ข่าว

คำแปรญัตติแบบ'กวนๆหนักๆ'จากปชป.

คำแปรญัตติแบบ'กวนๆหนักๆ'จากปชป.

19 ก.ย. 2556

เปิดคำแปรญัตติร่างพ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้าน แบบ'กวนๆหนักๆ'จากประชาธิปัตย์ : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์รายงาน

               วันพฤหัสบดีนี้ ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินสองล้านล้านบาท เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ได้ฤกษ์เข้าสภา ร่างกฎหมายนี้สำคัญขนาดไหน เห็นได้ชัดจากการที่รัฐบาลถึงกับต้องเลื่อนการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.ลพบุรี ออกไปก่อน เพื่อจะทุ่มสรรพกำลังที่มีในการรับมือกับฝ่ายค้านที่เตรียมขวางเรื่องนี้เต็มที่

               วิปรัฐบาลกำหนดว่าจะใช้เวลาประชุมสภา 2 วัน เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ ขณะที่ฝ่ายค้านบอกว่า เป็นไปไม่ได้ และมีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างนั้น

               บรรยากาศการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ น่าจะไม่แตกต่างจากการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.ที่เพิ่งเสร็จไป ซึ่งใช้เวลานานถึง 12 วัน ในการพิจารณาร่างกฎหมาย 13 มาตรา

               สำหรับร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มีทั้งหมด 19 มาตรา ตามรายงานของคณะกรรมาธิการ มีผู้เสนอคำแปรญัตติทั้งหมด 143 คน แน่นอนส่วนใหญ่คือ ส.ส.ประชาธิปัตย์ เมื่อพลิกดูรายละเอียดคำแปรญัตติที่คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย พบว่า ส.ส.ประชาธิปัตย์ ได้แปรญัตติกันละเอียดยิบตั้งแต่ชื่อร่าง พ.ร.บ. และนอกจากคำแปรญัตติเกี่ยวกับเนื้อหาสาระหนักๆ แล้ว ยังมีคำแปรญัตติแบบ "กวนๆ" ที่ไม่ค่อยได้เห็นกันอีกด้วย

               เช่น นายจุติ ไกรฤกษ์ ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมชื่อร่างพระราชบัญญัติ เป็นดังนี้ “ร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังรัฐบาลกู้เงินสองล้านล้านบาทเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยสร้างภาระหนี้เพิ่มห้าสิบปี" (เพิ่มข้อความในส่วนตัวหนาขีดเส้นใต้)

               นายเจือ ราชสีห์ กรรมาธิการจากพรรคประชาธิปัตย์ ขอสงวนความเห็น โดยขอให้เพิ่มเติมความในมาตรา 1 เป็นดังนี้ “มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ เพื่อความจำเป็นและเป็นธรรม"

               นายวัชระ เพชรทอง ขอแปรญัตติเพิ่มเติมความในมาตรา 1 เป็นดังนี้ “มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยไม่คำนึงถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"

               นายสาธิต ปิตุเตชะ ขอแปรญัตติเพิ่มเติมความในมาตรา 1 เป็นดังนี้ “มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไม่มีระเบียบวินัยทางการเงินและการคลัง เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ"

               นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ขอแปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมคำนิยามในมาตรา 3 ในส่วนของ “หน่วยงานเจ้าของโครงการ” ว่า หมายความว่า "หน่วยงานของรัฐที่ได้รับอนุมัติหรือได้รับมอบหมายให้ดำเนินการโครงการตามแผนงาน เพื่อการพัฒนาประเทศในทุกด้านอย่างยั่งยืนซึ่งจะปฏิบัติงาน โดยยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสตรวจสอบได้"

               นอกจากนี้ นายวัชระยังได้แปรญัตติให้มีการทำประชามติเรื่องการกู้เงินด้วย โดยเพิ่มไปในมาตรา 5 ว่า “ให้รัฐบาลต้องจัดทำประชามติจากประชาชนทั่วประเทศภายในหนึ่งร้อยวัน เพราะราชอาณาจักรไทยต้องเป็นหนี้มากมายมหาศาล รวมทั้งดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรวมเป็นเงินห้าล้านล้านบาท ซึ่งต้องชดใช้เป็นระยะเวลานานถึงห้าสิบปี (พ.ศ. 2613) การจัดทำประชามติตามวรรคสาม ให้เป็นภาระหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หากการลงเสียงประชามติมีผู้มาใช้สิทธิไม่ถึงกึ่งหนึ่งให้พระราชบัญญัตินี้ไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป”

               ในส่วนของคำแปรญัตติที่เป็นเนื้อหาหนักๆ นั้น ส.ส.ปชป.กลุ่มใหญ่ รวมทั้ง นายชวน หลีกภัย ได้แปรญัตติเพิ่ม “องค์กรภาคเอกชนที่ทำหน้าที่ในการต่อต้านการทุจริต” เข้ามาด้วย ซึ่งเป็นไปตามเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านร่าง พ.ร.บ.นี้ ว่า ตรวจสอบการใช้งบประมาณได้ยาก โดยระบุว่า “องค์กรภาคเอกชนที่ทำหน้าที่ในการต่อต้านการทุจริต” หมายความว่า ภาคี องค์กร เครือข่าย สถาบัน สมาคม มูลนิธิ คณะบุคคล หรือหน่วยงานเอกชนอื่นใดที่ทำหน้าที่ในการต่อต้านการทุจริต”

               และแปรญัตติเพิ่มข้อความว่า "ก่อนการดำเนินโครงการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้กระทรวงเจ้าสังกัดของหน่วยงานเจ้าของโครงการทำข้อตกลงด้านคุณธรรมกับองค์กรภาคเอกชนที่ทำหน้าที่ในการต่อต้านการทุจริต และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการให้สาธารณชนได้รับทราบ..." ซึ่งข้อมูลที่หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องเปิดเผยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการต่างๆ เช่น แผนการจัดซื้อจัดจ้าง, ขอบเขตของงาน, ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง, รายชื่อและราคาของผู้เสนอราคาทุกราย, รายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาและราคาที่ตกลงซื้อหรือจ้าง, รายละเอียดสัญญา

               ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการใดไม่เปิดเผยข้อมูล หรือเปิดเผยข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือขัดขวางต่อการเข้าถึงข้อมูลการดำเนินโครงการ หรือในกรณีที่องค์กรภาคเอกชนที่ทำหน้าที่ในการต่อต้านการทุจริตตรวจสอบแล้วพบว่า การดำเนินโครงการใดมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต ให้องค์กรภาคเอกชนที่ทำหน้าที่ในการต่อต้านการทุจริตรายงานต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณายกเลิกการดำเนินโครงการ

               นอกจากนี้ ส.ส.ประชาธิปัตย์จำนวนมากยังได้แปรญัตติแก้ไขให้ "นายกรัฐมนตรี" รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ จากเดิม "รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง" เป็นผู้รักษาการ

               อีกประเด็นที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์จำนวนมากแปรญัตติไว้ คือ มาตรา 5 เรื่องวงเงินกู้และกำหนดเวลาในการกู้เงิน โดยมีเสนอแปรญัตติทั้งจำนวนเงิน และระยะเวลา บางคนเปลี่ยนระยะเวลา บางคนเปลี่ยนวงเงิน บางคนให้กู้หลักแสนล้าน บางคนให้เป็นหลักล้านล้าน ขณะที่บางคนกำหนดวงเงินละเอียดยิบ เช่น นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ขอแปรญัตติให้กู้เงินได้ไม่เกิน "หนึ่งล้านสองแสนหนึ่งหมื่นหกพันเจ็ดร้อยเจ็ดสิบล้านบาท"

               ฝ่ายค้านประกาศไว้แล้วว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้ หากร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาไปได้ ฝ่ายค้านก็เตรียมสกัดต่อ โดยการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างกฎหมายนี้ขัดรัฐธรรมนูญ

               ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็น "ผลงานชิ้นโบแดง" ที่ใช้หาเสียงได้อีกหลายสิบปี จะผ่านออกมาได้หรือไม่ ต้องติดตาม!!

....................................

(หมายเหตุ : เปิดคำแปรญัตติร่างพ.ร.บ.กู้เงิน2ล้านล้าน แบบ'กวนๆหนักๆ'จากประชาธิปัตย์ : สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์รายงาน)