
'ปู'ปัดยุบสภาพร้อมแจงกู้2ล้านล.
'นายกฯ' บอกยังไม่เห็นสาเหตุการยุบสภา ยันเปิดให้ฝ่ายค้านซักฟอกกม. 2 ล้านล.เต็มที่ เรียกประชุมโครงการ 2 ล้านล้านพรุ่งนี้ เตรียมทำโร้ดโชว์ทั่วประเทศ
19 ก.ย. 56 เมื่อเวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ พ.ศ. ....หรือ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท วาระ 2
โดยนายกฯได้ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมว่า ยืนยันว่าจะเปิดกว้างให้ฝ่ายค้านได้อภิปรายอย่างเต็มที่ ซึ่งได้มีผู้แปรญัตติ 100 กว่าคน เราก็จะให้เวลาอย่างเต็มที่ และถ้าไม่ติดภารกิจอะไรตนก็จะอยู่ฟังการประชุมตลอด ความจริงก็อยู่ฟังบริเวณสภาฯอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่ได้เห็นอยู่ในห้องประชุมเท่านั้น แต่สามารถได้ยินสิ่งที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายตลอดเวลาอยู่แล้ว ส่วนข้อกังวลเรื่องการตีรวนของฝ่ายค้านนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าการประชุมสภาฯอยู่ในกรอบกติกา ทุกฝ่ายก็ต้องอดทน และชี้แจงข้อมูลอย่างเต็มที่
เมื่อถามว่ายืนยันว่าจะไม่ยุบสภา หากกฎหมายเงินกู้ฉบับนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราพยายามเสนอโครงสร้างการลงทุนในอนาคต ซึ่งพ.ร.บ.ฉบับนี้คือการลงทุนที่ก่อให้เกิดรายได้ ดังนั้นจึงยังไม่เห็นสาเหตุใดที่จะยุบสภา ก็คงทำไปตามขั้นตอน
นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงการหารือกับสมาคมธนาคารไทยเมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า ตัวแทนสมาคมธนาคารไทยก็อยากเห็นการลงทุน โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเป็นการลงทุนที่ก่อให้เกิดรายได้ ตนจึงได้ถือโอกาสอธิบายความจำเป็นในการออกเป็น พ.ร.บ.เงินกู้ ว่าต่างกับการใช้งบประมาณปกติอย่างไร เพราะการใช้งบประมาณปกตินั้น ถ้าพูดง่ายๆ ก็เหมือนกับเรามีเงินเดือนต่อเดือนที่ชัดเจน และรู้ว่าในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ทั้งค่าบ้าน ค่ารักษาพยาบาล ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็จะเหลือเงินอีกก้อนหนึ่งที่ไม่มากนักที่จะเอาไปปรับปรุงต่อเติมบ้านในแต่ละปี ซึ่งบ้านบางหลังก็เก่ามาก หรืออาจอยากปรับปรุงห้องน้ำ 3 ห้อง แต่ทำได้เพียงแค่ห้องเดียวในแต่ละปี
"แต่สำหรับการใช้ พ.ร.บ.เงินกู้ เปรียบเหมือนเราขอกู้ธนาคารทีเดียวเลย เพื่อจะได้ปรับปรุงบ้านทั้งโครงสร้าง เพราะการต่อเติมทีละนิดหน่อย โครงสร้างบ้านอาจจะรองรับไม่ได้ ส่วนเงินที่กู้มาทั้งก้อน ก็จะต้องมีการเบิกจ่ายตามงวด อย่างเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ก็ทยอยเบิกจ่าย 7 ปี ซึ่งทางธนาคารที่ให้กู้ เขาก็ต้องคำนึงถึงภาวะทางด้านการเงิน และวินัยการเงินการคลังด้วย ซึ่งรัฐบาลก็ได้รักษาวินัยการเงินการคลังมาตลอด โดยเฉพาะเรื่องสัดส่วนของหนี้สาธารณะประมาณ 60% วันนี้รัฐบาลได้ขีดไว้และพยายามรักษาวินัยว่าหนี้สาธารณะต้องไม่เกิน 50%"
เรียกประชุมโครงการ 2 ล้านล้านพรุ่งนี้ เตรียมทำโรดโชว์ทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ (พ.ร.บ.กู้เงินฯ) วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ว่าช่วงเวลา 14.25 น. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาฯ ซึ่งทำหน้าที่ประธานสภาฯในขณะนั้นได้กดออดเรียกส.ส.เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ “คำปรารภ” ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ได้ลงมานั่งรวมอยู่กับกลุ่มส.ส.พรรคเพื่อไทย และใช้เวลานั่งอยู่ประมาณ 10 นาที ก็ออกจากห้องประชุมหลังจากการลงมติ แต่ทั้งนี้นายกฯไม่ได้ไปนั่งในที่นั่งของนายกรัฐมนตรีที่อยู่ด้านบนแต่อย่างใด แต่กลับเข้าห้องทำงานของนายกรัฐมนตรีภายในรัฐสภาทันที ซึ่งในการประชุมสภาวันนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ จะเข้ามาในห้องประชุมเมื่อมีการเรียกองค์ประชุม และยังไม่ได้กล่าวอะไรในห้องประชุมเลยแม้แต่ประโยคเดียว
อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (20 ก.ย.) ที่มีการยกเลิกการประชุมครม.สัญจร ที่จังหวัดลพบุรี เพื่อเปิดทางให้รัฐมนตรีร่วมประชุมสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมข้มูล แต่ปรากฏว่านายกรัฐมนตรียังคงมีภารกิจ โดยสำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งวาระงานของทำเนียบรัฐบาลว่า ในเวลา 09.00 น. ข้าราชการและลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุราชการของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประจำปี 2556 จะเข้าอำลาและถ่ายภาพร่วมกับนายกรัฐมนตรี ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า และจากนั้นเวลา 14.00 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมโครงการ 2 ล้านล้านบาท ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งตรงกับเวลาในการประชุมสภาฯเพื่อพิจารณาร่างพรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท วันที่ 2
โดยนายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเนชั่นว่า ที่นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมโครงการ 2 ล้านล้านบาทในวันพรุ่งนี้นั้น เพื่อรับทราบและติดตามความพร้อมในการจัดโรดโชว์โครงการ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะจัดในจังหวัดที่จะมีมูลค่าเพิ่มจากโครงการ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐบาลจะมีการคิกออฟกิจเปิดตัวกรรมโร้ดโชว์โครงการ 2 ล้านล้านบท ในวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาลก่อนที่จะมีการสัญจรไปยังจังหวัดต่างๆ ซึ่งจะเริ่มในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้
ส่วนที่ว่าทำไมเลือกจัดประชุมในวันที่มีสภามีการประชุมสภาพิจารณาร่างพรบ. 2 ล้านล้านบาท วาระที่สอง โฆษกฯ กล่าวว่า นายกฯจะวิ่งไปวิ่งมาจากสภามาทำเนียบ เพราะใช้เวลาประชุมไม่นาน ส่วนที่เลือกวันที่ 20 ก.ย. เนื่องจากนายกฯมีภารกิจมาก วันจันทร์ที่ 23 ก.ย. คิวแน่น ส่วนวันอังคารที่ 24 ก.ย. มีประชุมครม.และแถลงผลงาน 1 ปีของรัฐบาล
สั่ง 'ประยุทธ์' หาข้อเท็จจริงเหตุไฟใต้รุนแรง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วยพล.อ. อุดมเดช สีตบุตร เสนาธิการทหารบก เสธ.ทบ.และนายทหารระดับสูงลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ตนจะไปตรวจเยี่ยมที่ จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งการให้ติดตามข้อเท็จจริงถึงสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ว่าเกิดจากการกระทำของผู้ก่อเหตุความรุนแรง เกิดจากภัยแทรกซ้อน หรือความขัดแย้งในพื้นที่ เพราะขนาดนี้ยังมีหลายเหตุการณ์ที่น่าสงสัย
นอกจากนี้อาจจะพบปะกับมวลชน ที่เข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐในการแก้ไขปัญหาภาคใต้ ในการแก้ไขปัญหาภาพรวมมีแนวโน้ม และมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ซึ่งเรามองในหลายมิติไม่ใช่เฉพาะความรุนแรงอย่างเดียว แต่มองไปถึงการรับรู้ของต่างประเทศ ที่ผ่านมานายกฯได้เดินทางไปร่วมประชุมกับประเทศที่เกี่ยวข้องกับองค์การมุสลิมโลก (โอไอซี) ซึ่งตนทราบข้อมูลมาว่าการประชุมโอไอซีปีนี้ ทีเกี่ยวกับเรื่องภาคใต้ที่จะเข้าไปในที่ประชุม เป็นข้อมูลที่ดีทั้งสิ้น
"การแก้ไขปัญหาจะประสบความสำเร็จได้ไม่ใช่เราอย่างเดียว ต้องอาศัยมิตรประเทศและความเข้าใจขององค์กรระหว่างประเทศ ที่จับตามองเราอยู่ ความสำเร็จของเราวันนี้คือไม่ทำให้องค์กรเหล่านี้เกิดความไม่สบายใจ และไม่มีประเทศอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง หรือช่วยแก้ไขปัญหา ในลักษณะที่ใช้กองกำลัง ซึ่งจะสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดเหตุการณ์บานปลาย แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือเรื่อง ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้การปฏิบัติงานทางด้านทหารโดยเฉพาะการใช้กำลังมีความแตกต่างกับต่างประเทศ เพราะเป็นการดำเนินการข้อมูลทางด้านการข่าว และเป็นการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุม ซึ่งการปะทะทุกครั้งกับผู้ที่มีหมายจับ และมีการใช้อาวุธต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ อีกทั้งยังมีการสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ เอาไว้ใช้ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย แม้จะมีข่าวปล่อยว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งประชาชนชาวไทยพุทธ และไทยมุสลิม สูญเสียเป็นความผิดพลาดของผู้ก่อเหตุรุนแรง ส่วนผู้นำมุสลิมที่เสียชีวิตจากฐานข้อมูลทางด้านการข่าวคนเหล่านั้นมาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการช่วยแก้ไขปัญหา ผมอยากขอร้องหยุดทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ และหยุดทำร้ายเจ้าหน้าที่เพื่อที่จะได้มาพูดคุยกันให้รู้เรื่อง"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การพูดคุยของกระบวนการสันติภาพคงต้องดำเนินการต่อไป เพราะเป็นอีกภาพหนึ่ง ที่ต้องการทำให้ต่างชาติเข้าใจ แต่ผลการพูดคุยคงอีกนาน อย่าไปวิตกกังวลว่าเราจะไปเพลี้ยงพล้ำ เพราะเจ้าหน้าที่ของเรามีขีดความสามารถเพียงพอและมีหลักการในการพูดคุย ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาต้องฟังคนในสามส่วนด้วยกัน ทั้งคนในพื้นที่ คนนอกพื้นที่ และต่างประเทศ ซึ่งทุกอย่างเราต้องทำตามกฎหมาย ตามกรอบรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายระหว่างประเทศที่จะต้องระมัดระวังในทุกๆ ด้าน อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ก่อเหตุมีความเห็นต่าง ใช้ศาสนามาเป็นเครื่องมือในการสร้างมวลชนต่อสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนน้อย ที่ไม่ได้มารบกันทั้งเมืองเป็นแค่บางพื้นที่ ถือว่ามีช่องว่างให้กลุ่มผู้ก่อเหตุสามารถปฏิบัติการนอกจากเป็นพื้นที่ที่กระจัดกระจาย ซึ่งพยายามจะลดช่องว่างตรงนั้นให้ได้ โดยจะมีการปรับโครงสร้างของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เพื่อที่จะได้บูรณาการให้ทุกหน่วยงานทำงานสอดคล้องกันเพื่อที่จะได้ไม่ซ้ำซ้อน และใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า
ขอเวลาสอบข้อเท็จจริงนายทุนตุนยาง 27 ล้านกก.
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมสภาฯ ถึงกรณีที่ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชระบุมีนายทุนกักตุนยางพารา 27 ล้านกิโลกรัม เพื่อหวังผลกำไร ว่า คงต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ในส่วนของยางพารานั้น เราพยายามแก้ปัญหาในทุกกลุ่ม และทุกมิติ เพื่อแก้ปัญหาให้ครบวงจรตั้งแต่ผู้ปลูกสวนยาง เจ้าของสวน คนกรีดยาง ผู้รับซื้อยางเพื่อไปขาย แปรรูป หรือส่งออก และผู้ที่ซื้อไปผลิต ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ก็แก้ไปทีละขั้นตอน กลุ่มไหนที่ยังต้องการให้รัฐเข้าไปแก้ปัญหา ก็ขอให้ใช้เวทีการพูดคุย รัฐบาลยินดี วันนี้ทางผู้ว่าฯก็พยายามใช้กลไกการพูดคุย และเจรจากับผู้ชุมนุม
ห่วงสถานการณ์น้ำท่วม 'พิษณุโลก-พิจิตร-บางบาล'
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ขณะนี้ ว่า วันนี้ (19 ก.ย.) ทางคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) จะมีการประชุมกันเรื่องการแจ้งเตือน และนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน กบอ.ก็จะลงไปสำรวจและติดตามในพื้นที่ด้วย ซึ่งพื้นที่ที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยง คือพื้นที่ท้ายเขื่อน แต่เราก็ได้ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดเวลาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามพื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกระทบมากที่สุด คือภาคเหนือตอนกลาง และตอนล่าง เช่น จ.พิษณุโลก และ จ.พิจิตร โดยเฉพาะ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่สุด และอาจมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จึงได้สั่งการให้ทางจังหวัดเข้าไปเตรียมการล่วงหน้าเพื่อที่จะดูแลช่วยเหลือประชาชน
"ถ้าดูระดับน้ำในเขื่อนจริงๆ แล้ว ยังไม่น่าเป็นห่วง ยังสามารถที่จะรองรับได้อยู่ แต่ปัญหาวันนี้คือฝนตกใต้เขื่อน ทำให้กักเก็บน้ำไม่ได้ ซึ่งทาง กบอ.ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ เพราะพื้นที่ท้ายเขื่อนส่วนใหญ่ก็จะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่น้ำท่วมทุกปี ซึ่งในเบื้องต้นเราก็ได้ทำเรื่องระบบป้องกันน้ำไปได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ก็อาจจะมีน้ำท่วม ดังนั้นเราก็ต้องเร่งเข้าไปดูแลช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว" นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า สำหรับในพื้นที่ กทม.นั้นก็ต้องดูทั้งระบบ ทั้งคูคลอง และการลอกท่อ แต่โจทย์ของเราคือไม่อยากให้น้ำมาถึง กทม.แล้วค่อยมาพูดเรื่องการระบาย วันนี้ทาง กบอ.จึงได้เร่งป้องกันในส่วนของต้นน้ำ และกลางน้ำ เพื่อให้น้ำระบายไปยังพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เช่น แม่น้ำ และทะเล เพื่อลดผลกระทบกับพื้นที่ กทม.ให้มากที่สุด



