ข่าว

ยอดเหยื่อพายุเม็กซิโกพุ่ง80คน

ยอดเหยื่อพายุเม็กซิโกพุ่ง80คน

19 ก.ย. 2556

ยอดเหยื่อพายุในเม็กซิโก เพิ่มเป็น 80 คนแล้ว นักท่องเที่ยวหลายพันคนติดอยู่ในเมืองตากอากาศ หลายคนต้องนอนข้างถนนเพราะเงินหมด และกลับบ้านไม่ได้




         วันที่ 19 ก.ย.56 ศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติของสหรัฐ หรือ NHC ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริด้า รายงานเมื่อเวลา 11.01 น. ตามเวลามาตรฐาน หรือราว 07.01 น. ตามเวลาในไทยของวันนี้ว่า พายุโซนร้อน มานูเอล ได้ทวีความแรงลมเป็นพายุเฮอร์ริเคน และเคลื่อนตัวอยู่นอกชายฝั่งแปซิฟิก ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอัลตาล่า ของเม็กซิโก ด้วยความเร็วลมเกือบ 115 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนจะพัดเข้าสู่แผ่นดินภายในวันนี้ ที่คาดว่าจะทำให้เกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ในเม็กซิโก และประชาชนต้องเผชิญความเดือดร้อนมากขึ้น หลังจากเพิ่งเผชิญพายุ 2 ลูก เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

          ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุจากพายุโซนร้อนอิงกริด และมานูเอล ได้เพิ่มเป็น 80 คนแล้ว เมื่อวันพุธขณะที่พื้นที่ถูกตัดขาดหลายแห่ง เริ่มรายงานยอดผู้เสียชีวิตและความเสียหายต่อโลกภายนอกทางการเม็กซิโก ระบุว่า การเกิดดินถล่มจำนวนมากในพื้นที่ตากอากาศบริเวณภูเขา อะกาปุลโกที่อยู่ทางเหนือของประเทศ อาจทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงกว่านี้

          นายมิเกล อังเคล โอโซเรียว ชอง รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ทางการสามารถเข้าถึงหมู่บ้าน ลา ปินตาดา ที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก โดยเฮลิคอปเตอร์และอพยพผู้ที่ติดอยู่จำนวน 35 คน โดยทางอากาศ และพบว่า ในจำนวนนี้มีอยู่ 4 คน ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากดินถล่ม แต่ยังไม่พบศพ แม้ว่าจะมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 คน

          นายโอโซเรียว ชอง เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า เมื่อดูจากภาพถ่ายแล้ว สถานการณ์ไม่ดีนัก แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากดินถล่ม ซึ่งมีความรุนแรงมากและถล่มบ้านไปหลายหลัง นายเอดิเบอร์โต ทาบาเรส นายกเทศมนตรีเมืองอะโตยัค เปิดเผยต่อสถานีโทรทัศน์ มิเลนิโอ ว่า พบผู้เสียชีวิตแล้ว 18 ศพ และเป็นไปได้ว่ายังมีคนที่ถูกฝังอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลบริเวณภูเขาอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเมืองอะโตยัค เป็นเมืองชนบทห่างไกลไปทางตะวันตกของเมืองอะกาปุลโก 70 กิโลเมตร และทางเข้าที่มีถนนทางหลวงเพียงเส้นทางเดียว ได้เสียหายหลายส่วนเพราะดินถล่มและน้ำท่วม

          ด้านสำนักงานป้องกันภัยพลเรือน ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตได้เพิ่มจาก 60 คน เป็น 80 คน ภายในวันเดียว แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่นอกเหนือจากนี้ ที่เมืองอะกาปุลโก ต้องเผชิญฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วัน ทำให้นักท่องเที่ยวที่ผิดหวังที่จะได้ตากอากาศพยายามเดินทางออก ส่วนประชาชนหลายแสนคน กลับไปดูบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และยังจมอยู่ในน้ำ

          กระทรวงขนส่ง ระบุว่า ทางการจะสามารถเคลียร์ถนนทางหลวงให้ใช้การได้อย่างเร็วที่สุดในวันศุกร์เนื่องจากเป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างเมืองอะกาปุลโกกับโลกภายนอก แต่ประชาชนยังคงต้องเผชิญน้ำท่วมสูงถึงเอว และกำลังต้องการอาหาร น้ำดื่มและสิ่งของจำเป็นอื่น ๆ หลายคนพยายามจับปลาจากน้ำที่ขุ่นข้นไปด้วยโคลน และบอกว่า ถ้าไม่สำเร็จก็คงต้องหาอย่างอื่นรองท้องไปก่อน

          บ้านเรือนราษฎรเสียหายหรือถูกทำลายไปราว 35,000 หลังคาเรือน สะพานขาด น้ำในแม่น้ำหลายสายไหลทะลักเข้าท่วมพ้นที่อยู่อาศัยของประชาชน แม่น้ำปาปากาโย่ มีความสูงมากกว่า 60 ฟุตและท่วมสะพานจนมิด ทหารต้องเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่อิดโรยหลายพันคน ที่อะกาปุลโก ที่อยากจะอพยพโดยเครื่องบินทหารหรือเครื่องบินพาณิชย์ของสายการบินแอโร่เม็กซิโกไปจากเมืองให้เร็วที่สุด ซึ่งบางคนบอกว่า ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อน้ำดื่ม และโรงแรมก็ไม่ยอมให้พัก ทำให้ต้องนอนตามยถากรรมที่บริเวณประตูด้านหน้าของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่ปิดล็อก ไปจนกว่าจะโดนไล่ที่อีก มีไม่กี่คนที่อาศัยนอนใต้ร่มชายหาดที่สามารถบังแดดได้ มีหลายคนอาศัยนอนใต้ร่มเงาที่มีอยู่ไม่มากนัก ท่ามกลางสุนัขจรจัด ทหารพยายามเดินแจกอมยิ้ม เพื่อบรรเทาความไม่พอใจของนักท่องเที่ยวที่ร้องเรียนว่า ต้องอยู่อย่างปราศจากกระแสไฟฟ้าและน้ำประปานาน 48 ชั่วโมงแล้ว ทั้งยังกลับบ้านไม่ได้อีก และตอนนี้เพียงต้องการร่มเงาและข่าวสารคืบหน้าเท่านั้น

          กระทรวงขนส่งระบุว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางออกจากอะกาปุลโกแล้ว 5,300 คน โดย 49 เที่ยวบินเมื่อบ่ายวันพุธ และเชื่อว่ายังติดอยู่ในเมืองอีก 4 หมื่น ถึง 6 หมื่นคน และกำลังไม่พอใจอย่างมากที่ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนและไม่สามารถกลับบ้านได้