ข่าว

'ปลอดประสพ'มั่นใจน้ำปีนี้เอาอยู่!

'ปลอดประสพ'มั่นใจน้ำปีนี้เอาอยู่!

18 ก.ย. 2556

'ปลอดประสพ'มั่นใจสถานการณ์น้ำปีนี้เอาอยู่ จับตาการรวมตัวของพายุ 2 ลูกทำสถานการณ์เปลี่ยน ยันระดับน้ำในเขื่อนยังอยู่ภายใต้การควบคุม

                         18 ก.ย.56 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในปัจจุบันว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อว่าน้ำจะแล้งหรือน้ำจะท่วม   เนื่องจากมีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านประเทศไทย ตามที่ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา และจากอิทธิพลของของดีเปรสชั่นที่กำลังก่อตัวในทะเลจีนใต้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นพายุที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นลูกแรกของปีนี้  โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้ กบอ. ติดตามสถานการณ์พายุดังกล่าวอย่างใกล้ชิด รวมทั้งจับตาการรวมตัวของพายุ 2 ลูก ระหว่างดีเปรสชั่นกับพายุโซนร้อนพายุอูซางิ หรือที่เรียกว่า Fujiwhara Effect ที่อาจทำให้สถานการณ์เปลี่ยน หากช่วงดังกล่าวไม่มีอิทธิพลจากพายุลูกอื่น ๆ คาดว่าจะช่วยทำให้น้ำในเขื่อนต่าง ๆ ที่มีอยู่ในระดับต่ำมี ปริมาณน้ำสำรองมากขึ้น

                         "สำหรับปัญหาน้ำล้นตลิ่งในบางพื้นที่ เช่น ในพื้นที่จังหวัดอยุธยา  ไม่ใช่ปัญหาน้ำมาก แต่เป็นเพราะตลิ่งต่ำกว่าระดับน้ำสูงสุด   ซึ่งขณะนี้แต่ละเขื่อนมีการปล่อยน้ำตามปกติ  โดยทุกเขื่อนในประเทศไทย ยังสามารถรับน้ำได้ และโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมเหมือนปี 2554 เป็นไปได้น้อยมาก วันนี้ประเทศไทยได้ลงทุนด้านการจัดการน้ำไปกว่า 4.7 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง เพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยยันยืนว่าโครงสร้างใหญ่ อย่างเขื่อน และฝาย จำเป็นต้องเตรียมพร้อมเพื่อลดความเสียหาย ส่วนความก้าวหน้าของคลังข้อมูล จะทำให้ข้อมูลน้ำที่มีอยู่กว่า 20 หน่วยงาน ที่เคยพัฒนาและใช้ตามลักษณะงาน มาอยู่บนฐานข้อมูลเดียวกัน มีวิธีเก็บและวิเคราะห์ที่เหมือนกัน เรียกว่าเป็นการเชื่อมโยง ปรับปรุง ต่อยอด และลดค่าใช้จ่าย" นายปลอดประสพ กล่าว

                         นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า เงิน 1 พันกว่าล้านบาท ที่รัฐบาลสนับสนุนให้สร้างคลังข้อมูลน้ำและสภาพภูมิอากาศ วันนี้ผลดีเกินคาด และในอีก 3 ปี เมื่อคลังข้อมูลขนาดใหญ่เกิดขึ้น คลังข้อมูลนี้จะทำหน้าที่เป็นคลังสำรองให้กับประเทศได้ พร้อมทั้งหาแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยีให้กับคนที่ต้องการทราบข้อมูลเรื่องน้ำ ไม่ว่าจะเป็น โรงงานอุตสาหกรรม บ้านจัดสรร ห้างสรรพสินค้า และในอนาคตคลังข้อมูลน้ำต้องมองเรื่องธุรกิจ ขยายไปในระดับภูมิภาค หลังจากที่ไทยได้ลงทุนนำเทคโนโลยีจากต่างชาติเข้ามา ต้องหาทางออกที่เป็นประโยชน์ที่สุด

                         ดร.รอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) ประธานคณะอนุกรรมการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำ กบอ. กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะเพิ่มมาขึ้นในช่วง 1-2 วันนี้ไปจนถึงเดือนต.ค. จากอิทธิพลของพายุและร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทย คณะอนุกรรมการฯ ได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมรับมือการระบายน้ำในพื้นที่เขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ซึ่งแผนการระบายน้ำของกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันนี้ กทม. ได้ นำเรือผลักดันน้ำเข้าไปติดตั้งในคลองลาดพร้าว ในจุดที่ได้ทำการทดสอบระบายน้ำเมื่อปี 2555 โดยครั้งนี้จะใช้เรือผลักดันน้ำของกทม. เป็นหลัก ขณะที่ กบอ. ได้เตรียมเรือผลักดันนั้น ประมาณ 15-20 ลำ เพื่อนำไปวางเสริมในบางจุด เช่น คลองทวีวัฒนาช่วงซอยเพชรเกษม 69  และคลองในเขตลาดกระบัง เป็นต้น     

                         "ผลจากการทดสอบระบายน้ำทำให้รู้ว่าจะต้องใช้เรือกี่ลำและวางในตำแหน่งใดบ้าง เพื่อให้น้ำไหลผ่านนคลองได้ดีที่สุด" ดร.รอยล กล่าว

                         ดร.รอยล กล่าวต่อว่า พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงสำหรับกรุงเทพมหานคร ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังเพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วม ได้แก่ แจ้งวัฒนะ ห้วยขวาง สุขุมวิท และศรีนครินทร์ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างประสานงานเพื่อแก้ไขสถานการณ์ ซึ่งวันนี้ศักยภาพในการระบายน้ำของกทม. ทำได้ดีขึ้น จากที่เคยเกิดน้ำท่วมขัง สามารถระบายได้เร็ว อย่างไรก็ตาม ปัญหาน้ำท่วมขังในหลายจุดเกิดขึ้นมาจากการสูบน้ำในพื้นที่ของตัวเอง ออกมายังถนน ทำให้การระบายน้ำในภาพรวมเป็นไปอย่างยากลำบาก และคณะอนุกรรมการติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำ ได้แบ่งคณะทำงานออกเป็น 3 ชุด ได้แก่ ชุดวิเคราะห์สภาพพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์น้ำในเขต กทม. ชุดผลักดันน้ำ นำโดยกรมอู่ทหารเรือ และคณะบริหารจัดการฝายในพื้นที่ภาคอีสาน โดยกรมชลประทาน โดยวางแผนบริหารจัดการน้ำร่วมกันมากขึ้น

                         “น้ำในเขื่อนยังมีน้อย โดยที่เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำน้อยกว่า 40% เขื่อนสิริกิติ์ น้อยกว่า 60% เขื่อนลำพระเพลิงและเขื่อนลำตะคองน้อยกว่า 26-27% จะมีก็แต่เขื่อนสิริธรซึ่งมีปริมาณน้ำไหลเข้าจากฝนตกต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก จนปัจจุบันมีปริมาณน้ำประมาณ 80%  แต่ไม่น่ากังวลมากนักเพราะสามารถผันลงแม่น้ำโขงได้” ดร.รอยล กล่าว