
ชนกลุ่มน้อยมุสลิมโลกและมุสลิมไทย
ชนกลุ่มน้อยมุสลิมโลกและมุสลิมไทย : วิถีมุสลิมโลก โดยศราวุฒิ อารีย์ [email protected]
ประชากรมุสลิมโลกขณะนี้มีจำนวนมากกว่า 1,600 ล้านคน แบ่งเป็นประชากรที่อยู่ในกลุ่มประเทศมุสลิมอาหรับ 22 ประเทศ อยู่ในกลุ่มประเทศมุสลิมที่ไม่ใช่อาหรับกว่า 30 ประเทศ และเป็นมุสลิมชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรมุสลิมโลก (ตามแถลงการณ์ขององค์กรความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี)
Ali Kettani (Muslim Minority in the World, Lahouse : Services Book Club,1990) ได้ให้ความหมายอย่างไม่ซับซ้อนไว้ว่า “ชนกลุ่มน้อยมุสลิม” ก็คือ ประชาคมมุสลิมหรือประชากรมุสลิมของรัฐที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของโอไอซี โดยไม่คำนึงถึงสัดส่วนประชากรมุสลิมเมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมดของรัฐนั้นๆ
ความจริงประวัติศาสตร์มนุษยชาตินั้น มักทำผิดซ้ำซากในการกดขี่ทำร้ายชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์และศาสนา และชนกลุ่มน้อยมุสลิมก็เช่นกันที่เป็นหนึ่งของชนกลุ่มน้อยที่ถูกกระทำ หากจะแยกประเภทอย่างกว้างๆ แล้วอาจจะแบ่งชนกลุ่มน้อยมุสลิมออกได้ 5 กลุ่มดังนี้
1.มุสลิมในฟิลิปปินส์ แคชเมียร์ เอริเทรีย ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นมุสลิมชนกลุ่มน้อยในบริบทขอบเขตดินแดนของรัฐชาติ แต่เป็นชนกลุ่มใหญ่ในพื้นที่บางส่วนของประเทศ กรณีเช่นนี้มักเกิดการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อแบ่งแยกดินแดน หรือการเรียกร้องเอกราช
2.มุสลิมในบัลแกเรีย อินเดีย และพม่า ฯลฯ ซึ่งเป็นกลุ่มมุสลิมที่อ้างว่าถูกกดขี่ทำร้าย อันเป็นผลมาจากนโยบายของรัฐทั้งที่ไม่ตั้งใจ (เช่นกรณีของอินเดีย) และที่ตั้งใจ (เช่นกรณีบัลแกเรียและพม่า)
3.มุสลิมที่อยู่ในโลกพัฒนาแล้วซึ่งเป็นดินแดนที่เสรี เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ฯลฯ มุสลิมส่วนใหญ่ในพื้นที่นี้เป็นพวกที่ย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยใหม่จากโลกที่สาม ตลอดจนพวกที่เปลี่ยนศาสนามายอมรับนับถืออิสลาม ซึ่งเป็นพวกที่มักถูกเลือกปฏิบัติจากรัฐและประชากรกลุ่มอื่นๆ ในประเทศ
4.มุสลิมในกัมพูชา ไลบีเรีย (Liberia) และศรีลังกา ฯลฯ ซึ่งเป็นมุสลิมที่ถูกบีบให้เป็นกลุ่มชายขอบทางการเมือง อีกทั้งยังกลายเป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อจากความรุนแรงในสงครามกลางเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กรณีของศรีลังกา มุสลิมถูกบีบให้ต้องเลือกข้างระหว่างคู่ขัดแย้ง คือ ชาวทมิฬและสิงหล กรณีของไลบีเรีย เกิดการต่อสู้กันอย่างหนักของเหล่าขุนศึกที่ฝ่ายหนึ่งนำโดย Charles Taylor กับอีกฝ่ายที่นำโดย Dr.Samuel Doe โดยมีมุสลิมอยู่ระหว่างกลางที่กลายเป็นเหยื่อของความรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1990 ส่วนในกัมพูชานั้น มุสลิมก็พลอยถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พร้อมกับประชากรอื่นๆ ซึ่งกระทำโดยกลุ่มกองโจรที่นำโดยนายพลพตในช่วงปลายของทศวรรษที่ 1970
5.มุสลิมในเกาหลี ญี่ปุ่น แอฟริกาใต้ ตลอดจนประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งมุสลิมในประเทศเหล่านี้มักมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ ปัญหาของมุสลิมกลุ่มเหล่านี้คือ ปัญหาทางการศึกษาและวัฒนธรรม ไม่ใช่ปัญหาทางการเมือง จากการที่ค่อนข้างอยู่ห่างจากประชาคมมุสลิมส่วนใหญ่ ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้จึงมักประสบปัญหาด้านการถูกกลืนวัฒนธรรมโดยชนกลุ่มใหญ่ ฉะนั้น สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือโรงเรียนสอนศาสนา ผู้ทรงความรู้ทางด้านอิสลาม หนังสือ ตำราเรียน ตลอดจนการจัดตั้งองค์กรบริหารกิจการศาสนา
หากยึดตามการแบ่งกลุ่มชนกลุ่มน้อยมุสลิมข้างต้น มุสลิมในประเทศไทยก็น่าจะจัดอยู่ในทั้งประเภทแรก (กรณีของมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้) และอยู่ในประเภทสุดท้าย (กรณีของมุสลิมนอกจังหวัดชายแดนภาคใต้) ปัญหาของมุสลิมทั้ง 2 กลุ่มมีความแตกต่างกัน ปัญหาหนึ่งเป็นประเด็นด้านการเมืองการปกครอง ขณะที่อีกปัญหาหนึ่งเป็นประเด็นด้านสังคมวัฒนธรรม
เมื่อเป็นเช่นนี้แนวทางในการจัดการปัญหาก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย



