
ไฮเทคจับโจรแบบ..."พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน"
กล้องวิดีโอ-แฮนดิแคม, กล้องแอบถ่ายตัวจิ๋ว, เครื่องบันทึกเสียงแบบเอ็มพี 3, แว่นตาไฮเทค และโน้ตบุ๊กขนาดกะทัดรัด วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานของ พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน ผกก.สส.น.7 ในชุดเสื้อเชิ้ตลายสกอตสีดำ กำลังตรวจเช็กความพร้อมของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เห
"นิสัยส่วนตัวผมจะเตรียมความพร้อมตลอดเวลา ทุกวันต้องชาร์จแบตเตอรี่อุปกรณ์เหล่านี้อยู่ตลอดเวลา เพื่อให้พร้อมใช้งาน เช่นเดียวกับมือถือผมจะเปิด 24 ชั่วโมง ใครโทรศัพท์มาก็จะรีบรับ นิสัยนักสืบต้องเป็นแบบนี้" พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์เล่าถึงยามว่างๆ
งานสืบสวนยุคใหม่จำเป็นต้องอาศัยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมาช่วยเก็บรายละเอียดในการสืบสวนทำคดี แม้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานของตำรวจนักสืบผู้นี้ เจ้าของจะมองว่าเป็นเพียงอุปกรณ์พื้นๆ แต่ก็ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้นมาก ทั้งการบันทึกภาพรายละเอียดต่างๆ ของสถานที่เกิดเหตุ วัตถุพยาน และพยานแวดล้อม อาจพบเบาะแสในการคลี่คลายคดีได้ไม่ยาก
เริ่มที่ตัวแรก "กล้องวิดีโอ แฮนดิแคม" ขนาดเหมาะมือ สำหรับบันทึกภาพในที่เกิดเหตุทั้งหมด เนื่องจากเวลาเข้าไปตรวจที่เกิดเหตุจริงๆ อาจดูสถานที่เกิดเหตุได้ไม่ทั่วถึง ทั้งของกลาง คนนอก คนใน ตลอดจนสิ่งผิดปกติที่อาจจะเกี่ยวข้องกับคดี เมื่อมีการบันทึกภาพไว้จะสามารถย้อนกลับมาดูรายละเอียดต่างๆ ในวันที่ไปตรวจที่เกิดเหตุได้ จะเรียกว่าวิดีโอบันทึกภาพที่เกิดเหตุมีความจำเป็นพอสมควร และเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก
ส่วน "กล้องแอบถ่าย" ขนาดจิ๋วมีลักษณะคล้ายหูฟังไร้สาย (บลูทูธ) สามารถซ่อนไว้บนเสื้อ หรือแขวนคอก็ได้ สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ หากเป็นงานปิดก็จะเลือกใช้กล้องแอบถ่าย หากเป็นงานเปิดก็จะใช้กล้องวิดีโอแฮนดิแคม ซึ่งการพกกล้องลักษณะนี้ทำให้ ผกก.สส.น.7 ดูเหมือนนักข่าวมากกว่าตำรวจเสียอีก (ฮา)
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความละม้ายด้วยการพก "เครื่องบันทึกเสียงเอ็มพี 3" ไว้คอยบันทึกเสียงการสนทนาของพยาน ผู้เสียหาย และผู้ต้องหา เป็นการทำลายกำแพงตัวอักษรที่อาจทำให้หลายคนพูดไม่ออก ยามเห็นคนใช้กระดาษและปากกาคอยจดถ้อยคำระหว่างการสนทนา
ปิดท้ายด้วย "แว่นตาไฮเทค" สำหรับถ่ายวิดีโอและบันทึกเสียง...ใครมองผ่านๆ อาจคิดว่าเป็นแว่นกันแดดสีดำธรรมดาๆ แต่ที่ไหนได้กลับมีลูกเล่นแพรวพราวเพียงกดๆ ที่ก้านแว่นเรื่องราวตรงหน้าก็จะถูกบันทึกไว้ทันที
"ขบวนการค้ายาเสพติดสมัยนี้ มีความก้าวหน้ามาก ของ (ยาเสพติด) และเงินไม่ได้ยื่นหมูยื่นแมวเหมือนเมื่อก่อน แต่จะมีการเจรจาตกลงก่อน แล้วถึงจะให้ไปเอายาเสพติดอีกที่หนึ่ง การบันทึกภาพและเสียงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย จะเป็นแนวทางการสืบสวนได้อย่างหนึ่ง ต้องยอมรับว่าตอนนี้ขบวนการค้ายาเสพติดมีความซับซ้อน และแพร่ระบาดไปทั่ว" พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์เล่าถึงรูปแบบการก่ออาชญากรรมที่ซับซ้อน จึงต้องเรียนรู้การใช้เทคโนโลยี เพื่อมาปรับใช้ให้เท่าทันกัน
จากประสบการณ์การทำงานที่คลุกคลีกับยอดตำรวจนักสืบขั้นเทพมาหลายยุคหลายสมัย...ตั้งแต่ยังเป็นแค่ ร.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน เมื่อปี 2533 นายตำรวจหนุ่มได้เรียนรู้ว่าตำรวจสืบสวนสมัยนั้น ใช้ประสบการณ์และฝีมือล้วนๆ ในการสืบสวนคลี่คลายคดี กระทั่งเติบโตก้าวหน้าตามสายงานครองยศ พ.ต.อ.จึงต่อยอดความคิดเชิงสืบสวน ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาผสมผสาน และมีการจัดหาอุปกรณ์ไฮเทคมาไว้ใช้สอย โดยใช้ทุนทรัพย์ของตัวเอง
"ยามว่างผมก็จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือสืบสวนใหม่ๆ ตามเว็บไซต์ที่จำหน่ายอุปกรณ์สืบสวน การทำงานของผมจะพ่วงกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วย คือ เราต้องพัฒนาตัวเอง ทำทุกอย่างด้วยตนเอง ทั้งพิมพ์งาน ส่งอีเมล ตอนนี้ท่านผู้บัญชาการ (พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น.) ก็เล็งเห็นความสำคัญด้านเทคโนโลยี อย่างเอสเอ็มเอสจับโจร ผมก็ปลื้มใจที่ท่านเห็นคุณค่าตรงนี้" ผกก.สส.น.7 บอกด้วยรอยยิ้ม
เวลาออกปฏิบัติหน้าที่นายตำรวจสืบสวนไฮเทคจะพกอุปกรณ์สืบสวนติดตัวไปด้วยเสมอ มีไม่น้อยที่คดีสำคัญคลี่คลายลงด้วยเครื่องมือไฮเทคเหล่านี้ อย่างคดีล่าสุด "ฆ่าสาวอัมรินทร์" น.ส.อรอัจฉรา พรหมผลิน ในเครืออมรินทร์พริ้นติ้ง วัย 27 ปี ที่ถูกคนร้ายแทงและปาดคอเสียชีวิตภายในอพาร์ตเมนต์ย่านตลิ่งชัน เมื่อกลางดึกวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ก็ได้รับการคลี่คลายด้วยเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน
"ท้องที่รับแจ้งเหตุ แต่ไม่รู้ว่าคนร้ายคือใคร ผมจึงเอาภาพมาดูกัน จนพบว่ามีจุดอยู่จุดหนึ่งตรงบานประตูห้องของผู้ต้องสงสัย น่าจะเป็นคราบเลือดที่เช็ดแล้ว จึงให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) มาตรวจดูว่าตรงกับดีเอ็นเอของผู้เสียหายหรือไม่ เรื่องสถานที่เกิดเหตุสำคัญมาก หากต้องไปเป็นสิบเที่ยวก็ต้องไป เพื่อค้นหาพยานหลักฐาน เพราะคนร้ายต้องทิ้งหลักฐานไว้"
ผลงานจากการสืบสวนคลี่คลายคดีต่างๆ รวมถึงแนวคิดการใช้อุปกรณ์ไฮเทคเข้ามาช่วยในการสืบสวนนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่า พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ เกิดแนวคิดจากกิจกรรมยามว่างที่ชอบดูซีรีส์หนังแนวสืบสวนนั่นเอง
"ซีเอสไอ" (Crime Scene Investigation : CSI) หรือ "ไขปริศนา" คือ ซีรีส์หนังดังในดวงใจของนายตำรวจนักสืบผู้นี้ โดยซีเอสไอเป็นภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวนที่สร้างจากเรื่องจริง โดยยกตัวอย่างคดีดังๆ ที่เกิดขึ้นตามเมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ดำเนินเรื่องจากการทำงานของทีมนักนิติเวชวิทยา ภายใต้สถาบันซีเอสไอ โดยซีซั่นแรกของซีเอสไอเกิดขึ้นในลาสเวกัส ต่อมามีการเปลี่ยนฉากไปตามเมืองอื่นๆ เช่น CSI : Miami (ซีเอสไอ ไมอามี) และ CSI : NY (ซีเอสไอ นิวยอร์ก) ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยงานนี้จะสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตที่เป็นปริศนา ผิดธรรมชาติ บางครั้งก็น่าสยดสยอง เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง และความเป็นมาของผู้เสียชีวิต นอกจากนี้ พวกเขายังสอบสวนอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ ด้วย
"ผมว่าหนังเรื่องนี้น่าสนใจ นักสืบควรดู เวลาว่างๆ เวลานอนไม่หลับ เครียดๆ ก็จะเปิดดู มันช่วยให้ผ่อนคลาย แถมได้ความรู้และนำมาเป็นแนวทางการทำงานสืบสวนได้"
ดูละครแล้วย้อนดูตัวเองก็คงใช้ได้ดีกับ พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน เพราะซีรีส์ดังสร้างแรงบันดาลใจให้เป็นนักสืบที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ด้วยความเชื่อที่ว่างานสืบสวนไม่มีใครเก่งกว่าใคร มีแต่คนขยัน อดทน และคิดบวก ขณะเดียวกันก็น่าเสียดายที่ตำรวจนักสืบกำลังจะสูญพันธุ์ ด้วยความที่ต้องทำงานหนักและเสี่ยง ทว่าความก้าวหน้าในหน้าที่การงานกลับไม่มี ?!!
ทีมข่าวรายงานพิเศษ : เรื่อง
นัทพล ทิพย์วาทีอมร : ภาพ



