
ทบ.เตรียม'150กองร้อย'รับมือน้องน้ำ!
'ทบ.'เตรียม'150 กองร้อย' ช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วม 'ยิ่งลักษณ์' รับปากจะแก้ไขเรื่องงบสำรองจ่าย วอน'ป.ป.ช.'ชะลอแจงข้อหา ศอฉ. ชี้10คดีในศาลเพียงพอชี้ผิดถูก
19 ก.ย.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการช่วยเหลือน้ำท่วมว่า ได้เตรียมกำลังพลจำนวน 150 กองร้อยทั่วประเทศ ซึ่งตนได้เรียน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ช่วยดูแล สนับสนุนเรื่องงบประมาณ เพราะบางครั้งมีการสำรองจ่ายงบประมาณไปก่อน และเมื่อถึงเวลาต้องไปเบิกทดแทนมาจากทางจังหวัด หรือหน่วยงานของรัฐบาล แต่มักจะติดขัดหรือมีปัญหา เมื่อจังหวัดใดหรือพื้นที่ใดยังไม่ประกาศภัยพิบัติจะไม่สามารถใช้งบประมาณได้ ซึ่งตรงนี้นายกฯได้รับปากว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ให้ได้ เมื่อทหารออกไปปฏิบัติงานกันมากก็จะไม่มีเงินสำรองจ่าย เพราะทหารออกไปจะต้องมีค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าใช้จ่ายต่างๆ ถ้าเป็นประเทศอื่นทหารไม่ได้ออกไปง่ายๆแบบนี้ จะต้องรอคำสั่ง แต่เราเห็นว่าประชาชนเดือดร้อนและทหารมีความพร้อมอยู่แล้ว ตนได้สั่งเป็นนโยบายชัดเจน ว่าทหารต้องออกไปช่วยเหลือประชาชนโดยไม่ต้องสั่งการ เพราะคนที่สั่งทหารได้คือประชาชนที่เดือดร้อน ถ้าประชาชนหรือเจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าฯ หรือนายอำเภอขอความช่วยเหลือมาก็ต้องออกไปช่วย
วอน"ป.ป.ช."ชะลอแจงข้อหา ศอฉ. ชี้ 10 คดีในศาล เพียงพอชี้ผิดถูก
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เตรียมรวบรวมคำไต่สวนของศาล จากผลการชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมในเหตุการณ์กระชับพื้นที่ เพื่อจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพิ่มเติม ว่า ต้องตรวจสอบอีกทีเพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทั้งหมดก็เป็นขั้นตอนการไต่สวนเพราะมีการไปร้องเรียนว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ในขั้นตอนเหล่านี้เจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวอ้าง หรือ กล่าวถึง ว่าทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น แต่เจ้าหน้าที่เองยังไม่มีโอกาสในการชี้แจงเลย เป็นการไต่สวนข้างเดียวฝ่ายเดียว แต่หากเข้าไปในกระบวนการแล้ว เราก็จะนำหลักฐานพยานต่างๆ ที่มี ไปต่อสู้ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การต่อสู้มี 3 ศาล และเราเคารพกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตนได้กำชับไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาว่าต้องอดทน ต้องมีความเชื่อมั่น ว่าทำในสิ่งที่ถูกต้อง คือการปฏิบัติที่ทำตามคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย เหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง ก็รู้กันอยู่ว่ามีคนใช้อาวุธซึ่งจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องป้องกันตัวเอง ก็ต้องต่อสู้กันไป ในกระบวนการยุติธรรม ตนไม่ได้หนักใจ แต่กังวลใจว่าผู้ใต้บังคับบัญชาจะไม่เข้าใจ ถ้าเราทำงานอย่างตั้งใจและมุ่งหวังให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ก็ต้องไปสอบสวนว่าใครเป็นคนทำ พร้อมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทหารก็เป็นประชาชน เขาออกไปทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ พ่อ แม่ และญาติพี่น้องเขาก็มาชุมนุม ถามว่าเขาจะไปทำร้ายคนเหล่านั้นได้อย่างไร ตนจึงคิดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ หรือมีเจตนาจะทำร้ายใครทั้งสิ้น แต่ต้องยอมรับความจริงว่ามีคนใช้ความรุนแรง จึงทำให้เกิดสถานการณ์ที่บานปลาย ต้องไปหามาว่าใครเป็นคนทำ
“วันนี้ศาลท่านได้ไต่สวนไปแล้วมีประมาณ 10 ราย ก็น่าที่จะเพียงพอที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไปก่อน ส่วนที่ใครจะไปทำอะไรต่ออีก ควรชะลอไว้ก่อน อยากให้เห็นใจผมในฐานะ ผบ.ทบ. และรับทราบเหตุการณ์มาทั้งหมด สถานการณ์วันนั้นทุกคนทราบดี และมีการสอบสวนไปครั้งหนึ่งแล้ว จนมีข้อสรุปว่าไม่ทราบว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด แต่วันนี้กลับมาบอกว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ผมก็ไม่เข้าใจ ว่าวิธีการสอบสวนต่างกันอย่างไร ในเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เป็นชุดเดิม บางครั้งคนที่อยู่ในการบวนการเหล่านั้นก็เป็นคนเก่า เพียงแต่เปลี่ยนหัวใหม่ แต่ปรากฏว่ากลับกันคนละข้าง ผมก็ไม่ได้อยากละเมิดใครเพราะเป็นอำนาจของท่านก็ทำไป ผมอยากให้สังคมให้ความเป็นธรรม ว่าวันนั้นกับวันนี้ กลับตาลปัตร เป็นคนละทาง สองทาง ทั้งในส่วนของพนักงานสอบสวนผู้ที่ทำสำนวน ส่วนใหญ่ก็รู้จักกันทั้งนั้น บางคนก็อยู่ใน ศอฉ. ด้วย วันนั้นพูดทำให้พวกเราสบายใจในการทำงาน วันนี้คนเดียวกัน แต่กลับมาพูดอีกแบบหนึ่ง ผมก็เสียใจ แต่ก็ไม่ได้ไปว่าท่าน ถือเป็นอำนาจของท่าน ซึ่งเราก็ไม่ได้ปฏิบัติอะไรที่นอกกฎหมายอยู่แล้ว 10 คดีที่อยู่ในศาลมันเพียงพอแล้วเพื่อที่จะไปต่อสู้ชี้ถูกได้แล้ว ไม่เช่นนั้นสังคมจะไขว้เขวไปหมด อย่างอื่นขอร้องให้หยุดกันก่อน ได้พูดคุยกับกำลังพล ไม่ต้องกลัว ผู้บังคับบัญชาจะดูแลเป็นอย่างดี ถ้าเราทำด้วยเจตนาดีก็ต้องได้รับการตอบแทนที่ดี” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจาการปฏิบัติหน้าที่มีความคืบหน้าทางคดีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้สื่อช่วยไปเร่งให้ และถามให้ด้วยว่าคดีในส่วนของทหารเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ชุมนุมปี 53 เหตุการณ์น้ำท่วมปี 54 และ ช่วยภัยแล้งปี 55 ก็เป็นทหารชุดเดียวกันทั้งหมด ต้องเข้าใจเขาว่าใครสั่งเขาก็ต้องทำ และมีหลักการว่าต้องปฏิบัติภารกิจให้เสร็จถึงจะกลับเข้ากรมกองได้ ต้องดูความเป็นจริงว่าเมื่อปี 53 หากไม่มีการใช้อาวุธทหารก็ไม่นำอาวุธออกไป อยากให้ความเป็นธรรมกับทหารด้วย อยากฝากถึงสื่อมวลชนไปถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เกี่ยวกับทหาร เพราะตนไม่สามารถไปถามได้เพราะเป็นข้าราชการ บางอย่างที่อยากพูดก็พูดไม่ได้ ที่ไม่พูดไม่ได้เป็นเพราะไม่กล้าหรือกลัว หรือมีผลประโยชน์



