ข่าว

สะอาด สุขภาพแข็งแรง "หมัดเด็ด"พิชิตหวัดใหญ่ 2009

สะอาด สุขภาพแข็งแรง "หมัดเด็ด"พิชิตหวัดใหญ่ 2009

15 มิ.ย. 2552

และแล้วภัยสุขภาพที่คนไทยต่างผวาไม่แพ้ภัยเศรษฐกิจเรื่องปากท้องก็มาประชิดตัว เมื่อกระทรวงสาธารณสุขออกมายอมรับว่าขณะนี้ สถานการณ์ "ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009" ในประเทศไทยกำลังแพร่ระบาดขยายวงกว้างมากขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเด็กๆ ในโรงเรียน กรณีเด็กชายอายุ 11 ปี ชั้น ป.6 ของโรงเรียนเซนต์คาเบรียล กรุงเทพฯ เกิดติดเชื้อทั้งที่ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ หรือผู้ป่วยกว่า 21 รายที่พัทยา เป็นมูลเหตุสำคัญที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อทั่วประเทศเวลานี้มีแล้วกว่า 50 คน !!!

 และล่าสุดองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาประกาศเพิ่มระดับเตือนภัยไข้หวัดใหญ่ 2009 เป็นระดับ 6 ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดแล้ว ทันทีที่รับรู้ข่าวสาร ผู้คนต่างให้ความสนใจและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียนยอมรับว่ารู้สึกเป็นกังวลมาก นั่นชี้ให้เห็นว่าความร้ายกาจของเจ้าเชื้อโรคร้ายนี้ กำลังสร้างความตื่นตระหนกไปทั่ว นับจากนี้การ "คุมเข้ม" และ "ตั้งรับ" จึงน่าจะเป็นมาตรการด่วนในการ "เอาตัวรอด"

 หลากหลายอาชีพสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับการรับมือ อาจารย์สอนแฟชั่นดีไซน์ ม.ศิลปากร "อ.เจี๊ยบ" เอกกมล อรรถกลม บอกว่า ถึงจะติดตามข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มาเป็นระยะเพราะเป็นเรื่องใหญ่ แม้ในช่วงแรกจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว จึงไม่ได้ดูแลตัวเองเป็นพิเศษ แต่กระนั้นก็คิดว่าหากตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการเจ็บป่วย หรือเป็นไข้ก็จะรีบพาไปหาหมอเพื่อรักษาทันที และจะไม่กินยาเองเหมือนเมื่อก่อน เพราะรู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ไว้ใจไม่ได้ 

 "ถ้าถามว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ คิดว่าไม่นะ เพราะทั้งนางแบบและนายแบบที่ทำงานอยู่ด้วยกันก็ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ เอาเป็นว่าทางที่ดีไม่ควรประมาทและเครียดจนเกินไป หากรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ อย่าละเลยให้รีบไปหาหมอ คิดว่าคนเราไม่สมควรจะตายด้วยโรคไข้หวัด 2009 เลย" อาจารย์ด้านแฟชั่นกล่าวย้ำ

 ภัยใกล้ตัวนี้ทำให้ "ปิ๊ง" ฐิติวัฒน์ วัชโรทัย หนุ่มนักเรียนนอกมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่มีการแพร่ระบาด และปิดเทอมใหญ่ก็ต้องกลับบ้านที่เมืองไทยซึ่งขณะนี้ก็มีการระบาดของเชื้อโรคอยู่เช่นกัน บอกว่าเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาบ้าง ไม่กล้าผ่านไปยังจุดที่เป็นเขตควบคุม และคิดว่าเร็วๆ นี้ อาจจะไปฉีดวัคซีนป้องกันไว้

 "ปกติจะออกลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ แต่ยังไม่ถึงกับใส่หน้ากากอนามัย ปิ๊งว่าถ้าคนใส่ผ้าปิดปากกันมากอาจทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไม่ดีด้วย โรคนี้ระบาดและติดต่ดง่ายในอากาศ เวลาเราออกจากบ้านแล้วจับโน่นจับนี่ก็อาจจะติดเชื้อมา จึงควรป้องกันเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ใช่หวาดระแวงจนเกินเหตุ" หนุ่มนักเรียนนอกแนะ

 เช่นเดียวกับ "ดิ๋น" ดลิน โสภณพณิช ยังพิชิต สาวสังคมเจ้าของร้าน "ดิ แอคเจกทีฟ" ที่เซ็นทรัลเวิลด์ แหล่งจับจ่ายทั้งคนไทยและต่างชาติ แต่ละวันต้องเจอลูกค้ามากหน้าหลายตา ซึ่งการันตีไม่ได้ว่าวันดีคืนดีจะมีใครนำเชื้อโรคร้ายมาแพร่หรือไม่ โดยเจ้าตัวบอกถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องอยู่กลางฝูงชน ก็ควรดูแลตัวเองเพื่อสร้างภูมคุ้มกันไว้ก่อน
 "คุณหมอแนะนำให้กินวิตามินซีเป็นประจำอยู่แล้ว ยิ่งตอนไปญี่ปุ่นครั้งล่าสุดก็ดูแลตัวเองเต็มที่ หลีกเลี่ยงที่ที่มีคนแออัด อย่าง โรงหนัง รถไฟฟ้า อีกทั้งสวมผ้าปิดปากตลอด พอกลับเมืองไทยแม้ไม่ได้ป้องกันขนาดนั้น แต่ก็ดูแลตัวให้แข็งแรงอยู่เสมอ รู้มาว่าโรคนี้ไม่อันตรายมากนะ แต่ด้วยความที่บ้านเราเมืองร้อนเชื้อเลยแพร่เร็วกว่าเมืองหนาว ทุกวันนี้จะระวังคนไอ จามเป็นพิเศษ กลับบ้านก็จะล้างมือล้างหน้าให้สะอาด ก็น่าจะปลอดภัย" ดิ๋น บอก

 ขณะที่หลังบ้านรัฐมนตรีคลัง "เจ" วรกร จาติกวณิช ในฐานะคุณแม่ที่มีลูกวัยเรียนกลุ่มเสี่ยง มองว่าไม่รู้สึกเป็นกังวลมากกับสถานการณ์โรคร้ายที่ใกล้ตัวมากขึ้น เพราะมั่นใจว่าโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ อีกทั้งหากดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอก็จะเป็นภูมิคุ้นกันที่ดี จึงได้แต่คอยติดตามสถานการณ์อย่างห่างๆ

 "ตอนที่มีโอกาสได้คุยกับรัฐมนตรีสาธารณสุข ก็รู้ว่าเป็นแล้วรักษาให้หายได้นะ ก็น่ากลัวพอกับโรคอื่นๆ น้องจอม ลูกชายคนสุดท้องก็เรียนโรงเรียนนานาชาติ ถ้าเกิดมีเด็กๆ เป็นไข้หวัด 2009 ทางโรงเรียนก็จะมีจดหมายมาบอกที่บ้าน เจว่าคนส่วนใหญ่ที่เป็นกังวลคงเพราะคิดว่าเป็นแล้วรักษาไม่หาย ถึงขั้นว่าไม่อยากให้ลูกไปโรงเรียน ทางที่ดีภาครัฐควรมีมาตรการออกมาคุมเข้ม แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเรื่องที่สั่งปิดโรงเรียนเป็นสัปดาห์มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ไหม ให้เด็กที่ติดเชื้อหยุดไปคนเดียวแล้วทำการฆ่าเชื้อทั้งโรงเรียนก็น่าจะพอ หันมาดูแลตัวเองให้มีสุขภาพแข็งแรง กินอาหารที่สะอาด และออกกำลังกายสม่ำเสมอ คิดว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่ก็ไม่น่าจะทำอะไรเราได้แล้ว" หลังบ้านรัฐมนตรี แนะวิธีรับมือเชื้อโรคร้าย

 กระทรวงสาธารณสุขให้มั่นใจว่าสามารถควบคุมเชื้อไม่ให้แพร่ระบาดในวงกว้างได้ พร้อมจะรักษาผู้ป่วยไม่ให้เสียชีวิต แต่เพื่อการพิชิตโรคร้ายอย่างมีประสิทธิภาพ การปฏิบัติตัวที่ทุกคนทำได้คือ เมื่อรู้ตัวว่าเจ็บป่วยหรือเป็นไข้หวัดควรพักรักษาตัว และพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค และควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อ

 ในส่วนของสถานประกอบการ เช่น ผับ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ควรล้างแอร์ และทำความสะอาดร้านอย่างสม่ำเสมอ เพราะนอกจากจะยับยั้งเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว ยังสามารถฆ่าเชื้อโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย อย่างไรก็ดีพึงระลึกอยู่เสมอว่าเชื้อโรคจะแพร่กระจายได้รวดเร็วหรือไม่นั้นขึ้นอยู่ที่การระแวดระวังตัว หากอยู่ในที่โล่ง ไม่แออัด อากาศถ่ายเทสะดวกก็จะปลอดภัยกว่า และหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม โทร 0-2590-3333  สายด่วนหน่วยเคลื่อนที่เร็วให้การช่วยเหลือของกระทรวงสาธารณสุข
 ใสใจตัวเอง และคนรอบข้างสักนิด พิชิตเชื้อโรคร้ายอยู่หมัด!!!