ควบรวมกับดีเปรสชั่นทำให้เปลี่ยนทิศทางลงต่ำ คาดว่าจะทำให้เขื่อนลำตะคอง และเขื่อนลำพระเพลิงมีน้ำไหลเข้าเขื่อน แต่ส่งผลกระทบกับจังหวัดทางภาคเหนือของไทย ที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือ วางเครื่องผลักดันน้ำเพื่อระบายน้ำในลำน้ำให้ได้
'บก.จร.' แนะเลี่ยงเส้นทางที่ราบต่ำ37จุดน้ำท่วมขัง
กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) แจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางพื้นที่ต่ำ36จุดในกทม.หลังจากฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันพบว่าช่วงเช้าที่ผ่านมามีน้ำขังหลายจุดทำให้การจราจรมีปัญหาติดขัดเคลื่อนตัวช้าเป็นอัมพาตในหลายพื้นที่โดนเฉพาะ กทม.ชั้นในและรอบรอบย่านการไฟฟ้ามีนบุรี ถนนสุวินทวงศ์ และบริเวณหน้าไปรษณีย์มีนบุรี ถนนมิตรใหม่ มีน้ำท่วมขังทำให้รถชะลอตัวช้าติดขัดเป็นวงกว้าง ถนนแจ้งวัฒนะ จากวงเวียนบางเขน มุ่งหน้าแยกหลักสี่ รถหนาแน่นติดขัดหยุดนิ่ง มีปัญหาน้ำท่วมปากซอย และที่แยกหลักสี่เลี้ยวซ้ายไปถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้ารถติดขัดปัญหาหน้าโรงเรียนไผทอุดมศึกษา ถนนพหลโยธิน จากตลาดยิ่งเจริญ มุ่งหน้าวงเวียนบางเขน รถหนาแน่นติดขัดปัญหาน้ำท่วมในวงเวียนบางเขนหน้าสน.บางเขน, ช่วง อุโมงค์บางเขน มุ่งหน้า สะพานบางบัวไปแยกเกษตร รถหนาแน่นติดขัด สน.บางเขนแจ้งข้อมูลถนนพหลโยธิน ขาเข้า ในวงเวียนบางเขนหน้าสน.บางเขนมีน้ำท่วมสูงระดับทางเท้า รถชะลอตัวช้า ถนนรามอินทรา ขาเข้า จากลาดปลาเค้า มุ่งหน้าวงเวียนบางเขนรถมากเคลื่อนตัวช้า บริเวณหน้าสนามกอล์ฟ ทบ.น้ำท่วมขังช่องทางซ้าย ถนนแจ้งวัฒนะ ขาออก จาก สะพานข้ามวงเวียนบางเขน มุ่งหน้าแยกหลักสี่รถมากเคลื่อนตัวช้า บริเวณหน้าโรงเรียนมัธยมสาธิตวัดพระศรีมหาธาตุ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครมีน้ำท่วมขัง
นอกจากนี้ในช่วงบ่ายและเย็นขอให้ผู้ใช้รถหลีกเลี่ยงการจราจร 37 จุดอ่อนที่ราบต่ำที มีปัญหาน้ำท่วมขังผิวจราจรในเขตพื้นที่ต่างๆตามที่ได้ประกาศไว้ ดังนี้
เขตดุสิต 4 แห่งบริเวณ 1.ลานพระบรมรูปทรงม้า ฝั่งสวนอัมพร 2.ถนนราชวิถี ช่วงหน้าม.ราชภัฏสวนดุสิตและเชิงสะพานกรุงธนบุรี 3.ถนนสามเสน ช่วงหน้าโรงเรียนโยธินบูรณะ และ4.ถนนนครไชยศรี ช่วงหน้ากรมสรรพสามิต
เขตราชเทวี มี 3 จุด 1.ถนนนิคมมักกะสัน ช่วงทางรถไฟถึงถนนราชปรารภ 2.ถนนพญาไทช่วงหน้ากรมปศุสัตว์ และ3.ถนนศรีอยุธยาช่วงสน.พญาไท รวมถึงวังสวนผักกาด เขตพญาไท 1 จุดที่ถนนประดิพัทธ์ จากแยกสะพานควายถึงคลองเปรมประชากร เขตจตุจักรมี 2 จุด 1.ถนนรัชดาภิเษก หน้าธนาคารกรุงเทพ และ2.ถนนงามวงศ์วานแยกเกษตร ช่วงหน้าตลาดอมรพันธุ์ เขตบางซื่อคือถนนประชาราษฎร์สาย 2 และช่วงแยกเตาปูน
เขตหลักสี่มี 2 จุด 1.ถนนแจ้งวัฒนะจากคลองประปาถึงซอยแจ้งวัฒนะ 14 และ 2.ถนนงามวงศ์วาน ช่วงหน้าตลาดพงษ์เพชร เขตสายไหมมี 1 จุดที่ถนนพหลโยธิน จากปากซอยพหลฯ 58 ถึงสุดเขตกรุงเทพฯ
ส่วนเขตดินแดง มี 4 จุด 1.ถนนดินแดง ช่วงปากซอยสุทธิพร 2 2.ถนนประชาสงเคราะห์ช่วงหน้าตลาดห้วยขวาง 3.ถนนรัชดาภิเษก ช่วงหน้าห้างโรบินสัน และ4.ถนนประชาสุข ช่วงหน้าไปรษณีย์ เขตสวนหลวงมี 1 จุด คือที่ ถนนพัฒนาการ ช่วงจากคลองลาวถึงถนนศรีนครินทร์
เขตประเวศ มี 1 จุด ที่ถนนศรีนครินทร์ บริเวณโรงแรมโนโวเทล เขตพระโขนงมี 1 จุดที่ถนนสุขุมวิท ฝั่งขาออกช่วงหน้าตลาดบางจาก เขตวังทองหลาง มี 1 จุดที่ถนนลาดพร้าว ช่วงตัดกับถนนประดิษฐ์มนูธรรม เขตบึงกุ่ม มีที่ถนนนวมินทร์ ซอยนวมินทร์ 36 ถึงซอยโพธิ์แก้ว เขตบางกะปิ 1 จุด จากถนนศรีนครินทร์ ช่วงคลองกะจะถึงแยกลำสาลี เขตพระนคร 1 จุดที่ถนนสนามไชย จากซอยเศรษฐการถึงถนนท้ายวัง เขตสัมพันธ วงศ์ มี 2 จุด 1.ถนนเจริญกรุง (แยกหมอมี) จากถนนแปลงนามถึงแยกหมอมี และ2.ถนนเยาวราชฝั่งเหนือ จากถนนทรงวาดถึงถนนราชวงศ์
เขตบางรัก มี 1 จุด ที่ถนนสุรวงศ์จากใต้ทางด่วนถึงแยกสุรวงศ์ เขตสาทร มี 2 จุด 1.ถนนจันทน์จากซอยบำเพ็ญกุศลถึงไปรษณีย์ยานนาวา และ2.ถนนสวนพลูจากถนนสาทรใต้ถึงถนนนางลิ้นจี่ เขตคลองเตย มี 1 จุด ที่ถนนพระราม 3 ช่วงห้าแยก ณ ระนอง ถึงถนนเชื้อเพลิง เขตวัฒนา มี 1 จุด ที่ถนนสุขุมวิท 26 เขตบางบอนมี 1 จุดที่ถนนบางบอน 1 จากถนนเอกชัยถึงคลองบางโคลัด เขตบางขุนเทียนมี 1 จุด ที่ถนนบางขุนเทียน จากถนนพระราม 2 ถึงถนนบางขุนเทียนชายทะเล เขตทุ่งครุมี 1 จุดที่ถนนประชาอุทิศ จากคลองรางจากถึงหน้าเขตฯทุ่งครุ เขตบางแคมี 1 จุด ที่ถนนเพชรเกษม แยกพุทธมณฑลสาย 2 ถึงปากซอยเพชรเกษม 63 และเขตตลิ่งชันมี 1 จุดที่ถนนฉิมพลี จากถนนบรมราชชนนีถึงทางรถไฟสายใต้
ประชาชนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือบก.จร.ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลข 1555 หรือสำนักการระบายน้ำ กทม. 0-2248-5115
ตร.จราจรสานนโยบาย 'ผบช.น.' ดูแลผู้ขับขี่ช่วงฝนตกรถติด
กองบังคับการตำรวจจราจรประชาสัมพันธ์ผู้ใช้รถใช้ถนนระมัดระวังอุบัติเหตุฝนตกถนนลื่น ในระยะ 1-2 วันนี้ จะมีฝนตกในเขตกทม.และปริมณฑล ตลอดทั้งวันและมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
อนึ่ง กรณีฝนกระจาย เต็ม 100% ใน กทม. นี้ ซึ่งเป็นไม่กี่ครั้งที่จะเกิดขึ้น ทำให้สภาพเส้นทางหลายจุดน้ำท่วมขัง เพราะฝนได้ตกมากว่า 10 ชม. แล้ว และยังมีแนวโน้มตกอย่างต่อเนื่อง
พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่เวลา 06:00 น.วันนี้ - 06:00 น.วันพรุ่งนี้ มีเมฆมาก กับมีฝนในหลายพื้นที่โอกาสมีฝนตก ร้อยละ 80 ในเขต กทม. เหนือ ได้แก่ เขตดอนเมือง บางเขน สายไหม คันนายาว กทม.ตะวันออก ได้แก่ มีนบุรี ประเวศ บางนา พระโขนง และกทม.ฝั่งธนบุรี ได้แก่ ทุ่งครุ บูรณะ ตลิ่งชัน. ภาษีเจริญ บางแค และต่อเนื่อง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบก.จร. กล่าวว่า ตำรวจจราจร บก.จร. และจราจรทั้ง 88 สน.พร้อมบริการประชาชนตามนโยบายผบช.น. อย่างเต็มที่ได้จัดชุดช่วยเหลือเมื่อฝนตก รถเสีย รถขัดข้อง 25 ชุด รวม 150 นาย ประสานทำงานร่วมกับชุดช่วยเหลือ 88 สน. บก.น.1-9 พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือ รถยก สายพ่วง สายลากจูง สายชาร์ท สเปรย์ไล่ความชื้น เครื่องสูบน้ำ ฯลฯประสาน กทม.พร่องน้ำในคลองต่างๆ ทั้งคลองหลัก คลองแยก เพื่อให้การระบายน้ำ ได้ดีขึ้นและร่วมมือกับสำนักระบายน้ำ และสำนักงานเขตต่างๆสูบน้ำ กรณีฝนตกน้ำท่วมขังผิวการจราจรให้ระบายน้ำให้เร็วที่สุด โดย บก.02 เป็นผู้บริหารจัดการจราจร และแก้ไขปัญหาในภาพรวม ทั้งกรุงเทพฯ โดยใช้กล้อง CCTV ที่มีอยู่เสริมการปฏิบัติ และบูรณาการจราจรทั้งนครบาลให้เป็นหนึ่งเดียว เน้นการดูแลพี่น้องประชาชน โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรยืนเคียงข้างประชาชน นำส่งกลับบ้านโดยปลอดภัยไม่ทอดทิ้ง ประชาชน ตามแนวทาง จราจรอยู่ไหน ประชาชนอุ่นใจทั่วกันของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.



