
'นายกฯ'เลี่ยงตอบ!เข้าฟังกู้2ลล.หรือไม่
'นายกฯ'เลี่ยงตอบจะอยู่สภาฟังอภิปราย 2 ล้านล้านหรือไม่ โยน'กรรมาธิการ'ชี้แจง พร้อมกับปัดตอบสถานการณ์น้ำท่วมทางภาคกลาง
18 ก.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมว่า เมื่อเวลา 09.00 น. นายกฯได้มอบโล่ให้กับคณะผู้บริหาร ครูและนักเรียนที่ได้รับรางวัลจากการประกวดวงโยธวาทิตชิงแชมป์โลก และจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ยืนรอสัมภาษณ์บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนายกฯ ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใดๆ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะชี้แจงร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ในสภาฯ ด้วยตัวเองหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หันมาตอบสั้น ๆ ว่า "อยู่ในชั้นกรรมาธิการ และเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการเป็นผู้ชี้แจง" จากนั้นนายกฯได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นในเวลาประมาณ 12.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลเพื่อมาร่วมประชุมรัฐสภา และช่วงบ่ายนายกฯพร้อมด้วยนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะพี่สาว ได้ไปเยี่ยมชมการจัดแสดงผลงานวิจัยการเชื่อมต่อกับสมองคอมพิวเตอร์ สำหรับผู้พิการทางสมองและเด็กพิเศษ ซึ่งเป็นผลงานของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล บริเวณห้องโถงอาคารรัฐสภา โดยมี ผช.ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ บุตรชายของ นางเยาวภา เป็นผู้ร่วมวิจัยด้วย ซึ่งนายกฯได้รับฟัง และชมการสาธิตการทำงานของระบบดังกล่าวด้วย และต่อมาได้เดินทางกลับเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาลในเวลา 14.00 น. เพื่อพบกับรมว.กลาโหมญี่ปุ่น
จากนั้นเวลา 14.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลไทยแลนด์เอเนอร์จี้อวอร์ด 2013 ให้กับภาครัฐและเอกชนที่ได้รับรางวัล 5 ด้าน จำนวน 72 ราย คือ 1.ด้านพลังงานทดแทน 2.ด้านอนุรักษ์พลังงาน 3.ด้านบุคลากร 4.ด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน และ 5.ด้านพลังงานสร้างสรรค์ ทั้งนี้ ในด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ประเภทของสื่อมวลชนนั้น มีตัวแทนจากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ในเครือเนชั่น เข้าร่วมรับรางวัลด้วย
โดยภายหลังงานมอบรางวัลฯ นายกฯ ยังคงปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งนายกฯถูกถามถึงสถานการณ์น้ำท่วมในบางจังหวัดของพื้นที่ภาคกลาง แต่นายกฯ ไม่ตอบคำถามและกล่าวเพียงว่า "เดี๋ยวพรุ่งนี้จะให้สัมภาษณ์"
"โฆษกเศรษฐกิจ"บอก"นายกฯ"ไม่จำเป็นต้องชี้แจง"กู้ 2 ล้านล้าน"
นายวิม รุ่งวัฒนะจินดา เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกด้านเศรษฐกิจ แถลงยืนยันการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้ 2 ล้านล้านบาท เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ที่มีข้อสังเกตว่าร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท มีขั้นตอนเตรียมการร่างกฎหมายชัดเจน และนำเข้าสู่การพิจารณา ตรวจสอบรายละเอียดในชั้นกรรมาธิการอย่างชัดเจน ซึ่งในขั้นตอนการแปรญัตติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สามารถอภิปรายในรายละเอียดได้ ซึ่งฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลยืนยันว่า การขอใช้เงินดังกล่าวไม่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อสังเกตของหลายฝ่ายระบุว่าร่างพ.ร.บ.กู้เงินไม่มีการกำหนดโครงสร้างที่จะใช้เงิน และบางส่วนโจมตีว่ารัฐบาลกระทำการทุจริตเชิงนโยบาย มีการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ตนชี้แจงว่าร่างพ.ร.บ.กู้เงินนั้น เป็นการขออนุมัติกรอบวงเงินในการดำเนินการ เมื่อสภาฯผ่านความเห็นชอบแล้ว จะต้องตั้งงบประมาณในร่างรายละเอียดของแต่ละโครงการที่จะขอใช้เงินว่า เงินจะถูกนำไปใช้เรื่องใดบ้าง โดยมีระยะเวลาดำเนินการใช้เงินคือ 7 ปี ไม่ใช่การนำไปใช้เพียงปีเดียว สำหรับข้อสังเกตว่าหากไม่สามารถดำเนินการในโครงการใดโครงการหนึ่งได้ แล้วงบประมาณที่เบิกจ่ายไปก่อนนั้นจะทำให้เกิดปัญหาการทุจริต รัฐบาลยืนยันว่าหากโครงการใดที่ไม่ได้ดำเนินการเงินงบประมาณจะไม่ถูกเบิกจ่ายแน่อน
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีจะชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯหรือไม่ นายวิม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปรับฟังข้อมูลที่สภาฯเท่านั้น ส่วนการชี้แจงรายละเอียดเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการ เพราะการอภิปรายอยู่ในกรรมาธิการแล้ว ไม่ใช่หน้าที่ของนายกรัฐมนตรี
ด้านนายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะตามธรรมเนียมปฏิบัตินั้นได้มีการตรากฎหมายให้อำนาจรัฐบาลสามารถกู้ยืมเงินได้นอกเหนือจากพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี อีกทั้งร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ไม่ใช่การใช้เงินแผ่นดินแต่เป็นการกู้เงินมาใช้ และการเบิกจ่ายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทนั้น จะทยอยดำเนินการในแต่ละโครงการตามลำดับขั้นตอน มีการศึกษาข้อกฎหมาย และต้องผ่านสำนักงบประมาณ ก่อนที่จะเสนอครม.พิจารณา อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เคยมีการดำเนินการกู้เงินลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง รวมทั้งสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ดังนั้นรัฐบาลจึงชอบธรรมที่จะเสนอกฎหมายกู้เงินดังกล่าว



